"สองคนยลตามช่องฯ"

วันที่ 02 พย. พ.ศ.2557

 
 
"สองคนยลตามช่องฯ"

คหบดีท่านหนึ่ง

บ้านช่องสวยงามตระการตา

แต่อยู่ติดกับบ้านที่เป็นรั้วบ้านเก่าสังกะสีผุๆ

ท่านตื่นขึ้นมาทุกเช้า

มองออกไปเห็นบ้านเฮงซวยหลังนี้

ทิวทัศน์ ทัศนวิสัย แย่มาก

วันหนึ่งทนไม่ไหวแล้ว

เห็นตาแก่เจ้าของบ้านสังกะสีตื่นมาพอดี

จึงเดินเข้าไปหาและถามว่า

บ้านเจ้าขายเท่าไร ?

เราเห็นทุกวันอุบาทว์ตามาก

จะขายเท่าไรก็ซื้อ

เจ้าของบ้านสังกะสีอันซอมซ่อ

เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับพูดจานุ่มนวลอ่อนโยนว่า

ท่านผู้มีอันจะกิน ไม่ขายขอรับ

ทุกเช้าผมตื่นขึ้นมา

ก็ได้เห็นปราสาทที่งดงามของท่าน

ผมมีความสุขที่ได้เห็นแต่สิ่งที่สวยงามตระการตาทุกเช้าสายบ่ายเย็น

ถ้ากระผมขายบ้านให้ท่านไป

กระผมก็จะไม่ได้เห็นสี่งที่งดงามตระการตานี้อีกต่อไป

คหบดีถามต่อ

แล้วเจ้าไม่ดูบ้านตัวเองว่าอุจาดตาแค่ไหน อยู่ได้ยังไงนี่

ขอรับกระผม

กระผมก็แค่อาศัยอยู่ด้วยจิตที่เสาะแสวงหาแต่ความดีและความงาม

อะไรที่มันไม่งาม กระผมก็ไม่สนใจดู

กระผมดูแต่ความงามความดีเท่านั้น

อะไรที่ไม่ดีไม่งามกระผมก็ไม่ใส่ใจขอรับ

กระผมก็ไม่เข้าใจท่านเหมือนกัน

บ้านท่านออกใหญ่โตงดงาม

แต่ท่านกลับไม่สนใจ

ตื่นเช้ามาก็สนใจแต่บ้านเฮงซวยของกระผม

ถ้ากระผมเป็นท่าน

จะชื่นชมความงามพร้อมของบ้านตัวเอง

แต่ไม่สนใจบ้านที่เฮงซวยของคนอื่น


หยุดสักพัก หยุดเป็นตัวสำเร็จ


ท่านเศรษฐีก็คิดได้ว่า

เราคงบ้าไปแล้วที่เอาจิตของตัวเองไปจับแต่เรื่องเลวร้าย

บ้านของตัวเองที่สวยงามมากกลับไม่สนใจ

แถมยังไปวุ่นวายกับของนอกกายรอบข้างที่สกปรก

นับตั้งแต่นั้นมา

ท่านคหบดีก็เข้าใจในธรรมของผู้ยากไร้

และกลายเป็นกัลยาณมิตรกัน

จวบจนสิ้นอายุขัย.

HAPPY ENDING 

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร