กราบพระพุทธ-เคารพพระพุทธเจ้า

วันที่ 24 ตค. พ.ศ.2554

 

       เรื่องแรก การพระพุทธ คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถามจริงๆ ที่นั่งกันอยู่นี่น่ะมีใครบ้างที่กราบพระก่อนนอนทุกคืนเลยยกมือขอดูหน้าหน่อยซิ

 

       มีไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วนอกนั้นล่ะไปทำอะไรอยู่ กราบทีวีซิท่า ไปแก้ไขกันซะนะ กราบพระให้ได้ทุกคืน กราบพระพุทธที่บ้านนั่นแหละ กราบไปก็ค้นไปศึกษาพุทธประวัติดูให้ดีว่าท่านมีข้อเสียตรงไหนบ้าง ค้นให้เจอ แล้วจะพบว่าไม่เจอหรอก เพราะท่านไม่มีที่เสีย มีแต่เรื่องดี เมื่อเจอแต่เรื่องดีก็ทำแต่เรื่องดีๆ ตามท่านไป เวลาจะตัดสินใจทำเรื่องอะไรสักเรื่อง ถ้าตัดสินใจไม่ลงละก็ ไปศึกษาพุทธประวัติดู เรื่องอะไรที่เทียบเคียงได้ใกล้กับเรื่องของเรา ก็ดูว่าพระองค์ตัดสินใจยังไง แล้วก็ก็ตัดสินใจตามอย่างท่าน ไม่พลาดหรอก ถูกต้องทั้งนั้น

 

       เชื่อหลวงพ่อ กราบพระพุทธให้ได้ทุกคืนก่อนนอน แล้วไม่ใช่แต่ตัวเองกราบนะลูกเราหัวเท่ากำปั้น เรียกพ่อเรียกแม่ยังไม่ค่อยจะชัดน่ะ รีบสอนเสีย สอนให้พูด นะโมตัสสะ เสียเร็วๆ ก่อนที่ลูกจะไปหัดด่ามาจากคนใช้ หัดด่ามาจากเพื่อน ได้ยินเสียง ไอ้เจี้ยๆ เมื่อไหร่รู้ไว้เถอะ เริ่มหัดด่าแล้ว ตอนนี้ยังไม่ชัดขืนปล่อยไว้เถอะไม่นานหรอก ชัดแจ๋ว

 

       สอนให้ลูกกราบพระ ตัวเองต้องกราบนำลูกด้วย หลายคนเอาแต่สั่ง “ลูก ไปกราบพระเสีย” แต่ตัวแม่ตัวพ่อไม่กราบหรอก อย่างนี้ลูกก็กราบเฉพาะตอนสั่ง เวลาอื่นไม่กราบหรอก ก็พ่อแม่ยังไม่กราบ แต่ถ้าเรียก “ลูกเอ๊ย มากกราบพระกับแม่” อย่างนี้ค่อยเข้าท่า แล้วเวลาสอนลูกให้กราบพระต้องสอนให้เป็นด้วยนะ

 

       หลายคนสอนลูกกราบพระไม่เป็น สอนยังไง เสียงเรียก “ลูกเอ๊ย มากราบพระกัน” ทีแรกลูกยังเด็กมากแกก็ไม่ถามล่ะกราบก็กราบ แต่พอโตไปโรงเรียนเข้าชักขี้เกียจกราบแล้ว อยากจะไปนั่งดูทีวี พอเรียกซ้ำ “ลูก มากราบพระ” ลูกบางคนขึ้นเสียง “กราบทำไมกันแม่ ดูทีวีดีกว่า” เฉไปแล้ว

 

       ตรงนี้แหละสำคัญ ถ้าวันไหนลูกถามว่ากราบพระทำไมละก็ ตอบให้ดีเชียวน่า ถ้าตอบดี วันนั้นแหละเป็นวันปิดทองพระ ถ้าตอบไม่ดี เฮอะเดี๋ยวเถอะพระถูกโยนทิ้งหมด แม่บางคนตอบลูก ฟังแล้วอ่อนใจ

 

       “แม่ ทำไมต้องกราบพระล่ะ” แม่ตอบอย่างไรรู้ไหม

 

       “ลูกเอ๊ย พระองค์นี้ศักดิ์สทธิ์ ให้หวยแม่นจริงๆ”

 

       เสร็จกันพรรค์นี้ มาสอนลูกให้ขอหวยพระตั้งแต่เล็ก เอาดีไม่ได้แล้วลูกคนนี้บางคนตอบ “องค์นี้ลูกเอ๊ย กราบทุกวัน บูชาให้ดีล่ะก็ ขโมยไม่ขึ้นบ้าน”

 

       แน่ะ มาเกณฑ์พระพุทธรูปให้เป็นยาม จะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าสอนลูกเป็นต้องสอนว่าอย่างนี้

 

       “ลูกเอ๊ย กราบให้งามๆ องค์นี้น่ะเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ท่านบริสุทธิ์เหลือเกิน ท่านไม่เคยคิดร้าย ไม่เคยพูดร้าย ไม่เคยทำร้ายใครเลย เพราะฉะนั้นลูกแม่โตขึ้นมา เรื่องคิดร้ายๆ พูดร้ายๆ ทำร้ายๆ อย่าทำนะลูก”

 

       อย่างนี้ใช้ได้ สอนลูกอย่างนี้ ลูกจะอยากปิดทองพระอยากกราบพระขึ้นมาทีเดียว วันหลังลูกจะถามอีก เพราะเด็กจำอะไรไม่ได้นาน

 

       “แม่ ทำไมต้องกราบพระ” รีบตอบลูกเลย

 

       “ลูกเอ๊ย องค์นี้น่ะนะ เมื่อมีชีวิตอยู่ท่านฉลาดที่สุดในโลกเลย ฉลาดจนกระทั่งปราบนิสัยไม่ดี มารยาทไม่ดีในตัวเองหมดเลย แล้วยังสอนวิธีปราบให้คนอื่นด้วย” บอกง่ายๆ อย่างนี้จะไปบอกว่า ตรัสรู้ น่ะลูกไม่เข้าใจหรอก บอกต่ออีกหน่อยก็ได้

“เรื่องทุกเรื่องในโลกเรานี่ ท่านก็รู้หมดนะลูก” อย่าไปบอกว่าท่านเป็น สัพพัญญู ลุกจะไม่เข้าใจ

 

       วันต่อไปลูกจะถามอีก “แม่ทำไมต้องกราบ” ถ้าลูกไม่ถามก็ถามนำบ้าง “ลูกรู้ไหม ทำไมแม่ให้กราบพระทุกวัน” ซักซ้อมดูซิว่าแกยังจำที่เราอธิบายไว้ได้หรือเปล่าแล้วอธิบายต่อเลย

 

       “ลูกเอ๊ย องค์นี้เมื่อมีชีวิตอยู่ ท่านใจดีที่สุดในโลกเลยลูก” ท่านใจดียังไงก็เล่าไป

 

       อธิบายชี้ช่องกันอย่างนี้ ลูกโตขึ้นใจจะงาม เพราะว่ามีแนวทางให้คิดอย่างถูกต้อง มีบุคคลต้นแบบของความดี คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่แม่เล่าให้ฟัง

 

       พอลูกโตขึ้นมาอีกหน่อยก็สอนต่อ “ลูก ไปกราบคุณพ่อก่อนนอนนะ” เราเป็นแม่ต้องสอนอย่างนี้ จะไปบอกว่า “ลูกมากราบแม่ก่อน” บางทีมันเขินๆ ให้ไปกราบพ่อก่อนแหละดี ถ้าลูกถามอีก เด็กวัยนี้ช่างซักช่างถาม ก็ตอบไปเลย

 

       “ลูกเอ๊ย พ่อน่ะเขามีความบริสุทธิ์ใจกับลูก ไม่เคยคิดร้ายกับลูกเลย ถึงพ่อเขาจะดุ จะตีลูกบ้าง เขาก็ตีด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะลูกซน ห้ามไม่ฟัง พ่อเขาถึงตี”

 

       ชี้ให้มันชัดกันลงไปในเส้นทางเดียวกันนี้ คือชี้ให้เห็นว่าพ่อก็ทำตามอย่างพระพุทธเจ้าแล้วเมื่อได้โอกาสก็สอนต่อ “พ่อของลูกน่ะฉลาดมากเลย เพราะตั้งใจเรียนมาตั้งแต่ยังเด็กเท่ากับลูก เพราะฉะนั้น ลูกโตขึ้นต้องตั้งใจเรียนนะ…” อย่างนี้มันชัดดี แล้วสอนต่อ คุยกันบ้าง อย่าตั้งหน้าตั้งตาพูดคนเดียว ปกติถ้าแกมีส่วนร่วมในการออกความเห็น แกจะจำเรื่องราวได้ดีและยอมรับที่จะทำตามง่ายๆด้วย

 

       “ยิ่งกว่านั้นนะลูก พ่อเขายังมีน้ำใจดีมากเลย รักลูกมากที่เหนื่อยอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อลูกจะได้มีกินมีใช้ เพราะฉะนั้นลูกโตขึ้นลูกจะต้องเป็นคนมีน้ำใจนะ ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน แล้วลุงป้าน้าอา เขาก็ช่วยไกวเปลเห่กล่อมลูกมานะลูก ควรจะไปช่วยทำธุระปะปังให้บ้าง”

 

       สอนลูกอย่างนี้จึงจะใช้ได้ ส่วนพ่อเมื่อลูกมากราบแล้ว ก็ต้องสอนให้ไปกราบแม่บ้าง อย่างนี้รับรองได้ลูกแก้วแน่ ประเภทลูกขวดไม่มี คนที่ได้ลูกขวด คือพ่อก็ขวดลูกก็ขวดน่ะแสดงว่า พ่อเอาแต่กินเหล้า แม่เอาแต่เล่นไพ่ ไม่ได้สอนแล้วยังทำตัวอย่างไม่ดีให้ดู บางทีปล่อยให้ทีวีสอน คือให้ลูกดูละครเสียดสีสังคมลูกยังเล็กคิดไม่เป็น คิดผิด เห็นพ่อแม่เป็นตัวผู้ร้ายแบบในหนังเลยไม่ให้ความเคารพ