วัยผู้ใหญ่

วันที่ 10 กค. พ.ศ.2557

 

วัยผู้ใหญ่


            หมายถึงผู้ที่เข้าสู่วงการอาชีพแล้ว ผู้คนแต่ละคนย่อมเริ่มเข้าสู่วงการอาชีพช้าหรือเร็วต่างกัน
โดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาของแต่ละคน อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่วงการอาชีพแล้ว ถือว่า
ทุกคนอยู่ในวัยผู้ใหญ่ทั้งสิ้นสำหรับผู้ใหญ่ที่มีสัมมาทิฏฐิย่อหย่อนคลอนแคลนใครจะเป็นผู้ปฏิรูปตนเองนั่นแหละจะต้องปฏิรูปตนเอง โดยมีกัลยาณมิตรเป็นผู้ชี้แนะและให้กำลังใจปฏิรูปตนเองมีความหมายอย่างไร


            บุคคลที่มี สติสัมปชัญญะโดยทั่วไป เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ย่อมมีความคิดเห็นเป็นของตนเอง
มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง ไม่ยอมเชื่อฟังใครง่ายๆ ยิ่งบุคคลที่มีการศึกษาทางโลกสูง ก็จะยิ่งมีความเชื่อมั่นในตนเองสูงตามไปด้วย ดั่งที่เรียกว่า "ติดอัตตา" นั่นแหละ และถ้าบุคคลขาดความรู้ทางธรรม เขาก็จะมีสัมมาทิฏฐิย่อหย่อน กล่าวให้ตรงก็คือ มีมิจฉาทิฏฐินั่นเอง เพียงแต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นมิจฉาทิฏฐิดิ่งเท่านั้น


            บุคคลเหล่านี้ คราใดที่ถูกกิเลสบีบคั้นใจให้ทำสิ่งหนึ่งประการใด ทั้งๆ ที่รู้ว่าผิด เขาก็กล้าเสี่ยงเอาชีวิตเป็นเดิมพันกระทำสิ่งนั้น เข้าทำนอง "ดีชั่วรู้หมด แต่อดไม่ได้" เช่น การคอรัปชั่นฆาตกรรม
ค้ายาเสพติด ฯลฯ เพราะเหตุนี้จึงมีกรณีผู้คนเสี่ยงท้าทายกฎหมาย ที่กำหนดโทษรุนแรงถึงขั้นประหาร
ชีวิตอยู่ทุกยุคทุกสมัยทั่วโลกทั้งนี้ย่อมแสดงว่า ไม่มีใครสอนใครได้ นอกจากตัวเองต้องสอนตัวเอง เพราะเหตุนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสอนว่า"เธอจงตักเตือนตนด้วยตน จงพิจารณาดูตนด้วยตน ภิกษุ เธอนั้นมีสติ ปกครองตนได้แล้ว จักอยู่สบาย ตนแหละเป็นนาถะ(ที่พึ่ง)ของตน ตนแหละเป็นคติของตน..." 1


            เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ทำอย่างไรคนเราจึงจะสอนตัวเองได้คุณค่าและบทบาทของกัลยาณมิตรจึงอยู่ตรงนี้เอง คือช่วยเหลือชี้แนะบุคคลที่มีสติสัมปชัญญะมีปัญญาทางโลก แต่ขาดปัญญาทางธรรม ให้รู้จักจับแง่คิดจากคำชี้แนะนั้นมาสอนตนเอง จนเกิดปัญญาตรองเห็นว่า อะไรคือดีชั่ว บุญบาป ควรไม่ควร ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ ถ้าบุคคลตรองได้เช่นนี้แล้ว เขาก็จะเกิดปัญญาปฏิรูปตนเอง ดังมีกรณี พระยาปายาสิ 2


            อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้คนในสังคมโดยทั่วไปนั้น ไม่มีใครมีคุณสมบัติของมิตรแท้อย่าง
สมบูรณ์แบบ และก็ไม่มีใครมีลักษณะเป็นมิตรเทียมอย่างเต็มรูปแบบอีกเช่นกัน ดังนั้นการปฏิรูปมิจฉา
ทิฏฐิของผู้ใหญ่ จึงต้องอยู่ในลักษณะต่างฝ่ายต่างซึมซับเอาความดี ของผู้ที่เราคบหา สมาคมด้วย มา
พัฒนาตัวเรา ขณะเดียวกันก็พยายามเก็บและกำจัดความชั่วของเราให้หมดสิ้นไปถ้าเราได้มีโอกาสมาคมคบหากับกัลยาณมิตรรอบข้าง เราก็มีโอกาสพัฒนาตนเอง ให้มีคุณสมบัติของกัลยาณมิตรได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัญญา และบุญวา นาของตัวเราเองด้วยเพราะคนบางคน เช่น พระเทวทัต แม้จะมีโชคดี ถึงขั้นมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นกัลยาณมิตรให้ แต่ก็ขาดปัญญาและบุญวาสนาจึงเอาดีไม่ได้ ซ้ำร้ายยังต้องถูกธรณีสูบตกอเวจีมหานรกอย่างน่าเศร้าใจยิ่งนักโดย สรุปก็คือ ผู้มีหน้าที่และบทบาทสำคัญในการปฏิรูปมนุษย์ทุกรูปทุกนาม ก็คือทิศ 6 ของผู้นั้นเอง

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก