พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น

วันที่ 08 พค. พ.ศ.2558

 

 

พุทธพจน์เตือนใจ

 

    "พึงเปล่งวาจางามเท่านั้น ไม่พึงเปล่งวาจาชั่วเลย  การเปล่งวาจางามยังประโยชน์ให้สำเร็จ คนเปล่งวาจาชั่วย่อมเดือดร้อน"  ขุททกนิกาย เอกนิบาต ชาดก

 

     การพูดจาให้ไพเราะน่าฟัง พูดแต่วาจาสุภาษิต ย่อมยังประโยชน์ให้สำเร็จได้ จะทำให้ได้รับความสุขความเจริญ มีคนยกย่องสรรเสริญและเป็นที่รักของคนทั่วไป ดังนั้นควรพูดแต่ถ้อยคำอันเป็นที่รักที่พอใจ  ส่วนคำที่หยาบคายเป็นวาจาทุพภาษิต ย่อมทำให้เดือดร้อนและถูกตำหนิติเตียน จึงควรงดเว้นเสีย

 

อรุณสว่างยามเช้า กับ พุทธพจน์เตือนใจ  ตอนที่ 363

 

  "เรากล่าวบุคคลผู้เปล่งวาจาไม่หยาบคาย อันเป็นเหตุให้ผู้อื่นรู้แจ่มแจ้งกันได้ เป็นคำจริง ไม่ทำให้ใครๆ ขัดใจกันนั้น ว่าเป็นพราหมณ์"  ขุททกนิกาย ธรรมบท

 

    วาจาสุภาษิต คือ คำพูดที่ดี ซึ่งคำพูดนั้นต้องเป็น คำจริง สุภาพ ถูกกาลเทศะ พูดแล้วก่อให้เกิดประโยชน์และต้องพูดด้วยจิตเมตตา มีความปรารถนาดี อยากให้คนฟังมีความสุข มีความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไป

 

     คำพูดที่ไพเราะเสนาะโสต ใครๆ ก็อยากฟัง และเป็นทางมาแห่งความเลื่อมใสของผู้ฟัง ผู้รู้กล่าวว่า วาจาเป็นเช่นเดียวกับใจ เราจะรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ก็ดูได้จากคำพูด คำพูดของมนุษย์สามารถยกใจผู้ฟังให้สูงขึ้นได้  พวกเราควรกล่าวแต่ถ้อยคำที่ไพเราะ เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน พูดยกใจให้ทุกคนอยากทำความดี คำพูดที่ดีที่สุดจะออกมาจากแหล่งที่บริสุทธิ์ ที่เกิดจากการทำใจหยุดนิ่งในกลางกาย มิใช่แต่มนุษย์เท่านั้นที่ปรารถนาจะฟังถ้อยคำอันไพเราะ แม้แต่สัตว์เดียรัจฉาน ก็ยังปรารถนาจะฟังถ้อยคำที่ไพเราะเช่นกัน