การดู กับการเห็นภาพภายใน

วันที่ 24 พค. พ.ศ.2558

 

 

 

 

การดูกับการเห็นภาพภายใน

     เมื่อเรารู้จักวิธีการเห็นภาพภายในแล้วในขั้นต่อไปควรจะเรียนรู้เทคนิคเกี่ยวกับการดูเพื่อให้การทำสมาธิไปถึงฝั่งแห่งใจสงบหยุดนิ่งได้อย่างสมบูรณ์

1) อย่าไปเน้นให้ชัด ดูเฉยๆ อย่างเดียว มีให้ดูแค่ไหน ก็ดูแค่นั้น ให้ทำตัวเป็นผู้ดู ไม่ใช่เป็นผู้กำกับ ที่จะไปเจ้ากี้เจ้าการให้ชัด ให้ใส ให้สว่าง ให้อยู่กับเรานานๆ ให้ใหญ่ ให้โต ให้เข้าคล่อง ให้เร็วแรง เราไม่มีหน้าที่อย่างนั้น หน้าที่ของเรา เราคือผู้ดู มีอะไรให้ดูก็ดูไป ดูไปเรื่อยๆ อย่างสบายๆ ที่ศูนย์กลางกาย โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น นี่คือสูตรสำเร็จ

2) เวลาดูเหมือนเราเดินเล่น ผ่านสิ่งต่างๆ ระหว่างทาง มีอะไรให้ดูก็ดูไป ดูแล้วเฉยๆ ไม่ต้องคิดอะไร ถ้าเราทำใจว่า ทันทีที่หลับตา จะเห็นความมืดเป็นภาพแรก คำว่าผิดหวังจะไม่เกิด เพราะเราไม่ได้หวังผิด จะผิดหวังก็ต่อเมื่อเราไม่ได้ทำต่างหาก

3) เมื่อเกิดความมืดให้ดู ก็ดูความมืด มีวัตถุก้อนทึบๆ ให้ดู จะทรงกลม หรือรูปทรงอื่นๆ ก็ดูเรื่อยไป มีแสงสว่างเกิดขึ้นมา ก็ดูเรื่อยไป ใจจะโล่ง เป็นปล่อง เป็นช่อง เป็นโพรง เราก็มองตรงกลางเรื่อยไป มองเฉยๆ มีหลุมลึกเป็นบ่อบ้าง เป็นหุบเหว และมีอาการคล้ายจะหล่นลงไป ก็อย่าฝืน ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ถ้าจะวูบลงไป ก็ปล่อยไป ไม่ลุ้น ไม่ดัน ลงไปได้แค่ไหนก็ไม่ต้องสนใจ ลงแล้วมันถอนขึ้นมา ก็ไม่ต้องสนใจมีดวงให้ดูเราก็ดูดวงไป ดวงใสแค่ไหนเราก็ดูไปเรื่อยดูไปตรงกลาง ภาพนั้นจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางครั้งภาพองค์พระเปลี่ยนไปเป็นดวงแก้ว หรือบางครั้งเรากำหนดดวงแก้ว แต่เปลี่ยนไปเป็นองค์พระ ก็ดูไปเรื่อยๆ ด้วยใจที่เบิกบาน จากเปลี่ยนก็จะไปสู่ไม่เปลี่ยน จากภาพอนิจจังไปเป็นภาพนิจจัง

4)  ถ้าเห็นองค์พระเห็นแต่เศียรพระ เราก็มองเศียรไปมองไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะเข้าไปอยู่ในกลางขององค์พระได้เอง เข้าไปได้อย่างสบาย ถ้าเห็นแต่พระพักตร์ก็ดูคลุมๆ ไปก่อน ดูเฉยๆ ไม่ต้องคิดอะไร อย่าไปคิดว่า ทำไมเห็นแต่เศียร ทำไมไม่เห็นทีเดียวทั้งองค์ แค่นี้ก็ไม่ต้องคิด มีให้ดูแต่เศียร ก็ดูแต่เศียร มีให้ดูตรงไหนก็ดูตรงนั้น พอเราวางใจเฉยๆก็จะเห็นชัดทั้งองค์ขึ้นมาเองในภายหลัง

5) บางคนเมื่อประคองใจให้หยุดนิ่งต่อเนื่องแล้วเกิดความสว่าง หรือวงนิมิตขึ้นมาเอง เมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ให้ประคองโดยทำใจเฉยๆ ไม่ตื่นเต้น ไม่ดีใจจนเกินไป รักษาหยุดกับนิ่งไว้นาน ๆ ไม่ยินดี ไม่ตื่นเต้น เดี๋ยวจะสว่างเอง จากมืดๆ ไปสู่สว่าง ถ้าเราไม่กังวลหรือไปกลุ้มเมื่อมีแสงสว่างให้ดู ก็ดูแสงสว่างเรื่อยไป ต่อไปแสงสว่างก็จะเปลี่ยนไป เป็นจุดสว่างบ้าง เป็นดวงใสบ้าง ดวงใหญ่บ้าง ดวงเล็กบ้าง ให้ดูต่อไปเรื่อยๆ อย่างสบาย

6) เมื่อเห็นแล้วหายอย่าเสียดาย อย่าไปวิ่งไล่จับ เพราะกลัวจะไม่อยู่ ให้ดูเฉยๆ หายไปก็ไม่เป็นไร

7) เมื่อดูไปใจก็จะเริ่มคุ้นกับภาพภายในซึ่งชัดบ้างไม่ชัดบ้างก็ให้ดูไปเรื่อยๆจากชัดน้อยจนชัดมากดูไปจนชัดมากๆ ถ้าเป็นแสงสว่างก็จากแสงน้อยไปจนแสงมาก เมื่อเราเฉยๆไม่ปฏิเสธภาพที่เกิดขึ้น และไม่ปรุงแต่งใจก็จะเริ่มหยุด นิ่ง เฉย

     ในเรื่องของการดูนี้ หลวงพ่อวัดปากน้ำเล่าให้ฟังว่า “ ตอนที่ท่านเริ่มต้นใหม่ๆ นั่งหลับตาไป เห็นใบไม้ ภูเขา ผู้คน เกิดขึ้น ท่านก็ดูเรื่อยไป ไม่หยุด ดูเรื่อยไป จะเป็นต้นไม้ ภูเขา คนสัตว์สิ่งของ มันก็เปลี่ยนไปเรื่อย ภาพสุดท้ายจะเป็นดวงธรรม เป็นจุดสว่างบ้าง เป็นกายภายใน”2) พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์กล่าวว่า “การที่มีภาพให้ดู แสดงว่าเราเข้าถึงขณิกสมาธิ เป็นสมาธิอ่อนๆ แล้ว ไม่อย่างนั้นภาพจะไม่เกิด การที่กลุ่มควันสีขาวเกิดขึ้นมา นี่เข้าถึงขณิกสมาธิ ต่อไปมันจะเริ่มแนบแน่นเรื่อยๆ ต่อไปอุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิแน่นลงไป ที่นี้จะทำให้แน่น เราก็ดูเฉยๆ ดูเรื่อยไป เดี๋ยวก็เปลี่ยนไป จนกระทั่งใจหยุดนิ่งจุดสว่างเกิดขึ้นเลย”3)

2) , 3) พระราชภาวนาวิสุทธิ์, พระธรรมเทศนา, 24 มีนาคม 2535.

จากหนังสือ DOU MD 204 สมาธิ 4
เทคนิคการทำสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย