หน้าที่รับผิดชอบของลูกจ้าง

วันที่ 04 กค. พ.ศ.2557

 

หน้าที่รับผิดชอบของลูกจ้าง

 

         

       พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกำหนดหน้าที่ให้เป็นอริยวินัยของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา ลูกน้อง หรือลูกจ้างที่ต้องปฏิบัติ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อนายจ้าง หรือผู้บังคับบัญชา ไว้เป็นตัวอย่างให้ดู 5 ประการคือ


         1) เริ่มทำงานก่อนนาย


         2) เลิกทำงานหลังนาย


         ลูกน้องที่มีพฤติกรรมใน 2 ข้อนี้ ย่อมแสดงว่าเขามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานเป็นอย่างดีมีความเคารพนับถือหัวหน้าอย่างจริงใจ ไม่มีเจตนาที่จะเอาเปรียบนายจ้าง หรือหาเหตุมาเป็นเงื่อนไขให้นายจ้างปูนบำเหน็จรางวัล ลูกน้องที่มีลักษณะนิสัยเช่นนี้ก็เพราะได้รับการปลูกฝังอบรมสัมมาทิฏฐิให้เข้าไปอยู่ในใจมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยจนเกิดเป็นลักษณะนิสัยที่ดีงาม


         3) ถือเอาแต่ของที่นายให้ ลูกน้องที่เข้าใจและเชื่อมั่นในกฎแห่งกรรมสละกรรมกิเลส ได้ ย่อม
ไม่หยิบฉวย หรือลักขโมยทรัพย์สินของหัวหน้า หรือของบริษัทขององค์กรมาเป็นของตน


         4) ทำงานให้ดีขึ้น หมายถึงทุ่มสุดใจทำงานในหน้าที่ ยิ่งมีประสบการณ์มากขึ้น ก็ยิ่งทำงาน
ให้เต็มตามกำลังสติปัญญามากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยไม่ตั้งเงื่อนไข ต่อรองขอบำเหน็จรางวัลจากนายจ้าง


        5) นำเกียรติคุณของนายไปสรรเสริญ ลูกน้องที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ก็เพราะมีพื้นฐานจิตใจเป็นคนดี มีความจงรักภักดีต่อเจ้านายด้วยความจริงใจ ประกอบกับเจ้านายก็เป็นคนดี มีสัมมาทิฏฐิ มีความเมตตากรุณาต่อลูกน้องอย่างถ้วนหน้า และเสมอต้นเสมอปลายหน่วยงานใด หรือองค์กรใดที่ทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชา หรือทั้งนายจ้างและลูกจ้างต่างฝ่ายต่างสามารถปฏิบัติหน้าที่ทั้ง 5 ประการตามความรับผิดชอบของตน ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้อย่างสมบูรณ์ไม่บกพร่อง และ สม่ำเสมอ ก็เพราะต่างฝ่ายต่างมีลักษณะนิสัยมิตรแท้ มีความรักสมัครสมานสามัคคีโดยทั่วกัน ย่อมหวังได้ว่าหน่วยงานหรือองค์กรนั้น จะประสบความเจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวันตกต่ำอนึ่ง ถ้าจะพิจารณาให้ลึกลงไปทางด้านธรรมะ ถามว่ามีธรรมะอะไรบ้าง ที่ทำให้ทั้งฝ่ายผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถประสานความร่วมมือกันได้อย่างราบรื่นและเกิดประสิทธิผล

 

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก