ที่มาของพระธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ

วันที่ 04 พค. พ.ศ.2557

 
ที่มาของพระธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุ
โดย พระราชภาวนาจารย์(เผด็จ ทตฺตชีโว)
เรียบเรียงจากรายการหลวงพ่อตอบปัญหา ทาง DMC
 

คำถาม: ผมอยากทราบว่าพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุเกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราจะทราบได้อย่างไรว่าเป็นของจริง และมีผลอย่างไรต่อผู้มีไว้บูชาครับ?
 

คำตอบ: พระบรมสารีริกธาตุ หมายถึงอัฐิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วก็ถวายพระเพลิงกัน วันที่พระองค์จะปรินิพพานพระองค์ทรงอธิษฐานว่า ให้อัฐิของพระองค์ส่วนที่เป็นกระดูก จะเป็นฟัน หรือจะเป็นส่วนไหนก็ตาม ให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย 84000 ชิ้น ตามจำนวนข้อพระธรรมที่มีตรัสไว้ ซึ่งปรากฏต่อมาในพระไตรปิฎก 84000 ข้อ
 

   ลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุที่จะพอสังเกตเห็นได้ชัดๆ คือมีลักษณะคล้ายมุก ที่วัดพระธรรมกายมีอยู่จำนวนหนึ่ง หลวงพ่อคิดว่าจะเอามาให้พวกเราได้เห็นกันชัดๆ ได้บูชากันชัดๆ เมื่อสร้างมหาธรรมกายเจดีย์เสร็จ
 

    ส่วนที่ถามว่าทำไมจึงใสเหมือนมุก ก็บอกว่าเพราะธาตุของพระองค์ถูกกลั่นบริสุทธิ์แล้วจริงๆ เมื่อพระองค์ยังทรงพระชนม์ คือ ยังมีชีวิตอยู่ ธาตุที่ประกอบเป็นร่างกายก็บริสุทธิ์จนมีรัศมีแผ่ออกมารอบพระวรกายข้างละวา มีบันทึกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบางพระองค์ ในอดีต มีรัศมีแผ่ออกถึงข้างละ 1 โยชน์ คือประมาณ 16 กิโลเมตร บางพระองค์ข้างละ 10 วา บางที 20 วา ซึ่งก็แล้วแต่บารมีของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ เพราะว่าแต่ละพระองค์ทรงสร้างบารมีมาไม่เท่ากัน
 
 
     อย่างไรก็ตาม ถ้าธาตุภายในบริสุทธิ์ก็หมายความว่า แม้แต่กระดูกก็บริสุทธิ์ตาม ส่วนพวกเรานี่กิเลสยังหนาอยู่ มีโลภ โกรธ หลง อยู่อีกเยอะ กระดูกของเราเมื่อเผาแล้วเขาเอามากองรวมกับกระดูกแพะ บางทียังแยกความแตกต่างไม่ออก เพราะมันมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก
 

     ส่วนพระธาตุ หมายถึงอัฐิของพระอริยสงฆ์ นับตั้งแต่อัฐิของพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ อัฐิของท่านเหล่านี้ก็ยังต่างจากอัฐิของพวกเราอีกนั่นแหละ คือหลังจากที่เขาประชุมเพลิงแล้ว อัฐิของท่านจะมีลักษณะกึ่งหินกึ่งกระดูก แต่ไม่ใช่ Fossil และอัฐิแต่ละชิ้นก็มีลักษณะเฉพาะๆ ของท่าน พระอรหันต์แต่ละท่าน ก็มีลักษณะพระธาตุต่างกัน เพราะสร้างบุญสร้างบารมีมาไม่เหมือนกัน
     

     ส่วนของพวกเราเนื่องจากทำบาปไว้เยอะ พอตายแล้วเขาเอากระดูกไปกองรวมกับกระดูกสัตว์เมื่อไร ก็แยกแทบไม่ออก แต่ว่าถ้าตั้งแต่วันนี้เป็นตันไป นั่งสมาธิ(Meditation)ให้ดี รักษาศีลไม่ให้ขาด กระดูกจะเริ่มเปลี่ยนสภาพตั้งแต่ตอนยังมีชีวิตอยู่ พอตายแล้ว แม้อัฐิไม่ถึงกับเป็นพระธาตุอย่างพระอรหันต์ท่าน แต่ก็มีแวววับๆ เรื่องนี้เคยเจอมาแล้ว
 

  พระภิกษุบางรูป แม่ชีบางท่านที่ตั้งใจรักษาศีลอย่างดีเยี่ยม นั่งสมาธิมาอย่างดีเยี่ยม เมื่อท่านตายแล้ว พอนำเอาร่างไปเผา อัฐิของท่านมีลักษณะคล้ายเป็นพระธาตุ แต่ยังไม่เต็มที่ อย่างนี้เคยเจอ ดังนั้นขอให้ตั้งใจนะ รักษาศีล 8 ให้ดี นั่งสมาธิมากๆ เมื่อตายแล้วอัฐิจะค่อยๆ เปลี่ยนสภาพไป ที่เปลี่ยนก็เพราะขันธ์ 5 ได้บริสุทธิ์ขึ้นมาตามลำดับไงล่ะ
 

   เขาเก็บพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุเอาไว้ทำไม ?    
            

    เขาก็เก็บไว้กราบไหว้บูชา ถามว่ากราบไหว้บูชาแล้วได้อะไร? ก็ได้เกิดความศรัทธา บางคนพอมาเห็นพระบรมสารีริกธาตุเข้าก็ได้คิด อ้อ..นี่กระดูกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โอ้โฮ้..ใส..ใส ยังกับไข่มุก มองแล้วเกิดความประทับใจมากกว่าจะรังเกียจว่านี่เป็นกระดูก อย่างเราเห็นไข่มุก เรายังชอบใจว่า แหม..ไข่มุกสวยจริงๆ ไข่มุกเกิดจากน้ำลายในตัวสัตว์ เรายังเชิดชูเอามาทำเครื่องประดับราคาแพง แต่ว่าพระบรมสารีริกธาตุบางองค์ใสกว่าไข่มุก เห็นแล้วเกิดความปีติ ไม่ว่าชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับเมล็ดข้าวสารหักก็มี คล้ายเมล็ดพันธุ์ผักกาดก็มี ชิ้นเล็กๆ สวยๆ
              

    พอเห็นแล้วใจมันฟู ทำให้อยากทำความดีตามท่าน อยากจะให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาตามท่าน เกิดกำลังใจว่า อ้อ..คนที่ทำความดีเต็มที่จริงๆ นี่ แม้แต่กระดูกยังเปลี่ยนไปในทางดีหมด ความดีที่ท่านทำ ได้เข้าไปกลั่นธาตุให้บริสุทธิ์ขึ้น แม้ที่สุดกระดูกของพระอรหันต์ซึ่งมีความบริสุทธิ์หย่อนลงมาตามส่วน เมื่อเผาแล้วอัฐิธาตุของท่านยังมีคุณประโยชน์ คือเมื่อเราเห็นแล้วก็ยังก่อให้เกิดศรัทธาที่จะประพฤติปฏิบัติธรรมตามอย่างท่าน