ที่พึ่งของชาวโลก

วันที่ 05 พค. พ.ศ.2546


.....วันนี้เรามาประชุมพร้อมกันเพื่อแสวงหาพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นที่พึ่งที่ระลึกอยู่ภายในตัวของเรา นอกเหนือจากพระรัตนตรัยภายนอกคือ พระปฏิมากร พระธรรมคำสอน และพระสงฆ์ ก็มีพระรัตนตรัยภายในที่อยู่ในกลางกายของพวกเราทุกๆคน ได้แก่ พุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้แหละเป็นที่พึ่งที่ระลึกอันสูงสุดของพวกเราทั้งหลาย สิ่งอื่นที่จะเป็นที่พึ่งที่ระลึกยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เราจะต้องตั้งใจปฏิบัติให้เข้าถึงรัตนะทั้ง ๓ นี้ให้ได้ โดยอาศัย อตตา หิ อตตโน นาโถ เอาตัวของเรานี่แหละเป็นที่พึ่ง อาศัยกายที่เรานั่งเข้าที่อยู่นี้ประกอบความเพียร

 

.....พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสสอนพวกเราทั้งหลายว่า " เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นที่พึ่ง มีตนเป็นสรณะ อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย จงเป็นผู้มีธรรมเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นสรณะ อย่ามีสิ่งอื่นเป็นสรณะเลย " ที่พระองค์ตรัสอย่างนี้เพราะว่าตัวของเรานี่แหละ ที่จะเป็นที่พึ่งให้กับตัวของเราเองได้ดีที่สุด คือท่านแนะนำให้เอากายนี้ฝึกฝนปฏิบัติให้เข้าถึงธรรมะภายในให้ได้ จะได้ยึดเอาธรรมะเป็นที่พึ่ง

 

.....เพราะสิ่งอื่นไม่ใช่ ยังพึ่งได้ไม่สมบูรณ์ ให้เอาธรรมะที่เราได้เข้าถึงนี่แหละ เป็นที่พึ่งที่ระลึก เป็นสรณะ อย่าเอาอย่างอื่นเป็นสรณะ เนื่องจากชีวิตของเราเป็นทุกข์ มีทั้งทุกข์ประจำแล้วก็ทุกข์ที่จรมา เมื่อชีวิตมีทุกข์ก็จำเป็นต้องมีที่พึ่ง และที่พึ่งนั้นต้องสามารถพึ่งได้ทุกหนทุกแห่ง พึ่งได้ตลอดเวลา ให้ความอบอุ่น ความปลอดภัยในชีวิตได้ ทั้งภายในสังสารวัฏ ภัยในอบายภูมิช่วยได้หมด ธรรมะที่เราได้เข้าถึงนี่แหละ จึงจะเป็นที่พึ่งได้อย่างแท้จริง มีพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ สังฆรัตนะ ๓ อย่างนี้แหละที่จะพึ่งได้ ๓ อย่างนี้อยู่ในตัวของเรา มีมาแต่ดั้งเดิม เมื่อเข้าถึงได้แล้ว เราจะมีความสุข มีความบริสุทธิ์ แล้วก็มีความรู้แจ้ง จะรู้เรื่องราวของชีวิตเรา แล้วก็รู้หนทางที่จะไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย

 

.....พุทธรัตนะ ได้แก่ พระธรรมกายที่ใสเป็นแก้ว ถ้าเราเข้าถึงด้วยตนเอง เราก็จะเห็นท่านได้ชัดใสแจ่มชัดเจนทีเดียว ลักษณะก็คล้ายๆพุทธปฏิมากร เกตุดอกบัวตูม ใสเกินใส ใสเป็นเพชร สวยเกินสวย งามไม่มีที่ติ ประกอบไปด้วยลักษณะมหาบุรุษครบถ้วนทุกประการ นั่งขัดสมาธิเจริญภาวนา หันหน้าออกไปทางเดียวกับตัวเรา เห็นท่านแล้วเราจะรู้สึกอบอุ่นใจ ปลอดภัย รู้สึกปลอดภัยทีเดียว ทุกข์ทั้งหลายก็ดับไปเมื่อเข้าถึงพุทธรัตนะ จนกระทั่งเราลืมความทุกข์ทั้งหลายไปเลย นึกไม่ออกว่าเมื่อสักครู่นี้มีความทุกข์ได้อย่างไร เพราะพระรัตนตรัยนั้นเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความสุขทั้งปวง

 

.....ธรรมรัตนะ คือ ดวงธรรมใสๆที่อยู่ในกลางกายของพุทธรัตนะ เป็นที่รวมพระธรรมคำสอน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ความรู้ทั้งหมดในทางพระพุทธศาสนาก็กลั่นออกมาจากกลางพระธรรมรัตนะนี่แหละ

 

.....สังฆรัตนะ คือ พระธรรมกายละเอียดที่ซ้อนอยู่ในกลางดวงธรรม รักษาธรรมรัตนะเอาไว้ ๓ อย่างนี้เป็นที่พึ่งที่ระลึกอย่างแท้จริงของเราและของชาวโลกทั้งหลาย ถ้าเห็นได้อย่างนี้ก็เรียกว่าเห็นธรรม เข้าถึงได้อย่างนี้ก็เรียกว่าเข้าถึง ไตรสรณคมน์ คือใจแล่นเข้าไปถึงสรณะทั้ง ๓ ภายใน ไปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับท่าน จะเข้าถึงท่านได้ ใจต้องหยุด ต้องนิ่ง

 

.....ถ้าหากว่าไม่มีพระพุทธเจ้ามาบังเกิดขึ้น ไม่มีหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มารื้อฟื้นคำสอนขึ้นมาใหม่ ไม่มีคุณยายอาจารย์ของเรามาสืบทอด แล้วก็สั่งสอนกันต่อๆมา เราก็คงไม่รู้ว่าในตัวของเรานี่มีพระรัตนตรัย ไม่รู้วิธีการเข้าถึงพระรัตนตรัย เราก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงสรณะที่แท้จริงไปจนตลอดชีวิต ก็จะมีชีวิตสะเปะสะปะกันไปวันๆ วิ่งวุ่นไปตามความทะยานอยาก ยินดียินร้ายกันไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมีสุขมีทุกข์กันไปอย่างนี้แหละ ใจไม่คงที่ มีขึ้นมีลงตลอดเวลา