รู้ทัน อัลไซเมอร์

วันที่ 12 สค. พ.ศ.2558

 

รู้ทัน อัลไซเมอร์


                “อัลไซเมอร์” คือ โรคความจำเสื่อมที่มักพบมากในผู้สูงอายุ ในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แท้จริงของโรคได้ แต่พบว่า เป็นภาวะที่อนุมูลอิสระ “เทาโปรตีน” ไปขัดขวางการทำงานของเซลล์สมอง และทำลายเซลล์สมองให้ตายลงอย่างช้าๆ จะลุกลามรวดเร็วขึ้นเมื่อเกิดอาการติดเชื้ออื่นๆ ร่วมด้วย


กรรมที่ทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์
โรคอัลไซเมอร์มีสาเหตุมาจากวิบากกรรมเด่นๆ 4 ประการ คือ
ประการที่ 1 กรรมพูดโกหก 
    เวลาที่เราพูดโกหก เราจะเริ่มต้นด้วยการคิดเป็นภาพที่ไม่จริงขึ้นในใจก่อน จากนั้นจึงพูดออกไปตามภาพที่เราคิด การพูดเรื่องไม่จริงบ่อยๆ จะทำให้ภาพความจริงกับภาพความคิดปะปนกัน ก่อให้เกิดอาการสับสนจนบางครั้งผู้พูดก็ไม่สามารถแยกได้ว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องจริง เรื่องไหนเป็นเรื่องโกหก ทำให้มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์มากกว่าคนที่พูดความจริงอยู่เสมอ เพราะคนที่พูดแต่ความจริงจะเห็นภาพความจริงเพียงภาพเดียวอย่างชัดเจน ความจำจึงชัดเจนแม่นยำ


ประการที่ 2 กรรมดื่มสุรา
    การดื่มสุราและเสพยาเสพติดจะบั่นทอนสติของเรา เวลาเสพจะให้ความรู้สึกมึนๆ เบลอๆ เมื่อทำบ่อยๆ จึงส่งผลให้มีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์สูง และยังเป็นวิบากกรรมติดตัวข้ามภพข้ามชาติอีกด้วย


ประการที่ 3 กรรมฆ่าสัตว์
    ทำร้ายชีวิตผู้อื่นทำให้มีโอกาสเป็นโรคสมองเสื่อมได้สูงกว่าคนอื่น


ประการที่ 4 ดูถูกคนอื่น
    ยกตัวอย่าง สมัยพุทธกาลมีชาย 2 คนพี่น้อง คนพี่ชื่อมหาปันถกตัดสินใจออกบวช ตั้งใจปฏิบัติธรรมจนเป็นพระอรหันต์ จากนั้นได้ชวนน้องชายชื่อจุฬปันถกให้ออกบวชในพระพุทธศาสนาด้วย เมื่อน้องชายออกบวชแล้ว พี่ก็ตั้งใจสอนน้องชาย แต่สอนคาถาเพียงบทเดียว 2 วรรคให้จำเท่าไรน้องชายก็ไม่สามารถจำได้ ท่องตอนต้นลืมตอนท้าย ท่องตอนท้ายลืมตอนต้น
    ถ้าเปรียบเทียบก็คล้ายๆ เป็นโรคอัลไซเมอร์ ตั้งแต่ยังหนุ่ม จนพระมหาปันถกถอดใจ คิดว่าน้องของตนเองคงไม่มีวาสนาในพระพุทธศาสนาน่าจะศึกออกไป บังเอิญวันนั้นพระมหาปันถกได้รับหน้าที่ในการจัดแจงพระภิกษุ เมื่อหมอชีวกโกมารภัจจ์ได้มานิมนต์พระไปรับภัตตาหารที่บ้านของตน พระมหาปันถกจึงบอกหมอชีวกโกมารภัจจ์ไปว่า ในวิหารมีพระทั้งหมด 500 รูป แต่พระจุฬปันถกรูปนี้ (พระน้องชาย) หัวทึบมากเป็นเนื้อนาบุญให้ญาติโยมไม่เต็มที่ ท่านอย่าพาไปด้วยเลย พอพระน้องชายได้ฟังก็เกิดความท้อใจ และตัดสินใจจะสึก


    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เห็นเหตุการณ์ทังหมดด้วยข่ายพระญาณทรงเห็นว่าอุปนิสัยของพระจุฬปันถกสามารถบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้ จึงได้เรียกพระจุฬปันถกเข้าไปหา แล้วให้ผ้าขาวผืนหนึ่งบอกให้พระจุฬปันถกลูบผ้าขาวผืนนั้น พร้อมกับท่อง “ ระโชหะระนัง ระโชหะระนัง ” ที่แปลว่า “ธุลี” อยู่ด้านหน้าพระคันธกุฎี พระจุฬปันถกท่องไปลูบผ้าไปสักพัก ผ้าขาวก็ค่อยๆหมอง เพราะเปื้อนคราบไคลจึงคิดได้ว่า ร่างกายของคนเรานี้ไม่สะอาด ผ้าสีขาวลูบเพียงพักเดียวติดเหงื่อไคลจากตัวเรายังหมอง พอคิดได้ดังนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงปรากฏกายต่อหน้าพระจุฬปันถกด้วยอำนาจฤทธิ์ของพระองค์ แล้วตรัสว่า
    ไม่ใช่แค่ร่างกายเท่านั้น ใจของบุคคลทั่วไปก็มีธุลีกิเลสทำให้เศร้าหมองควรรีบปฏิบัติธรรมนำธุลีกิเลสออกจากใจให้ได้ พระจุฬปันถกตั้งใจปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ หลังจากบรรลุเป็นพระอรหันต์แล้ววิบากกรรมหัวทึบก็หมดไป


    ในขณะที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระภิกษุทั้งหลายไปฉันที่บ้านของหมอชีวกโกมารภัจจ์ พระศาสดาตรัสกับหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่า ยังเหลือพระภิกษุในวิหารอีกไม่ใช่หรือ หมอชีวกโกมารภัจจ์จึงส่งคนรับใช้ไปดูที่วิหาร ในระหว่างนั้นพระจุฬปันถกได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยฤทธิ์จึงแปลงกายเป็นพระภิกษุ 1,000 รูปปฏิบัติศาสนกิจต่างๆ คนรับใช้ของหมอชีวกโกมารภัจจ์เห็นพระภิกษุเต็มวัดจึงเกิดอาการงง กลับมาบอกหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่า มีพระเต็มวัดเลย พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสให้ไปถามดูว่า พระองค์ใดชื่อจุฬปันถก คนรับใช้จึงเดินกลับไปถามอีกครั้ง พระภิกษุทั้ง 1,000 รูปตอบคำถามเหมือนกันว่าข้าพเจ้าคือ จุฬปันถก คนรับใช้จึงกลับมาบอกหมอชีวกโกมารภัจจ์อีกครั้ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงแนะนำว่า ให้สังเกตดูว่าพระรูปใดที่ตอบเป็นรูปแรก ให้จับมือรูปที่ตอบแล้วรูปอื่นจะหายไป เมื่อคนรับใช้พาตัวพระจุฬปันถกมาได้แล้ว หมอชีวกโกมารภัจจ์จึงได้ถวายภัตตาหารพระจุฬปันถก
    สาเหตุที่ชาตินี้พระจุฬปันถกมีสมองทึบ เกิดจากวิบากกรรมที่ชาติในอดีต พระจุฬปันถกเป็นผู้ที่ฉลาด แต่เห็นพระภิกษุรูปอื่นท่องตำราแล้วหลงลืมจำไม่ค่อยได้ เลยไปดูถูกเขาว่าโง่ ผลจากการดูถูกคนอื่นครั้งนั้นจึงทำให้ผลต้องเกิดมามีสมองทึบในชาตินี้


ทำไมต้องมีญาติเป็นอัลไซเมอร์
    เหตุที่มีญาติเป็นโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากภพในอดีตได้เคยสนับสนุนให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ทำวิบากกรรมด้านต่างๆ คือ สนับสนุนให้ดื่มสุรา เสพยาเสพติด พูดโกหก ทำร้ายสัตว์ และยุยงให้พูดดูถูกผู้อื่น จึงต้องคอยมาดูแลผู้ป่วยในชาตินี้ เมื่อเข้าใจแล้วให้เราทำหน้าที่ผู้ดูแลที่ดี และสมบูรณ์ที่สุด อย่าเผลอหงุดหงิดบ่นว่าผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นบุพการีของเราเอง เพราะจะทำใหเกิดเป็นวิบากกรรมใหม่เพิ่มขึ้น ให้เราดูแลด้วยความอดทน แล้วอธิษฐานจิตกำกับว่า ขอให้บุญที่ได้มาดูแลผู้ป่วยนี้ ไปตัดวิบากกรรมทั้งหมดให้จบลงในชาตินี้


แก้โรคอัลไซเมอร์ด้วยธรรมะ
    แม้ผู้ป่วยจะมีอาการหนักเพียงใด ผู้ดูแลต้องพยายามทำใจให้สงบ เป็นสมาธิ จะด้วยการสวดมนต์หรือนั่งสมาธิก็ได้ ถ้าผู้ป่วยมีอาการที่ยังไม่ทรุดหนักมากจนเกินไป ควรชป่วยให้ทำใจนิ่งๆ เป็นสมาธิด้วย ถ้าใจนิ่งแล้วบุญที่เกิดขึ้นจะช่วยเจือจาง วิบากกรรมให้ช่วยเบาบางลงอาการหนักก็จะเบา อาการเบาก็จะทุเลาจนหายได้ และให้ตั้งใจทำความดี ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาให้ครบ ไม่สร้างกรรมใหม่เพิ่มขึ้น  ก็จะตัดวิบากกรรมให้จบได้ในชาตินี้

-----------------------------------------------------------

หนังสือเล่ม "เพราะไม่รู้สินะ" โดยพระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ

"จะทนทุกข์ไปทำไม ในเมื่อคุณสามารถลิขิตชีวิตตนเองได้ เพียงเปลี่ยนวิธีคิด ลองมองโลกในอีกมุมที่ต่างไป ลองเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต คุณอาจได้คำตอบว่า ความสุขนั้นหาได้ง่ายๆ ถ้าคุณคิดได้และคิดเป็น"

วางแผงจำหน่ายแล้วที่

ซีเอ็ดบุ๊ค
https://www.se-ed.com/product-search/เพราะไม่รู้สินะ.aspx?keyword=เพราะไม่รู้สินะ&search=name

ร้านนายอินทร์
https://www.naiin.com/product/detail/141416/เพราะไม่รู้สินะ

Book Smile
http://www.booksmile.co.th/ศาสนา-ปรัชญา/เพราะไม่รู้สินะ.html