"กาฝากสังคม หรือ สังคมฝากกา?"

วันที่ 08 เมย. พ.ศ.2558

 

 

"กาฝากสังคม หรือ สังคมฝากกา?"


สืบเนื่องจากวาทะ "พระสงฆ์เป็นกาฝากสังคม?" จึงตั้งคำถามในใจตน ๓ ประการ
๑. อะไรกันนักหนา?
๒. กาฝากจริงหรือไม่?
๓. ผู้ให้หรือผู้รับ?


๑. อะไรกันนักหนา? นักโทษที่ทำความผิด ถูกจำคุกในเมืองไทยมีประมาณ ๒๙๐,๐๐๐ คน รัฐบาลนำเงินภาษีไปดูแลได้ แต่พระสงฆ์ไทย บวชเพื่อจะทำความดี และสืบทอดพระศาสนา ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ทำผิดร้ายแรงอะไร และรัฐก็ไม่ได้นำเงินภาษีไปดูแลมากมายนัก ท่านอยู่ได้ด้วยศรัทธาของประชาชน แต่กลับถูกมองร้ายยิ่งกว่านักโทษ รัฐดูแลนักโทษได้ แต่กับพระ นอกจากไม่ดูแลแล้วยังเหยียบย่ำ ซ้ำเติมเหมือนเป็นนักโทษ จึงถามตัวเองว่า "อะไรกันนักหนา ประเทศไทย?"


๒. กาฝากจริงหรือไม่? พระสงฆ์ดูแลสาธารณะสมบัติให้แผ่นดินนะ? บ้านของโยมมีเนื้อที่ไม่มากเท่าวัด ยังจ้างคนใช้มาดูแลเช็ดถู ๒-๓ คน แต่วัดมีเนื้อที่กว้างกว่าบ้านโยมมากมายนัก ถ้าไม่มีพระมาบวช เราจะต้องจ้างคนมาดูแลเท่าไหร่มันจึงจะพอ คิดเป็นเงินก็คงเป็นแสนต่อเดือนต่อวัด แต่พระดูแลฟรี แลกกับข้าว ๒ มื้อ ซึ่งน้อยกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก กาฝากสังคม หรือสังคมฝากอะไรกับกาเหล่านี้หนอ?


๓. ผู้ให้หรือผู้รับ? พระโดยมากเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ แต่สิ่งที่ท่านให้มันเป็นนามธรรม จับต้องได้ยาก รัฐเปิดกว้างให้พระเรียนทั้งทางโลก ทางธรรม บางรูปจบปริญญาเอก ปริญญาโท ปริญญาตรี ท่านอยู่ทำงานในศาสนา ทำงานเพื่อสาธารณชน ทำฟรี ถ้าท่านเป็นฆราวาส วุฒิ ป.เอก ๓๒,๐๐๐ ป.โท ๒๓,๐๐๐ ป.ตรี ๑๕,๐๐๐ ดีนักหนาที่ท่านไม่ลาเพศบรรพชิตไปแย่งงานโยม?


ห่วงใยศาสนาต้องปฏิรูปให้ดีงาม อันนี้ชอบนักแล เพราะพระที่ไม่ดีก็มีอยู่จริงๆ ต้องว่าเป็นกรณีไปไม่ควรเหมารวมว่าพระเลวทุกคน และคณะกรรมการที่จะมาปฏิรูปควรจะมีตัวแทนพระสงฆ์อยู่บ้าง เพื่อฟังข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงแห่งพระศาสนานั่นแล


ข้อเขียนวันนี้ยึดยาว ไม่ได้ว่าผู้ใด เป็นเพียงการตั้งคำถามในใจตน และไม่ได้ประสงค์จะให้เกิดวิวาทะใด ๆ ขออย่าได้เขียนตอบโต้กันเน้อ บอกแล้วว่า "เป็นเพียงคำถามในใจตนเอง" เท่านั้นแลนาท่านเอย


"กาฝากสังคมหรือสังคมฝากกา?
บุญรักษาธรรมาคุ้มครองเน้อ

 

Facebook: Duangchan Phantemoon Singha
โดย พระอาจารย์ ดร.พระมหาดวงจันทร์ คุตฺตสีโล
ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์ มจร. วิทยาเขตเชียงใหม่ 
(๔ เมษายน ๒๕๕๘)

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร