โฆสกะ (๑๙) แต่งงานกับธิดาเศรษฐี

วันที่ 08 มิย. พ.ศ.2554

 

               วันรุ่งขึ้น โฆสกะเดินทางออกจากบ้านนั้นแต่เช้าตรู่ กระทั่งถึงบ้านของคนเก็บส่วย
คนเก็บส่วย “พ่อหนุ่ม เธอมาจากไหนหรือ”
โฆสกะ “คุณพ่อของผมส่งหนังสือมาถึงท่านด้วย”

 

               เมื่อเขาได้อ่านจดหมายปลอมนั้น ก็ร่าเริงบันเทิงใจ แล้วรีบหันไปสั่งลูกน้องของตนว่า “เอ้า เร็วเข้าพวกเรา ไปหาไม้หาอุปกรณ์ต่างๆ มาปลูกเรือนหอให้กับบุตรชายของท่านเศรษฐีในท่ามกลางเรือนของเราเลย” เมื่อการเตรียมงานทั้งหลายและงานมงคลเสร็จสิ้นแล้ว จึงส่งจดหมายไปแจ้งให้เศรษฐีทราบตามคำสั่งในจดหมายปลอมนั้น

 

               เมื่อเศรษฐีได้ทราบข่าวนั้น ยิ่งทวีความเสียใจใหญ่หลวง ความแค้นรวมกับความเศร้าถึงลูกชายมารวมกัน ทำให้เกิดความร้อนในท้องอย่างยิ่ง กระอักออกมาเป็นเลือดสดๆ (ผลของกรรมชั่วทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว)

 

               ส่วนธิดาของเศรษฐี ซึ่งตอนนี้เธอมาเป็นภรรยาของโฆสกะแล้ว ก็สั่งคนใช้ทุกคนว่า ถ้ามีใครมาจากบ้านเศรษฐีพ่อของโฆสกะ ไม่ต้องไปแจ้งให้โฆสกะทราบ ให้รีบมาบอกตนเองก่อน

 

               ฝ่ายเศรษฐีนั้นอาการเริ่มหนักลงเรื่อยๆ รู้ตัวว่าอีกไม่นานคงจะต้องตาย จึงคิดว่า ถึงแม้ตัวเองจะต้องตายไปก็ตาม แต่สมบัติทั้งหลายจะไม่ยอมยกให้โฆสกะแม้แต่นิดเดียว จึงเรียกนายเสมียนใหญ่ที่ประจำอยู่ที่เรือนของตนมา แล้วกล่าวว่า “ท่านลุง ฉันอยากจะพบลูกชายของฉัน ท่านช่วยส่งคนไปตามเขามาด้วยเถิด”

 

               นายเสมียนนั้นจึงส่งคนถือหนังสือไปแจ้งให้โฆสกะทราบ ครั้นเมื่อคนถือหนังสือไปถึงเรือนของโฆสกะ ภรรยาของโฆสกะก็ถามถึงเศรษฐีว่า
ภรรยาโฆสกะ “ท่านเศรษฐีเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ”
คนถือหนังสือ “ท่านไม่สบาย อยากพบลูกชายมากครับ แม่เจ้า”
ภรรยาโฆสกะ “แล้วอาการของท่านเป็นมากน้อยแค่ไหนล่ะ”
คนถือหนังสือ “ก็ยังพอทานได้อยู่บ้างครับ”
ภรรยาโฆสกะ “เธอพักอยู่ที่นี่ก่อนเถิด เมื่อถึงเวลาอันควรที่จะกลับแล้ว ฉันจะบอกเธอเอง”
คนถือหนังสือ “ขอรับ”
แล้วเธอก็ให้คนรับใช้จัดที่พักให้กับเขา เรื่องนี้เธอกำชับไม่ให้ใครแจ้งแก่โฆสกะทราบเลย

 

               นานวันเข้าเศรษฐีจึงกล่าวกับนายเสมียนว่า
เศรษฐี “ท่านไม่ได้ส่งหนังสือไปถึงลูกชายของฉันหรอกหรือ”
นายเสมียน “ส่งครับ แต่คนถือหนังสือยังไม่กลับมาเลยครับ”
เศรษฐี “ถ้าอย่างนั้น ท่านช่วยส่งคนไปตามอีกครั้งหนึ่งเถิด”

 

               เหตุการณ์ต่างๆ ก็เหมือนเดิม ภรรยาของโฆสกะถามคนส่งหนังสือคนที่สองว่า “ตอนนี้อาการของท่านเศรษฐีเป็นอย่างไรบ้าง”  คนถือหนังสือ “ท่านเศรษฐีอาการแย่ลงขอรับ ทานไปไม่เท่าไหร่ เดี๋ยวก็อาเจียนๆ ขอรับ” แล้วเธอก็ให้คนถือหนังสือพักอยู่ก่อน

 

               ทางฝ่ายเศรษฐี เมื่อนานวันเข้าโฆสกะก็ยังไม่มาสักที จึงถามนายเสมียนอีกว่า “ท่านให้คนส่งหนังสือไปถึงลูกชายของฉันแล้วหรือยัง”
นายเสมียน “ส่งครับ แต่ทั้งสองคนยังไม่กลับมาเลยครับ”
เศรษฐี “ถ้าอย่างนั้น ท่านส่งคนไปตามอีกเถอะ”