กตัญญูบูชาธรรมหล่อรูปเหมือนหลวงปู่วัดปากน้ำด้วยทองคำ

วันที่ 18 กย. พ.ศ.2551

 

            พระเดชพระคุณพระมงคลเทพมุนี    (หลวงปู่วัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ)  พระสงฆ์ผู้มีศีล มีธรรมอันบริสุทธิ์  เป็นทักขิไณยบุคคล  อีกทั้งยังเป็นผู้ที่เปี่ยมด้วยเมตตากรุณาและมีความบริสุทธิ์ กาย วาจา ใจ   นับเป็นเนื้อนาบุญอันเยี่ยม ดังมีประจักษ์พยานจากคำบอกเล่า   ของบุคคลในยุคของหลวงปู่หลายๆ  ท่านมาแล้ว   และยังมีในส่วนอื่นๆ   ดังเช่น
            แม่ชีธัญญาณี  สุดเกษ  แม่ชีผู้เป็นรัตตัญญูและเป็นหัวหน้าแม่ชีวัดปากน้ำในปัจจุบัน  ซึ่งท่านมีหน้าที่ในการดูแลเรื่องอาหารและงานครัวต่างๆ  ของวัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ ท่านเล่าว่า  “มีครั้งหนึ่ง พ่อของฉันมาเลี้ยงพระ  แล้วหลวงพ่อก็ถามว่า  มีลูกกี่คน  คนนี้ข้าขอไว้  แต่ท่านไม่ได้พูดว่าจะให้ไปเป็นแม่ครัว   แต่เณรที่อยู่ในโรงงานทำวิชชาบอกว่า  ดิฉันมีหน้าที่ตรงนี้โดยตรง  เขาบอกว่า  ในเหตุต้องมาดูแลเรื่องอาหาร  เรื่องเสบียง   ฉันไม่ค่อยได้นั่งธรรมะ ส่วนใหญ่จะอยู่แต่ในครัว   หลวงพ่อท่านจะเป็นคนถือศีลเคร่งมาก  หมายถึง    อะไรที่ผิดศีล  หลวงพ่อจะไม่เอา  เช่น  นม  เนย จะไม่ฉันเลยถ้ายามวิกาลไปแล้ว   ..มีอยู่วันหนึ่งเอาน้ำปานะเข้าไปถวายท่าน  ท่านถามว่า  “น้ำอะไร” น้ำส้มโอเจ้าค่ะ” ท่านบอกว่าให้เอากลับไป  ฉันไม่ได้ลูกมันใหญ่  เราไม่รู้ ท่านบอกว่าถ้าเป็นส้ม  เป็นมะตูมได้   เวลาที่หลวงพ่อป่วย  ถึงแม้ท่านจะหิว  แต่ถ้าจะไม่ถึงเวลาท่านก็ไม่ยอมฉัน    ..เวลาหลวงพ่อเทศน์ให้ญาติโยมที่มาถวายภัตตาหาร   ท่านจะเทศน์เรื่องอานิสงส์การให้ทาน ผู้บริจาคทานจะได้บุญมาก  ช่วงสุดท้ายของการเทศน์   หลวงพ่อก็จะสอนให้ทำใจหยุดนิ่ง แล้วก็จะคำนวณบุญให้ว่า เจ้าภาพที่มาทำบุญได้บุญแค่ไหนแค่นั้น โยมนั่งฟังจะเข้าใจหรือไม่ก็ตาม  แต่ก็ปลื้มแล้วกัน 
           ..คราวนี้หลวงพ่อสดบอกสมเด็จวัดโพธิ์  ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช  ท่านบอกว่าต่อไปจะได้เป็นใหญ่ในหมู่สงฆ์  แต่สมเด็จวัดโพธิ์ไม่เชื่อ หลังจากหลวงพ่อสดสิ้นไปแล้ว  พอปีที่ท่านได้เป็นสมเด็จพระสังฆราช  ท่านก็มากราบหลวงพ่อบนหอหลวงพ่อที่วัดปากน้ำ  มีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงที่หลวงพ่ออาพาธ  วันนั้นสมเด็จวัดโพธิ์จะมาเยี่ยมหลวงพ่อสด  แต่นั่งรถรับจ้างมา  หลวงพ่อสดบอกให้ตั้งแถวรอรับ  พอรถรับจ้างมาถึง  ท่านก็งงว่าใครบอกว่าท่านมา  พระเณรบอกว่าหลวงพ่อสดบอกว่า  วัดโพธิ์จะมาให้คอยต้อนรับ  สมเด็จวัดโพธิ์เชื่อมั่นศรัทธาหลวงพ่อสดมาก
  ความเมตตาที่ปรากฏแก่ผู้ใกล้ชิดดังที่   หลวงพ่อสดท่านรักสมเด็จช่วงมาก  ( หมายถึง   สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์   เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ รูปปัจจุบัน)  เวลาใครเอาทุเรียนมาถวายหลวงพ่อ  ท่านจะจับพุสวยๆ แล้วบอกให้เอาไปให้ท่านช่วง  ซึ่งตอนนั้นท่านช่วงยังเป็นพระหนุ่ม  อายุยังไม่มาก  ยังไม่ได้เป็นสมเด็จ  แล้วท่านก็บอกว่า  ฉันแล้วดี  ต่อไปจะได้เป็นสมภาร แล้วก็จริงตามที่ที่ท่านพูดไว้”
             และท่านต่อมา   คุณลุงสายัณห์  ศรีธนชัย  สาธุชนที่เคยไปทำบุญกับพระเดชพระคุณหลวงปู่  มีความอยากรู้ถึงภพภูมิเบื้องหน้าของมารดาที่เสียชีวิต  หลังทราบกิตติศัพท์ว่าหลวงปู่สามารถบอกให้รู้ได้ว่าผู้ละโลกตายแล้วไปไหน  คุณลุงจึงพาพ่อไปวัดปากน้ำทันที  “พอมาถึงวัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ   เป็นเวลาที่หลวงพ่อท่านลงรับแขกพอดี  มีญาติโยมมานั่งล้อมท่านเยอะมาก รอจนได้โอกาส  ได้จังหวะที่คนน้อยลง ลุงก็รีบเข้าไปกราบหลวงพ่อวัดปากน้ำ  ภาษีเจริญ   ก็ถามท่านตรงๆ  ว่า  “หลวงพ่อครับ  แม่ผมเสียชีวิตไปแล้ว  ผมเป็นห่วงแม่อยากว่า  แม่ผมไปอยู่ที่ไหนครับ"” 
            หลวงพ่อท่านก็หันไปสั่งแม่ชีที่นั่งอยู่ใกล้ๆ  ท่าน   และสั่งว่า  “เอ้า...แม่ชีตรวจให้คุณคนนี้เขาหน่อยซิว่า  แม่เขาตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน” แม่ชีก็นั่งตรวจหลับตาอยู่สักครู่หนึ่งไม่เกิน  5  นาทีแล้วก็บอกว่า  “ไปในนรกแต่ยังไม่ลงนรก  ยังรอการตัดสินอยู่  ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา”  ลุงก็ถามต่อว่า  “แม่ผมทำกรรมอะไรไว้  ทำไมถึงต้องไปอยู่ในนรก” แม่ชีก็บอกว่า  “แม่เคยทำกรรมมาเมื่อชาติก่อนเป็นกรรมเก่าไม่ใช่ชาตินี้  ชาติก่อนสมัยหนึ่งตอนที่แม่ทำอาหารอยู่ได้คั้นกะทิใส่กระทะไว้  แล้วก็วางไว้บนพื้น  ยังไม่ได้เอาไปตั้งไฟ  แล้วที่บ้านก็เลี้ยงไก่ด้วยทีนี้ไก่เข้ามาในครัวมาเหยียบเอากระทะหกเสียหายหมด  แม่ก็เกิดความโมโห  จึงคว้าไม้ขว้างไปถูกขาของไก่อย่างจัง  ปรากฏว่า ไก่ตัวนั้นไม่ได้ตายเดี๋ยวนั้นหรอก ขามันบวม  บวมหลายวันแล้วก็ตาย  กรรมอันนี้แหละ เพิ่งมาตามทัน” แล้วแม่ชีก็บอกหมดเลยว่า  อาการป่วยด้วยโรคมะเร็งที่ขาของแม่บวมเหมือนขาไก่ที่มันบวมนั่นแหละ
             ..แล้วลุงก็ถามต่ออีกว่า “แล้วอย่างนี้ผมจะต้องทำยังไงครับถึงจะช่วยแม่ได้”  ตอนนั้นพ่อก็ไปด้วย หลวงพ่อวัดปากน้ำท่านก็บอกว่า  “ต้องสร้างโรงเรียน  แล้วก็ถวายสังฆทาน”  พอทราบอย่างนั้นวันนั้นลุงมีเท่าเงินเท่าไรก็ถวายหมดเลย  ร่วมสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม  พ่อร่วมด้วย  ไม่รู้ว่าจำนวนเท่าไรแต่มีค่ามากต่อลุงในสมัยนั้น  พอร่วมทำบุญเสร็จ  ท่านก็ให้แม่ชี จัดการแทนบอกว่าให้ส่งบุญนี้ไปให้แม่ของลุง  ส่งไปให้เดี๋ยวนั้นเลย  หลวงพ่อท่านก็ช่วยส่งบุญให้แม่ด้วย  พอได้รับปั๊บ  แม่ก็พ้นจากนรกไปเป็นเทวดาอยู่ที่ชั้นดาวดึงส์พ้นไปเลย  เวรกรรมก็ตามไม่ได้เพราะบุญนี้แรงกว่า”
จากเรื่องราวคำบอกเล่าจากบุคคลยุคต้นวิชชาดังกล่าว  ทำให้เราได้เห็นถึงความเมตตากรุณาที่  พระเดชพระคุณหลวงปู่มีต่อมหาชนทั้งหลาย  รวมทั้งยังได้ประจักษ์ถึงคุณธรรมและคุณวิเศษของท่านอย่างแจ่มชัด  ยังมีคุณต่อเนื่องมายังปวงศิษย์ในยุคปัจจุบันนี้ด้วย  ดังนี้ในการหล่อรูปเหมือนของพระเดชพระคุณหลวงปู่วัดปากน้ำด้วยทองคำ      ในวันศุกร์ที่  10  ตุลาคม  พุทธศักราช    2551  ที่จะถึงนี้  นับเป็นโอกาสของศิษยานุศิษย์ทั่วโลก   ที่จะมีโอกาสในการแสดงความกตัญญูต่อมหาปูชนียาจารย์ผู้ค้นพบวิชชาธรรมกาย  เพราะหลวงปู่ทองคำองค์นี้จักเป็นทางมาแห่งบุญของผู้ที่มากราบไหว้บูชา  เป็นดุจกุญแจไขสู่แสงสว่าง เปิดเผยหนทางแห่งการหลุดพ้นให้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง    เพราะเมื่อผู้มากราบไหว้เกิดแรงบันดาลใจ ในการปฏิบัติธรรมตามพระเดชพระคุณหลวงปู่  แล้วได้รู้ได้เห็นตามท่าน  จักเป็นคุณอันมหาศาลต่อชีวิตบุคคลผู้นั้น  ..และเป็นบุญอัศจรรย์ครั้งสำคัญในชีวิตของผู้ที่ทุ่มเท เพื่อทำหน้าที่ในการหล่อรูปเหมือนของท่านขึ้นมา   ผู้มีใจกตัญญู  บูชาธรรมท่าน    บุญใหญ่ในครั้งนี้จึงเป็นดั่งการสร้างสมบัติใหญ่    ทั้งรูปสมบัติ  ทรัพย์สมบัติ  คุณสมบัติ  แก่ชีวิตตราบบรรลุมรรคผลนิพพาน.
  (ติดตามเพิ่มเติมได้ที่  WWW.DMC.TV)