บทความพิเศษ ตอนที่ 6 ปาฎิหาย์แห่งพระบรมธาตุ

วันที่ 22 เมย. พ.ศ.2557

บทความพิเศษ

 ชุด  อัญเชิญพระบรมธาตุ 

 ตอนที่ 6 ปาฎิหาย์แห่งพระบรมธาตุ

  

ในพระสุตตันตปิฎก  ได้อธิบายลักษณะของพระบรมธาตุออกเป็น  3  ลักษณะ       

หนึ่ง  พระบรมธาตุสีเหมือนดอกมะลิตูม  หรือสีเหมือนดอกพิกุล        

สอง  พระบรมธาตุสีเหมือนแก้วมุกดาที่เจี่ยระไนแล้ว        

สาม  พระบรมธาตุที่มีสีเหมือนจุณ  หรือสีเหมือนผงทองคำทองอุไร
                 

คุณลักษณะพิเศษของพระบรมธาตุแตกต่างจากรัตนชาติทั่วไป คือเป็นรัตนธาตุที่มีชีวิต  สามารถเสด็จไปมาเองได้  เพิ่มได้  ย่อส่วนขยายใหญ่ได้                

พระบรมธาตุที่เสด็จมาเพิ่ม  องค์ที่สำคัญ  คือ  พระบรมธาตุที่เสด็จมาเพิ่มพบที่พระเจดีย์ไม้เก่าแก่ที่สุดในประเทศจีน  มีลักษณะใสเหมือนแก้วมุกดา   

( เจดีย์หยิงเซียน (Yingxian Pagoda)เจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก )

( เจดีย์หยิงเซียน (Yingxian Pagoda)เจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก )            

ส่วนพระบรมธาตุที่บรรจุไว้ที่วัดมหาธาตุ  พระนครศรีอยุธยา  มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย  เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพของชาติกลับคืนมา  หลังจากตกเป็นเมืองขึ้นพม่านาน  15  ปี                

วัดมหาธาตุเป็นที่ประดิษฐาน  พระบรมธาตุใจกลางพระนคร  สร้างในราวปี  พ.ศ 1917  ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์  สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่  1  ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อัญเชิญพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ เมื่อ  พ.ศ. 1927  สร้างด้วยศิลาแลง  มีลักษณะที่งดงามมาก   

( เจดีย์ที่วัดมหาธาตุ อยุธยา )   

( เจดีย์ที่วัดมหาธาตุ อยุธยา )          

ปี พ.ศ. 2499  กรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์องค์นี้  พบของโบราณหลายชิ้นที่สำคัญคือ  ผอบศิลา  ภายในมีสถูปซ้อนกัน  7  ชั้น  แบ่งออกเป็นชั้น เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกแมนและทองคำ  ชั้นในสุดบรรจุพระบรมสารีริธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า  ปัจจุบันพระบรมธาตุ  ได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา   

 ( พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา )

    ( พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา )         

ในพระราชพงศาวดาร  กรุงศรีอยุธยา  กล่าว่า  ในสมัยสมเด็จพระพระนเรศวรมหาราชออกศึกสงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชเมืองพม่า  ก่อนออกสงคราม สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้หันพระพักตร์ไปทางวัดมหาธาตุ  แล้วทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า  ข้าพระเจ้าพุทธเจ้ามิได้กระทำสงคราม  เพราะหวังเอาชนะข้าศึก  หวังขยายพระราชอาณาเขต  เพื่อความเป็นใหญ่ของตนเอง  แต่หวังปกป้องรักษาแผ่นดินสยามประเทศนี้ไว้เพื่อพระพุทธศาสนา  หากข้าพระเจ้าทรงกระทำสำเร็จดังปราถนา ขอพระบรมธาตุ  จงแสดงปาฎิหาริย์ให้เห็นประจักษ์แก่สายตาเถิด                

สิ้นคำสัตยาธิษฐาน  พระบรมธาตุเสด็จมาทางอากาศเปล่งรัศมีใสสว่าง  เวียนประทักษิณ  3  รอบ  ต่อหน้าพระพักตร์  สมเด็จพระนเรศวรปลื้มปีติพระราชหฤทัยเป็นล้นพ้นนับแต่บัดนั้นมาพระองค์ทุ่มเทพระวรกายปกป้องรักษาแผ่นดิน  บำบัดทุกข์บำรุงสุขราษฎรถ้วนหน้า  ประกาศให้ราษฎรอยู่ในศีลธรรมห้ามดื่มน้ำจัณหรือเหล้าในวันพระเด็ดขาด  ใครบังอาจฝ่าฝืน  ต้องโทษหนัก  ไม่มีการละเว้นให้ผู้ใด

 

บทสารคดี  รัตนวนาลี