เมื่อหุ่นมนุษย์ยอมให้กิเลสเข้าสิงใจ

วันที่ 02 สค. พ.ศ.2554

เมื่อหุ่นมนุษย์ยอมให้ฝ่ายมารโลกเอากิเลสเข้าสิงใจ จนต้องลงมือทำกรรม ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ผลกรรมก็บีบให้รูปร่างของหุ่นมนุษย์เปลี่ยนรูปไปทุกครั้งที่เกิด คุณภาพของหุ่นก็เสียหายตามไปด้วย บางครั้งหุ่นมนุษย์ก็กลายไปเกิดเป็นเดรัจฉาน นก หนู ปู ไก่ จิ้งจก ตุ๊กแก ยุง มด กระทั่งตัวพยาธิ รวมทั่งเป็นเปรต เป็นอสุรกายต่างๆ ไปตามผลของกรรม ผลของกรรมส่งให้เกิดเป็นสัตว์ในภูมิใดก็ตาม ก็ต้องไปพบความทุกข์ของรูปขันธ์ นามขันธ์ที่ได้รับอยู่ในภูมินั้นๆ ไม่มีที่ใดพ้นทุกข์

เมื่อพบทุกข์ ก็บีบคั้นให้เกิดกิเลสตัวอยากพ้นทุกข์ก็จริง แต่อยากแล้วทำผิดวิธี คือ แทนที่ทำแล้วจะจางคลายจากกิเลส กิเลสกลับพอกพูนยิ่งขึ้น กิเลสก็บีบให้ทำกรรมใหม่ หมุนเวียนระหว่างกิเลส - กรรม - วิบาก อยู่อย่างนี้ ไม่รู้จบสิ้น เป็นวัฏฏะเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในที่คุมขังคือภูมิทั้ง ๓๑

คำสั่งและคำสอนที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสแสดงแก่เหล่าเวไนยสัตว์ คือ สัตว์ที่มีบารมีแก่พอจะปฏิบัติตามได้ มีหลักใหญ่ อยู่เพียง ๓ ข้อเท่านั้น คือ

๑. ละความชั่วทั้งปวงให้หมดสิ้น
๒. ทำความดีให้เต็มที่
๓. ทำจิตให้บริสุทธิ์

การปฏิบัติตามหลักคำสอน ๓ ข้อนี้ เหมือนการเดินขึ้นบันได จากต่ำไปสูง หรือถ้าเปรียบหุ่นมนุษย์เหมือนภาชนะที่จะนำไปใส่ของที่ ต้องการ ก็เป็นภาชนะที่มีขยะสิ่งสกปรกอยู่เต็ม (คือใจมนุษย์มีกิเลส หมักหมมอยู่เต็ม) เมื่อต้องการจะนำภาชนะไปใช้ ก็ต้องนำขยะสกปรกเหล่านั้นไปเททิ้ง

หมายถึง การละความชั่วทิ้ง แล้วก็นำภาชนะไปล้างด้วยกรรมวิธีต่างๆ ให้สะอาด หมายถึงทำความดีให้เต็มที่ เมื่อภาชนะสะอาดดีแล้ว ก็นำภาชนะนั้นไปใช้ นั่นคือจิตมนุษย์ที่ล้างความชั่วทิ้ง ทำแต่ความดี ก็มีคุณภาพพิเศษที่จะทำให้บริสุทธิ์ได้ง่าย

 

 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร