ความสำคัญของศีล

วันที่ 02 พค. พ.ศ.2546

.....ศีลดี จึงเจริญวิปัสสนา

.....(ภิกขุสูตร ๑๙/๖๘๕-๖๙๐ ความย่อ)

 

.....สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุรูปหนึ่งได้มาเข้าเฝ้า แล้วกราบทูลขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมโดยย่อ

 

.....พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า "ดูก่อนภิกษุ เธอจงทำเหตุเบื้องต้น แห่งกุศลธรรมให้บริสุทธิ์ก่อน เหตุเบื้องต้นของกุศลธรรมคือ ศีลที่บริสุทธิ์ดี และ ความเห็นตรง เมื่อใดศีลของเธอบริสุทธิ์ดีแล้ว และความเห็นของเธอก็ตรงดีแล้ว เมื่อนั้นเธออาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้วพึงเจริญสติปัฏฐาน ๔ (วิปัสสนา) ต่อไป

 

.....ดูก่อนภิกษุ เมื่อใดเธออาศัยศีล และตั้งอยู่ในศีลแล้ว จะเจริญสติปัฏฐาน ๔ เหล่านี้ โดย ๓ ส่วนอย่างนี้ เมื่อนั้น เธอพึงหวังความเจริญในกุศลธรรมทั้งหลายอย่างเดียวตลอดคืนหรือวันอันจะมาถึง เธอจะไม่เสื่อมเลย"

 

.....ครั้นนั้น ภิกษุนั้นชื่นชมยินดีในภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้า ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า กระทำประทักษิณแล้วหลีกไป เธอเป็นผู้หลีกออกจากหมู่ อยู่แต่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร เป็นผู้ส่งใจไปเพื่อคุณวิเศษ ปฏิบัติอยู่ไม่นานนัก ก็สำเร็จเป็นพระอรหันต์องค์หนึ่งในโลก

 

.....คุณของศีล

(ในสิลนิเทศ วิสุทธิมรรค)

 

.....ภิกษุผู้มีศีลบริสุทธิ์งดงาม กิริยาที่เธอททรงบาตร จีวร ย่อมเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส การบวชของเธอก็มีผล

 

.....ใจของภิกษผู้มีศีลบริสุทธิ์ ย่อมไม่หยั่งลงสู่ภัย อันมีการติเตียนตนเองเป็นต้น ดุจดวงอาทิตย์ไม่หยั่งลงสู่ความมืดฉะนั้น

 

.....ภิกษุเมื่องามในป่า คือตบะ ย่อมงามเพราะมีศีลบริสุทธิ์ ดุจดวงจันทร์เมื่องามในท้องฟ้า ย่อมงามด้วยรัศมีทรงกรดฉะนั้น

 

.....ภิกษุผู้มีศีล ย่อมมีกลิ่นหอมขจรไปไกล ยังความชื่นบานให้แก่เทพยดาทั้งหลาย ไม่ต้องกล่าวถึงกลิ่นหอมอื่น เพราะกลิ่นศีลย่อมครอบงำสมบัติแห่งคันธชาติทั้งปวงเสียสิ้น ทั้งฟุ้งไปทั่วทุกทิศ ไม่ติดขัดทั้งตามลมและทวนลม

 

.....สักการะแม้น้อย ที่ทายกถวายในท่านผู้มีศีล ย่อมมีผลลาภ มีอานิสงส์มาก เพราะฉะนั้น ผู้มีศีลจึงเป็นดุจภาชนะรองรับเครื่องบูชาสักการะ

 

.....อาสวะทั้งหลายอันเป็นไปในทิฏฐธรรม ย่อมไม่เบียดเบียนท่านผู้มีศีล

 

.....ผู้มีศีลย่อมขุดรากแห่งทุกข์ อันเป็นไปในสัมปรายภพเสียได้

 

.....สมบัติใดในมนุษย์ และสมบัติใดในสวรรค์ สมบัติทั้งสองนั้นหากผู้มีศีลปรารถนา ก็มิใช่สิ่งที่จะพึงได้โดยยากเลย อนึ่ง ใจของผู้มีศีลบริสุทธิ์ย่อมแล่นไปสู่นิพพานสมบัติ อันเป็นสมบัติที่สงบระงับสุดยอดโดยแท้

 

.....ภาษิตอันงดงามเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของศีลภาษิตที่มีในพระไตรปิฏก ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนน้อยที่ได้นำมาแสดงไว้ แต่ก็ล้วนเป็นถ้อยคำที่ให้กำลังใจในความเชื่อมั่น ในคุณค่าอันสุดประมาณของการรักษาศีล

 

.....ศีล คือ มนุษยธรรมอันมีอยู่ตลอดกาล เพื่อให้ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

.....การรักษาศีล นำมาซึ่งความสมปรารถนาในสิ่งที่ดีงามทุกประการ เป็นความดีงามที่ยั่งยืน และเผื่อแผ่กว้างขวาง สร้างสันติสุขให้กับโลกได้ นอกจากนี้ ศีลยังช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ในชีวิต ทั้งปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ทั้งปัญหาส่วนตัวและส่วนรวม จนอาจกล่าวได้ว่า ไม่มีปัญหาใดในโลก ที่ศีลไม่อาจแก้ไขได้

 

....แต่เป็นที่น่าเสียดาย ที่แม้มนุษย์ทั้งหลายจะรู้ว่า ศีลนั้นมีคุณค่า ต่างคนต่างปรารถนาจะคบหากับผู้ที่รักษาศีล แต่มนุษย์กลับละเลยที่จะรักษาศีลของตนเอง จึงเป็นเหตุให้ ความเดือดร้อน วุ่นวาย ไม่เคยจางหายไปจากโลกนี้เลย

 

.....ทั้งที่การรักษาศีลนั้น สามารถทำได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องลงทุนลงแรง ไม่ต้องใช้ทรัพย์สินเงินทอง ไม่ต้องใช้วิชาความรู้ใด ๆ ขอเพียงแต่มีใจที่ดีงามเท่านั้น

 

.....เพราะการรักษาศีล เป็นการทำบุญด้วยใจ อาศัยใจที่เข้มแข็ง อดทน มั่นคงในความปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่น ใจที่สะอาด มั่นคงเช่นนี้ จึงสามารถเป็นฐานที่ตั้งแห่งความดีงามทั้งหลายได้ ผู้ที่รักษาศีลจึงได้บุญได้อานิสงส์ อย่างมหาศาล

 

.....เราคงมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ต่อให้เรามีความรู้ในเรื่องศีล อย่างลึกซึ้งเชี่ยวชาญเพียงใด ก็คงจะไม่มีความหมาย หากว่าเรายังมิได้ลงมือปฏิบัติจริง เราจะไม่รอคอย ให้ใครเริ่มต้นก่อนอีกต่อไป เพราะเรานั้นพร้อมแล้ว ที่จะเริ่มต้นเป็นคนแรก

 

.....เมื่อเราทำจริง เกิดประโยชน์ในชีวิตจริง เราย่อมจะเป็นตัวอย่างชักชวนคนรอบข้างได้ เราชวนเขา เขาชวนคนอื่น ชวนกันเรื่อยไป ในไม่ช้า วันที่สังคมร่มเย็นเป็นสุข ย่อมจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

 

.....อย่าปล่อยให้วันเวลาอันมีค่า ล่วงเลยผ่านไปอีกเลย เพราะไม่มีสิ่งใดจะน่าเสียดายยิ่งไปกว่า วันเวลาที่มิได้รักษาศีลอย่างแท้จริง

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร