ทำไมต้องรวย?

วันที่ 15 สค. พ.ศ.2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าถามว่า .............. ทำไมต้องรวย
คำตอบก็คือ ................. ลองไปจนดูสิ

ลองไปจนดูสักปี สองปี หรือไม่ต้องมาก แค่เดือน ๒ เดือน ก็ได้ แล้วจะรู้ว่าทำไมต้องรวย

คนที่เกิดมาจน คือ คนที่ทำทานมาในชาติที่แล้วน้อย หรือไม่ได้ทำเลย มีความตระหนี่มากจึงเกิดมาลำบาก ความจนทำให้ชีวิ ไม่มีเวลานึกถึงการศึกษาในเรื่องราวความเป็นจริงของชีวิต ไม่ต้องพูดถึงการให้ทานทั้งกับพระสงฆ์หรือคนทั่วไป เพราะตัวเองก็แทบจะไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องอยู่แล้ว จะคิดเหลือไปเผื่อแผ่ใคร

ความจนทำให้มีโอกาสพลั้งพลาดไปทำบาปกรรมได้ง่าย ให้ไปทำอาชีพที่ผิดศีลก็ต้องยอม ให้ไปฆ่าสัตว์มาเป็นอาหารหรือฆ่าขาย หรือแม้กระทั่งฆ่าคน บางทีก็ต้องยอม ทำให้เสียโอกาสเวลาในเรื่องที่จะมาทำบุญกุศลเพิ่มเติม

นี้เอง... จึงเป็นคำตอบว่า ทำไมจะต้องรวย ? อย่าปฏิเสธว่าคุณเองก็ไม่อยากจน

รวยแล้วดียังไง?

รวยแล้ว... ก็มีอิสระจากความจน มีอิสระจากการต้องจำใจจำยอมในการต้องจำนนทำงานที่อาจผิดกฎหมายผิดศีลธรรม

รวยแล้ว... ก็มีเวลาว่างมากพอที่จะหาตำรับตำรามาศึกษาความเป็นจริงของชีวิต ว่าเกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหน อยู่เพื่อทำอะไร มีเวลานั่งสมาธิเจริญภาวนา

รวยแล้ว... ก็มีโอกาสสร้างมหาทานได้โดยง่าย ให้สมบัติอย่างตัดตระหนี่ เมื่อใดให้ทานแล้วขาดจากใจโดยไม่มีความตระหนี่หลงเหลืออยู่ บุญย่อมเกิดขึ้นเมื่อนั้น

นอกเสียจากว่ารวยแล้วไม่มีกัลยาณมิตรชักชวนไปในทางดีหรือสอนตัวเองไม่ได้ ก็จะนำความรวยนั้นไปใช้ในทางสร้างความวิบัติแก่ตนเองและผู้อื่น เช่น รวยแล้วก็เปิดโรงสุรา หรือไม่ก็เปิดผับเปิดบาร์ ค้าขายสัตว์ ทำฟาร์ม ผลิตไวน์ ผลิตบุหรี่ ผลิตอาวุธ เปิดบ่อนมอมเมาผู้คน ทำหนังและหนังสือโป้

และที่เรายังไม่เห็นว่าคนพวกนี้ได้รับผลกรรมใดๆ จากอาชีพมิจฉาชีวะเหล่านี้ ถ้าผลกรรมมีจริงทำไมยิ่งทำยิ่งรวย นั่นก็เพราะบุญเก่าที่พวกนี้สร้างมายังหล่อเลี้ยงอยู่ เมื่อใดบุญหมดกรรมส่งผล ก็จะเริ่มพบกับความเสื่อมในหน้าที่การงาน สุขภาพ ครอบครัว และวิบัติก็จะมาเยือนในที่สุด ตายไปก็ต้องไปรับกรรมในยมโลกมหานรกอีก ๑๐๐ ปี ๑,๐๐๐ ปี หรือเป็นหมื่น แสน ล้าน เป็นกัปปี ตามแต่ความหนักเบาแห่งกรรมชั่วที่ได้กระทำมา

แล้วมันคุ้มแล้วหรือกับแค่สุขไม่กี่สิบปีก็ตายแล้ว แต่ต้องไปรับกรรมในอบายภูมิยาวนานขนาดนั้น

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า "สัตว์ผู้ประมาทอยู่ จะต้องวนเวียนอยู่ในวัฏฏะเนิ่นนาน แม้พระพุทธญาณก็ยังไม่สามารถกำหนดได้"