การทำทานที่สมบูรณ์แบบ

วันที่ 07 มีค. พ.ศ.2558

การทำทานที่สมบูรณ์แบบ

การทำทานเป็นเส้นทางแห่งความสุข

     เราทราบกันดีแล้วว่า ทานŽ เป็นทางมาของบุญที่จะเกิดขึ้นในใจของผู้ให้ และเมื่อเกิดขึ้นแล้วนอกจากจะช่วยพัฒนาคุณภาพของจิตใจให้สูงขึ้น ยังจะนำสิ่งที่ดีงาม คือ ความสุขและความสำเร็จในทุกๆด้านมาสู่ชีวิตด้วยบุญนี้เองที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า”บุญนิธิ (ขุมทรัพย์คือบุญ) นั้นอำนวยผลที่น่าปรารถนาทุกอย่างแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเทวดาและมนุษย์ปรารถนานักซึ่งอิฐผล (ผลที่น่าพอใจ) ใดๆ อิฐผลทั้งหมดนั้นอันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ ความมีวรรณะงาม ความมีเสียงเพราะ ความมีทรวดทรงดี ความมี รูปสวย ความเป็นใหญ่ยิ่ง ความมีบริวาร อิฐผลทั้งหมดนั้น อันบุคคลย่อมได้ด้วย บุญนิธินี้ความเป็นพระราชาเฉพาะประเทศ ความเป็นใหญ่ (คือจักรพรรดิราช) สุขของพระเจ้าจักรพรรดิที่น่ารัก ความเป็นพระราชาแห่งเทวดาในทิพยกาย ทั้งหลาย อิฐผลทั้งหมดนั้น อันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ สมบัติของมนุษย์ ความยินดีในเทวโลก และสมบัติคือพระนิพพานอันใด อิฐผลทั้งหมดนั้นอันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ความที่บุคคลอาศัยสัมปทาคุณเครื่องถึงพร้อม คือ มิตรแล้วถ้าประกอบโดยอุบายที่ชอบเป็นผู้ชำนาญในวิชชาและวิมุตติ อิฐผลทั้งหมดนั้น อันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ ปฏิสัมภิทา วิโมกข์ สาวกบารมี ปัจเจกโพธิ และพุทธภูมิอันใด อิฐผล ทั้งหมดนั้น อันบุคคลย่อมได้ด้วยบุญนิธินี้ บุญสัมปทา คุณเครื่องถึงพร้อมคือบุญนั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ใหญ่อย่างนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตผู้มีปัญญาจึงสรรเสริญความเป็นผู้ทำบุญไว้แลŽ” บุญจึงเป็นเหมือนขุมทรัพย์ใหญ่ ที่คอยติดตามและบันดาลให้เกิดสิ่งที่ดีงามกับผู้เป็นเจ้าของ ประดุจเงาตามตัว ผู้มีบุญมาก ชีวิตย่อมมีอุปสรรคน้อย ตรงข้ามกับผู้ที่มีบุญน้อยชีวิตย่อมมีอุปสรรคมาก และยิ่งเรามีบุญมากเท่าไรหนทางที่จะบรรลุเป้าหมายสูงสุดของชีวิตคือพระนิพพานก็จะยิ่งสะดวกสบายง่ายดายยิ่งขึ้นไปเท่านั้นการสั่งสมบุญให้ได้มากๆจึงเป็นความจำเป็นพื้นฐานของทุกๆชีวิตแต่น่าเสียดายที่คนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องโลกและชีวิตที่ถูกต้องคนเหล่านั้น จึงประมาทมัวเมา หวงแหนทรัพย์ไว้ ไม่ขวนขวายในการทำทานกุศล ไม่เห็นผลดีที่เกิดจากการให้ ดังที่่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ในทานสูตรว่า

     ”ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าว่าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้ผลแห่งการจำแนกทาน เหมือนอย่างเรารู้ไซร้ สัตว์ทั้งหลายยังไม่ให้แล้วก็จะไม่พึงบริโภค อนึ่ง ความ ตระหนี่อันเป็นมลทินจะไม่พึงครอบงำจิตของสัตว์เหล่านั้น สัตว์เหล่านั้นไม่พึง แบ่งคำข้าวคำหลังจากคำข้าวนั้นแล้วก็จะไม่พึงบริโภค ถ้าปฏิคาหก (ผู้รับทาน) ของสัตว์เหล่านั้นพึงมี

     ”ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่เพราะสัตว์ทั้งหลายไม่รู้ผลแห่งการจำแนกทาน เหมือนอย่างเรารู้ ฉะนั้นสัตว์ทั้งหลายไม่ให้แล้วจึงบริโภค อนึ่ง ความตระหนี่ อันเป็นมลทินจึงยังครอบงำจิตของสัตว์เหล่านั้นŽ”

     สำหรับผู้มีปัญญาที่แม้จะเข้าใจถึงคุณค่าของการทำทาน ไม่ประมาท ไม่หวงแหนทรัพย์ไว้ คือ มีปกติเป็นผู้ให้อยู่แล้วก็ยังควรศึกษาถึงวิธีทำทานที่ถูกต้องตรงตามพุทธวิธีให้ยิ่งๆขึ้นไป เพราะยิ่งเราทำได้ถูกต้องมากเท่าไรบุญที่เกิดขึ้นก็จะมากขึ้นไปด้วย

 

 

จากหนังสือ DOU
วิชา SB 101 วิถีชาวพุทธ

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร