วางตนเหมาะสมกับฐานะสภาวะ บุคคล และ สถานการณ์

วันที่ 15 กค. พ.ศ.2557

 

วางตนเหมาะสมกับฐานะสภาวะ บุคคล และ สถานการณ์

 

วางตนเหมาะ สมกับฐานะ สภาวะ บุคคล และ สถานการณ์มีความหมายอย่างไร

 

              ความหมายของการวางตนเหมาะ สมกับฐานะฯ ก็คือ "ทำตัวให้ สมกับที่ตัวเป็น"กล่าวคือสำหรับในเรื่องฐานะนั้นสิ่งแรกให้แต่ละคนนึกถึง ว่าตนเองมีฐานะเป็นอะไรในทิศ 6(ซึ่งแต่ละคนย่อมมีอยู่หลายฐานะ) ลำดับต่อไปก็ให้นึกถึงหน้าที่อันเป็นอริยวินัยของตนแล้ว ปฏิบัติตนตามหน้าที่แห่งฐานะของตนให้ถูกต้องสมบูรณ์ เช่นถ้าตัวเราอยู่ในฐานะพ่อแม่ ก็ต้องทำตัวให้สมกับฐานะที่เป็นพ่อแม่ หน้าที่อย่างหนึ่งใน 5 อย่างของพ่อแม่ ที่จะต้องปฏิบัติต่อลูก ก็คือห้ามลูกไม่ให้ทำชั่ว เพราะฉะนั้นตัวเราก็ต้องไม่ดุด่าลูกด้วยคำหยาบคาย ไม่ดื่มสุรา ไม่เล่นการพนัน ไม่เที่ยวกลางคืนให้ลูกดู เป็นต้น


             ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะลูก ก็ต้องทำตัวให้ สมกับฐานะที่เป็นลูก หน้าที่อย่างหนึ่งใน 5 อย่างของลูก ที่จะต้องปฏิบัติต่อพ่อแม่ก็คือ ช่วยทำการงานของพ่อแม่ เพราะฉะนั้นตัวเราก็ต้องมีความยินดีและเต็มใจช่วยทำการงานตามที่พ่อแม่มอบหมาย ตามความเหมาะสมแก่วัยและความรู้ความสามารถของเรา โดย ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเรา ที่จะต้องทำงานนั้นให้แล้วเสร็จอย่างดีที่สุด เป็นต้น

 

            ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะครูอาจารย์ ก็ต้องทำตัวให้สมกับฐานะที่เป็นครูอาจารย์ หน้าที่สำคัญมากอย่างหนึ่งใน 5 อย่าง ของครูอาจารย์ ที่จะต้องปฏิบัติต่อศิษย์ก็คือ ฝึกฝนแนะนำศิษย์ให้เป็นคนดีตัวเราก็ต้องไม่ทำชั่ว ไม่ทำผิดศีลให้ปรากฏ เป็นต้นว่า ไม่ทุบตีศิษย์ราวกับว่าศิษย์เป็นสัตว์ดิรัจฉาน เมื่อศิษย์ทำผิด ไม่ฉ้อโกงงบประมาณของรัฐ เพื่อจัดทำโครงการด้านสุขอนามัยของศิษย์ ไม่ประพฤติล่วงเกินทางเพศต่อศิษย์ ไม่ดุด่าศิษย์ด้วยถ้อยคำหยาบคาย ไม่ดื่มสุราเมรัย ตลอดจนไม่ขายยาเสพติดให้โทษแก่ศิษย์ ฯลฯ

 

            ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะศิษย์ ก็ต้องทำตัวให้สมกับฐานะที่เป็นศิษย์ หน้าที่อย่างหนึ่งใน 5 อย่างของศิษย์ ก็คือเรียนศิลปะวิทยาโดยเคารพ ตัวเราก็ต้องยึดถือการเรียนเป็นกิจสำคัญ มิใช่ไปขันอาสาครูอาจารย์บางคนที่ชอบเล่นการเมืองใน สถาบัน การศึกษา จัดกิจกรรมรณรงค์ขับไล่ผู้บริหารการศึกษาท่านอื่นๆ ออกจากตำแหน่ง โดยมิได้ใส่ใจกับการศึกษาเล่าเรียนของตน เป็นต้น

 

           ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะสามี ก็ต้องทำตัวให้ สมฐานะที่เป็นสามี หน้าที่อย่างหนึ่งใน 5 อย่างของสามี ที่จะต้องปฏิบัติต่อภรรยาอย่างเคร่งครัด ก็คือไม่นอกใจภรรยา ตัวเราก็ต้องไม่ไปพัวพันเกี่ยวข้องกับหญิงอื่นด้วยเรื่องชู้สาว บุรุษที่ประพฤติผิดศีล ในเรื่องเพศนี้ นอกจากจะก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวแตกแยกล่มสลาย ปัญหาเยาวชนแล้ว บุรุษผู้นั้นยังจะต้องได้รับทุกข์รับโทษสุดแสนหฤโหดในอบายในปรโลกอีกนานนับล้านๆ ปี ครั้นเมื่อพ้นโทษจากอบายแล้ว ได้โอกาสกลับมาเกิดเป็นคนในมนุษยโลกอีก ก็ต้องเกิดเป็น ตรีที่มีปัญหาเรื่องเพศ เรื่องครอบครัวแตกแยกอีกหลายภพหลายชาติ เป็นต้น

 

            ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะภรรยา ก็ต้องทำตัวให้สมฐานะที่เป็นภรรยา หน้าที่อย่างหนึ่งใน 5 อย่างของภรรยา ที่จะต้องปฏิบัติต่อสามี ก็คือไม่นอกใจสามี ถ้า สตรีใดยึดมั่นในสิทธิแห่งความเสมอภาค เห็นว่าสามีประพฤติตนเจ้าชู้ ตนเองก็ประพฤติประชดประชันบ้าง แน่นอนเหลือเกินว่า สตรีนั้นจะต้องประสบทุกข์และความเดือดร้อนอย่างหนัก ทั้งโลกนี้และโลกหน้าอีกนานแสนนานถ้าตัวเราอยู่ในฐานะเพื่อน ก็ต้องทำตัวให้ สมกับฐานะที่เป็นเพื่อน หน้าที่ของมิตรแท้มีอะไรบ้างก็พึงปฏิบัติให้ครบถ้วน สมบูรณ์ ฉะนั้นย่อมมีปัญหายุ่งยากเกิดขึ้นแน่นอน

 

         ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา หรือคนรับใช้ ก็ต้องทำตัวให้สมกับฐานะที่ตนเป็นหน้าที่ของตนอันเป็นอริยวินัย มีอะไรบ้าง ก็ต้องปฏิบัติไม่ให้บกพร่อง นอกจากนี้ถ้าผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างมีคำสั่งนอกเหนือไปจากหน้าที่อันเป็นอริยวินัย ก็ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย มิฉะนั้นตนเองก็จะหาความเจริญก้าวหน้าได้ยากถ้าตัวเราอยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้าง ก็ต้องทำตัวให้ สมกับฐานะที่ตนเป็นหน้าที่ของตนอันเป็นอริยวินัยมีอะไรบ้าง ก็ต้องปฏิบัติไม่ให้บกพร่อง และถ้าจะแสดงความเมตตา ต่อบุคคลในความดูแลรับผิดชอบของตนให้มากเป็นพิเศษอย่างเสมอหน้ากัน ก็จะสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพในองค์กรมากยิ่งขึ้น

 

        ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะสมณะ ก็ต้องทำตัวให้สมกับฐานะที่เป็น สมณะหรือพระภิกษุ หน้าที่สำคัญของพระภิกษุที่จะต้องปฏิบัติต่อคฤหัสถ์ ก็คือบอกทางสวรรค์ให้แก่คฤหัสถ์ ทั้งนี้ย่อมหมายความว่าสงฆ์มีหน้าที่เป็นผู้นำทางจิตใจของผู้คนในสังคม เพราะฉะนั้นสงฆ์ก็ต้องทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ปลูกฝังสัมมาทิฏฐิให้เข้าไปอยู่ในใจของญาติโยมอย่างมั่นคงถาวร ด้วยการชี้นำให้เกิดความเข้าใจ พร้อมทั้งนำไปปฏิบัติเป็นกิจวัตร มีการบำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา รวมทั้งสังคหวัตถุธรรม เป็นสำคัญการปลูกฝังสัมมาทิฏฐิให้แก่ญาติโยม นอกจากจะเห็นผลทันตาในโลกนี้ คือก่อให้เกิดสันติสุขขึ้นในสังคมของญาติ โยมในปัจจุบันชาติแล้ว ยังจะเป็นทางนำญาติโยมไปสู่สุคติโลกสวรรค์ หลังจากที่ละโลกนี้ไปแล้วอีกด้วย

 

           เพราะฉะนั้น สมณะจะต้องไม่บอกทางผิดให้แก่ญาติโยม ด้วยการชี้แนะดิรัจฉานวิชา หรือ
ธรรมดำทั้งหลายอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ทั้งผู้บอกและผู้ฟังต้องไปสู่ทางตรงข้ามกับสวรรค์ถ้าตัวเราอยู่ในฐานะคฤหัสถ์ ก็ต้องทำตัวให้ สมกับฐานะที่เป็นคฤหัสถ์ หน้าที่อย่างหนึ่งใน 5 อย่างที่คฤหัสถ์จะต้องปฏิบัติ ต่อสมณะ ก็คือ อุปถัมภ์สมณะด้วยปัจจัย 4 การทำหน้าที่ของเราก็ต้องทำด้วยจิตเมตตาต่อสมณะ นับตั้งแต่การคิด การพูด การกระทำ รวมไปถึงการต้อนรับเมื่อมณะมาถึงบ้านของเราการที่คฤหัสถ์จะสามารถทำหน้าที่อุปถัมภ์สมณะให้สมบูรณ์ ครบถ้วนได้ คฤหัสถ์ก็จำเป็นต้องเข้าวัด เพื่อศึกษาจากพระธรรมเทศนาของสงฆ์ แล้วนำความรู้นั้นมาประพฤติปฏิบัติ ทั้งขณะที่อยู่ในวัดและนอกวัดถ้าแต่ละคนในแวดวงของทิศ 6สามารถวางตนให้สมกับฐานะได้อย่างไม่บกพร่องแล้ว ย่อมสามารถวางตนให้ สมกับภาวะ (ความมี ความเป็น) บุคคล และ สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะ สมถูกต้องด้วย

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก