วิธีเจริญมรณานุสติ

วันที่ 28 กค. พ.ศ.2558

 

วิธีเจริญมรณานุสติ

            เมื่อจะเจริญมรณานุสติ ควรปลีกตัวออกไปอยู่ในที่สงัด และส่งจิตไปจดจ่ออยู่กับอารมณ์นั้น โดยคิดถึงความตายที่จะเกิดขึ้น และชีวิตของเราจะจบสิ้นลง ในการระลึกถึงความตาย ต้องให้มีสติกำกับตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็มีความสลดใจและเข้าใจ โดยความตายที่ระลึก ถึงนั้น ท่านกล่าวถึงลักษณะการระลึกถึงไว้ดังนี้

1.มรณานุสติที่เกี่ยวเนื่องด้วยทุกข์กังวล เช่น ความโศกเศร้าที่เกิดแก่มารดาเพราะระลึกถึงความตายของบุตรอันเป็นที่รัก

2.มรณานุสติที่เกี่ยวเนื่องด้วยความกลัว เช่น การระลึกถึงความตายที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันของบุตร

3.มรณานุสติที่เกี่ยวเนื่องด้วยอุเบกขา เช่น การระลึกถึงความตายของสัปเหร่อที่ เคยชินกับความตายจนวางเฉย ไม่รู้สึกสลดหรือสังเวชใจ

4.มรณานุสติที่เกี่ยวเนื่องด้วยปัญญา เช่น เมื่อระลึกถึงความตายแล้วเห็นว่าเป็นธรรมชาติของชีวิต เกิดความเบื่อหน่ายในการเวียนว่ายตายเกิด

 

            มรณานุสติที่ควรปฏิบัติ คือ มรณานุสติที่เกี่ยวเนื่องด้วยปัญญาเท่านั้น เพราะ มรณานุสติ อย่างอื่นไม่สามารถกำจัดทุกข์ได้ เนื่องจากมีแต่ความเกรงกลัว กังวลใจ ทุกข์ใจ หรือเห็นความตายแล้ววางเฉย ไม่ปลงธรรมสังเวช จึงไม่ควรนำมาพิจารณา

 

            วิธีการเจริญมรณานุสติ ไม่ใช่เพียงบริกรรมภาวนาว่า “    ตายๆ ๆ ๆ” โดยไม่ได้กำหนด พิจารณา แต่ต้องพิจารณาว่า ความตายเป็นสิ่งที่ต้องประสบอย่างแน่นอน หลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวเราก็จะต้องตาย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประกอบด้วย วิชชาและจรณะ หรือพระโมคคัลลาน-เถระผู้ทรงฤทธิ์ พระมหาจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ ก็ยังไม่มีใครรอดพ้นความตายไปได้ เราเองก็ไม่รอดพ้นไปได้เช่นกัน ชีวิตนั้นไม่มีนิมิตหมายว่าจะตายเมื่อไร เป็นโรคอะไรตาย ตายในเวลาใด ตายในสถานที่ใด ไม่มีใครรู้ได้ คนที่จะอายุยืนถึง 100 ปี มีน้อยนัก จึงไม่ควรจะประมาทมัวเมา ในชีวิต ควรจะขวนขวายหาทางดับทุกข์ให้สำเร็จพระนิพพาน เหมือนคนที่ไฟไหม้ศีรษะต้อง หาทางดับไปให้ได้โดยเร็ว ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้จะได้กล่าวถึงในลำดับต่อไป

 

            ผู้ที่เจริญมรณานุสติบางท่านเมื่อได้พิจารณาไปดังที่กล่าวมา นิวรณ์ย่อมระงับ สติที่มีมรณะเป็นอารมณ์ย่อมตั้งมั่น สมาธิย่อมได้ถึงระดับอุปจารสมาธิ

 

------------------------------------------------------------------------

 สมถกัมมัฏฐาน 40 วิธี