แบ่งเวลาปฏิบัติ ขึ้นชื่อว่าไม่มีเวลาไม่มีในโลก

วันที่ 24 มิย. พ.ศ.2558

แบ่งเวลาปฏิบัติ

ขึ้นชื่อว่าไม่มีเวลาไม่มีในโลก

 

          คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ท่านได้ตัดสินใจแสวงหาธรรมะออกจากบ้าน ตั้งแต่อายุได้ 26 ปี ท่านสละทรัพย์สมบัติทุกอย่างให้พี่น้อง แม่ร้องไห้ ส่งเงินให้ท่านบาทหนึ่ง ท่านก็รับมา ใจตอนนั้นท่านเป็นปกติ ท่านเป็นปกติ เฉยๆ ตอนนั้นเฉยๆ ตามปกติลูกเห็นน้ำตาแม่นี่นะ มันอ่อนไหวนะ มันทนไม่ได้ ต้องใจอ่อน แต่นั้นใจตอนนั้นของท่านผูกพันกับธรรมะมาก และเชื่อว่าสักวันคงจะกลับไปช่วยแม่ได้ เมื่อเข้าถึงธรรมแล้ว

 

          ดังนั้นใจตอนนั้นท่านเป็นปกติ เฉยๆ ไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้น คิดอย่างเดียวจะต้องมาให้ได้ อะไรไม่สำคัญทั้งนั้น แต่เป้าหมายสำคัญกว่า นั่นคือความตั้งใจของท่าน แล้วก็มาได้ยินกิตติศัพท์ว่ามีคหบดีท่านหนึ่ง เขาเป็นอุปัฏฐากที่วัดปากน้ำ ได้ยินแค่นี้ ท่านก็ดีใจใหญ่ เลยตัดสินใจจะไปอยู่กับคหบดท่านนี้ จะลำบากแค่ไหนก็แล้วแต่ เราจะยอมตนของเราไปประดุจผ้าขี้ริ้วเช็ดเท้า ยอมตนให้เขาใช้งาน แต่ท่านก็ตั้งเป้าว่าจะเอาท่านคหบดีท่านนั้น เป็นสะพานไปสู่วัดปากน้ำภาษีเจริญ พอเข้าไปในบ้านนั้นเขา ท่านก็ยอมตน ยอมรับใช้เขาทุกอย่าง ไม่ได้คิดว่าจะไปรับใช้อะไรเขา คิดว่าเราจะไปช่วยทำบ้านเขาให้สะอาด ไปช่วยรักษาสมบัติเขาที่มีอยู่นี้ไม่ให้เสื่อมสลาย ท่านคิดอย่างนั้น จะอยู่ที่ไหนจะต้องทำให้สะอาด ต้องมีระเบียบ จะต้องรักษาทรัพย์สมบัติ ในสถานที่นั้นให้อยู่ให้ดี ให้บริบูรณ์เถิด

 

          คิดแค่นั้น แล้วท่านก็ทำอย่างนั้นเลย นี่คือพื้นฐานที่เป็นอัธยาศัยของท่าน แล้วก็ไปทำ ทำด้วยความเหนื่อยยาก แต่ท่านก็ไม่ได้คิดว่ามันลำบาก คิดว่าเหนื่อยแล้วก็นอนพัก เพราะตอนนั้นยังสาวๆ อยู่ พอนั่งพักหายเหนื่อย นอนพักก็หายเหนื่อย จนกระทั่งเจ้าของบ้านเกิดความไว้วางใจ ให้เป็นขุนคลังของบ้าน คุมกำปั่นเงิน เป็นห้องเก็บสมบัติ แก้วแหวนเงินทองเก็บหมด ใครก็เข้าไม่ได้ ลูกหลานก็ไม่ให้เข้า มีเจ้าของทรัพย์กับคุณยายเท่านั้นเข้าไป คอยดูแลทำความสะอาด คอยดูแลรักษาสมบัติ เขาไว้วางใจมาก พอไว้วางใจมากก็รักมาก รักคุณยายเพราะว่าคุณยายทำตัวให้น่ารัก น่าไว้วางใจ

 

          ตอนนั้นคุณยายทองสุกท่านเข้าถึงธรรมะแล้ว ยังเป็นอุบาสิกาเป็นฆราวาสอยู่ หลวงปู่วัดปากน้ำ ก็ส่งออกไปเผยแพร่ธรรมะ คหบดีท่านนี้ท่านก็เป็นลูกศิษย์คุณยายทองสุก ได้เชิญคุณยายทองสุกมาสอนธรรมะที่บ้าน พอคุณยายจันทร์เห็นคุณยายทองสุกแล้วท่านดีใจ เพราะคุณยายทองสุกสามารถสอนธรรมะได้ อยากเข้าใกล้ อยากฟัง อยากปฏิบัติตาม

 

          คุณยายยอมตน ไปคอยดูแลเอาใจใส่คุณยายทองสุก เพื่อจะให้เขาสอนแนะว่า การปฏิบัติธรรมะ คุณยายท่านเข้าไปเอาเสื้อผ้ามาซักให้ รีดให้ ดูแลที่หลับที่นอนให้คุณยายทองสุก เวลาท่านไปพักที่บ้านคหบดี จนกระทั่งคุณยายทองสุกสอนธรรมะให้ สอนธรรมะปฏิบัติให้ คุณยายทองสุกสอนให้วางใจไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ให้ภาวนา สัมมาอรหัง ให้ทำอย่างนี้ ได้ยินแค่นี้ คุณยายดีอกดีใจ ปลื้มปีติทีเดียว

 

          ไปปฏิบัติธรรมะในห้องก็มี บนดาดฟ้าก็มี อากาศสบาย ทำภาวนา คหบดีท่านก็ยอมให้คุณยายไปปฏิบัติร่วมด้วย เวลาว่างๆ คุณยายจะรีบทำงานบ้านให้เสร็จ เพื่อจะได้หาโอกาสว่างแอบไปนั่งธรรมะ คืองานบ้านก็สมบูรณ์ด้วย แล้วยังมีเวลา เจียดเวลามาปฏิบัติธรรมะ ไม่ให้เจ้าของบ้านเขาอึดอัดใจ คือทำให้ งานทั้งสองอย่างบรรลุเป้าหมายทั้งคู่ ท่านก็แอบไปนั่งธรรมะ แต่การแอบไปนั่งธรรมะ จิตมันรวมได้ยาก เพราะมันระแวง กลัวเจ้าของบ้านเขาจะมาเห็น แต่ขนาดระแวง คุณยายบอกว่า มีอยู่วันหนึ่ง ใจหยุดกึก เห็นจุดเล็กๆ ท่านบอกเล็กนิดเดียว เหมือนดวงดาวในอากาศใสๆ เกิดขึ้น ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ 7 ชีวิตที่อยู่ในบ้านคหบดีจะหาเวลาว่างได้ยาก พอว่างจากงานนี้เขาก็ใช้ให้ทำงานอื่นต่ออีก พอหมดงานนี้ก็ใช้งานโน้น หมดงานโน้นก็ใช้งานโน้นต่อๆ ไปเรื่อยๆ ทำให้หาเวลาว่างยาก และต้องนั่งด้วยความระแวง จนกระทั่งวันหนึ่งนั่งได้ดีมาก เข้าถึงธรรมกาย เห็นตอนนั่งอยู่บนดาดฟ้า

 

          นี่เป็นตัวอย่างของคุณยายผู้เป็นต้นแบบ นักปฏิบัติธรรม ที่มุ่งมั่นจะเข้าถึงธรรมะ แม้ว่าภารกิจจะมีมากสักเพียงใดก็ตาม แต่ก็ยังหาโอกาสสำหรับปฏิบัติธรรมเสมอๆ ไม่เกี่ยงด้วยเวลา สถานที่ และผลแห่งความรักในการนั่งสมาธิ อย่างไม่มีข้อแม้ ข้ออ้าง ทำให้ท่านได้เข้าถึงธรรมะภายในได้ในที่สุด นับเป็นต้นแบบแห่งการปฏิบัติที่สมควรเอาอย่างเป็นอย่างยิ่ง

 

--------------------------------------------------------------------------

 

จากหนังสือ DOU MD 204 สมาธิ 4
เทคนิคการทำสมาธิเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย