ต้องยอมกัน

วันที่ 16 มิย. พ.ศ.2554

 

               พระภิกษุที่รับบุญในองค์กรบ้างก็เป็นธรรมทายาท บ้างก็มาจากสามเณร ก็มีทั้งผู้ที่ประสบความสำเร็จมาก ผู้ที่ประสบความสำเร็จน้อย ผู้ที่ไม่ประสบความสำเร็จเลยก็มี หลากหลายรูปแบบ แต่ไม่ว่าจะแบบใดก็ตาม สุดท้าย คือ ต้องยอมกัน

 

               ถ้าใครได้ไปรับบุญแล้ว ไม่ยอมผู้ที่ร่วมงานด้วย อาจจะเป็นตั้งแต่หัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานด้วยกันเอง จะเกิดปัญหา แต่ถ้ายอมกัน ก็จะไม่มีปัญหา ให้สังเกตว่า คนที่มีฝีมือดีๆ จำนวนไม่น้อยทีเดียว แต่หัวหน้าหน่วยงานไม่ค่อยอยากจะรับเข้าทำงาน เพราะว่าหัวหน้างานใช้ไม่ไหว

 

               ก็เหมือนกับม้าฝีเท้าดีมาก แต่พยศเหลือเกิน ขี่ไม่ไหว คือเอาไม่อยู่แล้ว ก็เลยไม่เอาดีกว่า คนประเภทนี้ หากรับเข้าไปทำงานแล้ว..ปวดหัว ผลงานที่ได้รับกับความปวดหัวนั้นไม่คุ้มกัน สู้ทำเองดีกว่า เพราะคนคนนั้นมีต้นทุนในการรับเข้าทำงานสูงเกินไป จนคนอื่นขยาดที่จะใช้งาน

 

               สำหรับเราเองให้รับบุญอย่างที่ใครเห็นก็อยากให้เราไปรับบุญด้วย อยากจะประสานงานติดต่อด้วย ทำให้เขารู้สึกสบายใจ ไม่มีปัญหา มีแต่ปัญญา มีแต่ผลงาน ซึ่งหลักที่สำคัญก็คือ ต้องยอมกัน ใจยอมหรือเปล่า หากใจของเรายอมได้ ก็จะเปิดใจรับฟังกัน งานบุญขององค์กรก็เป็นไปได้อย่างราบรื่น ทุกๆ คนก็ได้บุญอย่างเต็มที่

 

 

ข้อคิดนักสร้างบารมี
ธรรมะสร้างกำลังใจ สำหรับนักสร้างบารมี
ที่ระลึกงานมุทิตาพระพุทธศาสตรบัณฑิต ๒๕๕๐