เรื่องที่ 2 บุรพกรรมของสูกรเปรต 1

วันที่ 15 กค. พ.ศ.2557

 

เรื่องที่ 2 บุรพกรรมของสูกรเปรต 1

 

           ครั้งนั้น พระบรมศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภสูกรเปรต แล้วตรัสพระธรรม
เทศนาว่าในสมัยพระกัสปสัมพุทธเจ้า มีพระเถระ 2 รูป พำนักอยู่ด้วยกัน ณ วิหารในตำบลแห่งหนึ่ง
รูปหนึ่งบวชได้ 60 พรรษา อีกรูปหนึ่งบวชได้ 59 พรรษา ทั้ง 2 รูปมีความรักใคร่กลมเกลียวกันมาก และเป็นที่เคารพนับถือของญาติโยมในตำบลนั้นอย่างสูง

 

           วันหนึ่ง มีพระธรรมกถึกจรมาขอพักค้างด้วย พระธรรมกถึกมองเห็นความอุดมสมบูรณ์ ที่พระเถระทั้ง 2 รูป ได้รับจากการอุปัฏฐากของญาติโยม จึงวางแผนกล่าวถ้อยคำให้พระเถระ ทั้ง 2 รูปแตกกันเพื่อตนจะได้อยู่ครอบครองวิหารนั้นตามลำพัง ซึ่งในที่สุดก็ทำได้สำเร็จ พระเถระทั้ง 2 รูปต่างแยกกันไปคนละทาง

 

         ครั้นเวลาล่วงไปประมาณ 100 ปี พระเถระทั้งสองได้ เดินทางไปพบกันที่ใกล้วิหารเดิมโดยบังเอิญและได้พูดปรับความเข้าใจกัน จึงได้รู้ว่าเป็นอุบายของพระธรรมกถึกที่ทำให้ท่านต้องแตกแยกกันดังนั้น พระเถระทั้งสองจึงชวนกันเข้าไปต่อว่าพระธรรมกถึก ซึ่งยังคงพักอยู่ในวิหารนั้น เป็นเหตุให้พระธรรมกถึกรู้สึกร้อนรนจนต้องรีบออกจากวิหารทันทีแม้สมณธรรมที่พระธรรมกถึกรูปนั้น บำเพ็ญมาแล้วถึงสองหมื่นปี ก็มิอาจจะคุ้มครองท่านได้ท่านจึงต้องเคลื่อนจาก อัตภาพมนุษย์ไปเกิดใหม่ในอเวจีมหานรก ถูกไฟนรกหมกไหม้อยู่ตลอดพุทธันดร(พุทธันดร หมายถึง ช่วงเวลาที่ว่างจากพระพุทธเจ้า คือ ช่วงเวลาหลังจากพระพุทธเจ้าองค์หนึ่งนิพพานแล้วกับที่พระพุทธเจ้าอีกองค์หนึ่งจะมาตรัสรู้) ต่อจากนั้นจึงเปลี่ยนอัตภาพมาเป็นเปรตอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ศีรษะคล้ายสุกร และมีหางออกจากปาก ปากนั้นมีกลุ่มหนอน ทะลักไหลออกมาตลอดเวลา

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก