โฆสกะ (๒) ชนกกรรมนำไปเกิดเป็นสุนัข

วันที่ 22 พค. พ.ศ.2554

 

 

.....ฝ่ายสามีนั้นหิวจัด เพราะอดอาหารมาหลายวัน อาหารที่เจ้าของบ้านให้มาก็รีบๆ  ทาน ไม่นานก็หมด ส่วนภรรยาเมื่อทานไปได้หน่อยหนึ่งเห็นสามีทานหมดแล้ว ก็เลยยกอาหารส่วนของตนที่เหลือให้สามี ในขณะที่สามีกำลังทานอาหารอยู่นั้นเอง ได้เหลือบไปเห็นสุนัขตัวเมียตัวหนึ่งกำลังกินอาหารอยู่เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นอาหารอย่างดีเหมือนๆ กับที่ตนเองกำลังทานอยู่ ใจก็นึกอิจฉาแม้กระทั่งสุนัข คิดไปว่า “เจ้าหมาตัวนี้มันมีบุญจังนะ ได้กินอาหารดีๆ เราอยู่ที่หมู่บ้านเดิมก็จนเหลือหลาย ข้าวจะกินก็ยังไม่ดีเท่ากับมันเลย”

(คนที่สร้างทานบารมีในอดีตมาน้อยก็อย่างนี้เอง เมื่อเกิดมาก็ไม่มีกำลังบุญจากการให้ทาน ที่จะดึงดูดทรัพย์สมบัติ ยิ่งถ้าคนที่นอกจากไม่ทำบุญแล้ว ยังไปขัดบุญคนอื่นอีก คือ เวลาใครจะทำบุญทำความดี ก็ไปห้ามไปพูดให้เขาเลิกทำ คนประเภทนี้ ชาติต่อไปนอกจากจะจนแล้ว เมื่อถึงคราวอกุศลกรรมส่งผลให้ตัวเองลำบาก ใครที่เขาจะมาช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินหรือความเป็นอยู่ กระแสบาปที่ติดมาข้ามภพข้ามชาติ ก็จะผลักสมบัตินั้นไม่ให้มาถึงตัว พอมีคนจะมาช่วยก็ให้มีเหตุไปต่างๆ นานา ให้อดอยากต่อไป ที่ทำบาปเก่ามามากกว่านั้น แทนที่จะได้รับการช่วยเหลือ กลับถูกกระหน่ำซ้ำเติมไปอีก

               ส่วนสุนัขตัวเมียตัวนี้ สมัยเป็นมนุษย์คงให้ทานมาดี แต่รักษาศีลไม่ดี ทำผิดพลาดไป จึงมาเกิดเป็นสุนัข แต่แม้จะมาเกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานด้วยอำนาจบุญที่ทำทานในอดีตชาติมาดี ก็ตามมาส่งผล ซึ่งมีให้เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน หรือไม่ก็ผู้อ่านบางท่านที่เลี้ยงสุนัข ก็อาจจะเลี้ยงดีอย่างนั้นด้วย

               มีรายการโทรทัศน์เมื่อประมาณสิบกว่าปีก่อน เจ้าของบ้านเป็นคนรัก สุนัขมาก ให้สุนัขกินทุเรียน มันก็ชอบกิน แล้วทุเรียนชนิดอื่นก็ไม่เกินเสียด้วย ต้องทุเรียนหมอนทอง เขาเอามาออกรายการทีวี แล้วเอาทุเรียนชนิดต่างๆ มาให้มันเลือกกิน มันก็เลือกถูก ว่าจานไหนเป็นทุเรียนหมอนทอง ซึ่งแม้แต่มนุษย์แท้ๆ บางคนที่มีฐานะยากจนมาก ก็ยังไม่เคยได้กินทุเรียนเลย ยิ่งไปกว่านั้น บางแห่งมีการทำสปาให้สุนัข คือ นำสุนัขมาอาบน้ำฟอกขนอย่างดี เอาลงอ่างน้ำจากุ๊ซซี่ มีน้ำร้อนไหลวน ทำให้เลือดลมดี อาบเสร็จก็เช็ดตัว เอาไดร์เออร์เป่าผมมาเป่าขนให้แห้ง มีน้ำมันนวดตัว ใช้คนถึงสองคน ช่วยกันดูแลสุนัขตัวเดียว แม้จะพลาดไปเกิดเป็นสุนัข แต่บุญที่ทำไว้ในอดีตก็ยังตามมาให้ผล

               เพราะฉะนั้น อย่าไปอิจฉามันเลย สู้เราทำบุญให้มาก ฝึกตัดใจละความเสียดายความตระหนี่ แล้วหมั่นให้ทาน ตลอดจนกระทั่งสั่งสมบุญอื่นๆ มีการรักษาศีล ฝึกเจริญสมาธิภาวนาให้เป็นประจำ จะได้เป็นเสบียงบุญใหญ่ติดตัวข้ามภพข้ามชาติไป จนกว่าเมื่อใดบุญบารมีที่เราสั่งสมไว้เต็มเปี่ยมก็จะได้บรรลุมรรคผลนิพพาน ส่วนสามีนั้น เมื่อทานอาหารมากไปตกกลางคืนก็ปวดท้องอยางหนักเพราะอาหารไม่ย่อย จึงสิ้นใจตายไป ภาพสุดท้ายที่เกิดขึ้นในใจก่อนที่เขาจะตาย กลับไปนึกถึงสุนัขตัวเมียนั้น เมื่อตายไป ใจที่เกาะเกี่ยวอยู่กับสุนัขจึงนำดวงวิญญาณไปเกิดในท้องสุนัขเมียตัวนั้นเอง

               (น่ากลัวจริงๆ เรื่องความไม่รู้นี่ วันหนึ่งๆ ใจของเราเกาะเกี่ยวอยู่กับสิ่งใดกันบ้างหนอ ภาพในใจนี่สำคัญมากๆ และใจคนเรานี่ไว้จริงๆ การฝึกใจจึงเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับทุกคน แต่ก็มีคนเป็นจำนวนมากที่ยังไม่รู้และสิ่งสำคัญของทุกชีวิต ก็คือ “วันสุดท้าย” และ “ภาพสุดท้าย” คนเราทุกคนต้องตายทั้งนั้น เพราะฉะนั้น เมื่อวันนั้นมาถึง ถ้าหากใจเศร้าหมองไม่ผ่องใสก็ต้องไปอบาย คือที่ที่มีแต่ความทุกข์ แต่ถ้าหากว่าใจผ่องใสก็ไปเกิดในสุคติ ทำบุญไว้มากก็เกิดในสวรรค์ เพราะเหตุนี้เอง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้ตรัสสอนให้เราหมั่นเจริญภาวนาไว้เสมอๆ เพราะจะทำให้เรามีสติ นึกถึงแต่สิ่งดีๆ สิ่งที่เป็นบุญกุศลตลอดเวลา จะทำให้การดำรงชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าสภาวะไหนก็อยู่เป็นสุข ถึงคราวจะต้องลาโลก จิตที่ผ่องใสอยู่เสมอ ก็จะนำไปสู่สุคติ และเมื่อใดจิตบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส ก็จะได้บรรลุพระนิพพาน)

**ติดตามโฆสกะได้ในตอนต่อไป**