อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 27

เรื่องที่ ๒๖๘ล้อหลุด

เรื่องที่ ๒๖๘ล้อหลุด
ล้อรถเหลือเพียง ๓ ล้อเท่านั้น ก็ยังสามารถวิ่งได้โดยไม่กระเทือน

 

 

 

 

 

 
 
คุณเบญจณี บุญศรีโรจน์
 

ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม พุทธพจน์บทนี้ น่าจะเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวนี้ โดยมี คุณเบญจณี บุญศรีโรจน์ เป็นผู้ชักชวนให้ทุกๆ คนในครอบครัว ดำเนินวิถีชีวิตแบบชาวพุทธโดยแท้ ใช้ศีลธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องขัดเกลาจิตใจและหล่อหลอมให้ทุกชีวิตในครอบครัวใหญ่นี้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข แก้ไขปัญหาโดยพุทธวิธี ครอบครัวนี้อยู่ร่วมกันถึง ๕ ครอบครัว โดยมีคุณยายเป็นศูนย์รวมใจของทุกๆ คน คุณเบญจณีบอกว่า เวลาสวดมนต์ทำวัตรเย็นมีถึง ๒๐ คน เฉพาะสมาชิกในบ้านก็เต็มแล้ว หลานๆ มีทั้งหมด ๘ คน สวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น ได้ทุกคน ทุกคนในครอบครัว ขวนขวายที่จะสั่งสมบุญเต็มกำลัง คุณเบญจณีจึงนำหลานไปร่วมกิจกรรมของวัดโดยช่วยที่กองปฏิสันถาร ท่านที่เคยมาร่วมบุญคงจะพอนึกภาพออก เวลาเดินเข้าสู่เขตบุญสถาน เราจะพบลูกหลานหน้าใสๆ ทั้งตัวเล็กและตัวโต แต่งชุดขาวสะอาดยืนเข้าแถว กล่าวสวัสดีทุกๆ ท่านที่มาเยือนเป็นที่ประทับใจ


ปกติแล้ว ทุกงานบุญใหญ่และอาทิตย์ต้นเดือน คุณเบญจณี หรืออีกนามหนึ่งคือ ป้าต๋อยของหลานๆ จะพาหลานๆ ในชุดขาว เตรียมตัวมาทำหน้าที่ประจำกองปฏิสันถารเข้าแถวต้อนรับสาธุชน เดินทางมาจากโคราชเพื่อมารับบุญใหญ่เป็นประจำ ในวันที่ประสบเหตุการณ์พบอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุนั้น ทุกคนก็เดินทางมาพร้อมกัน เด็ก ๘ คน ผู้ใหญ่ ๖ คน เพื่อมาทำบุญอาทิตย์ต้นเดือนบูชาข้าวพระ ก่อนออกเดินทางน้องชายช่วยตรวจสภาพรถให้อย่างดี เพื่อจะให้ป้าขับรถพาหลานไปทำบุญ


ขณะที่เดินทางท้องฟ้าเริ่มสาง ระหว่างแก่งคอยเป็นทางลงเขา ช่วงนี้บนถนนจะมีขบวนรถสิบล้อมาก ขนปูนซีเมนต์และสินค้าหนักอื่นๆ เต็มทั้งเลนซ้ายและเลนขวา ส่วนรถเล็กของคุณเบญจณี ก็วิ่งตามช่องของรถเล็กตามปกติ ขับมาเรื่อยๆ ก็ได้ยินเสียงดังโครม จึงรู้ว่ารถถูกชน คุณเบญจณีมองทางกระจกหลังก็เห็นเป็นประกายเพลิงที่เกิดจากล้อรถ เห็นล้อรถของตนหลุดออกไปทั้งยวง เหลือแต่แกนของล้อที่ติดกับรถ ครูดไปกับถนนประกอบกับเป็นทางลาดชัน คุณเบญจณีมองดูทางกระจกหลัง เห็นแต่ประกายเพลิงเต็มไปหมด หันกลับมามองภายในรถก็เห็นหลานหลับปุ๋ยกันหมด จึงนึกอธิษฐานในใจว่าไม่เป็นไรหรอก เด็กพวกนี้มีบุญทั้งนั้น เข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ

 
ในระหว่างนั้นก็คิดว่าเราควรจะจอดรถที่ไหล่ทาง จึงตัดสินใจขอ ฝ่าวงรถสิบล้อรถพ่วงปูนออกไป ส่งสัญญาณขอเข้าเลนซ้าย จากรถสิบล้อทั้งหลาย แล้วคุณเบญจณีก็ขับรถจากเลนขวามือฝ่าขบวนรถสิบล้อมาจอดในจุดที่ปลอดภัยได้สำเร็จ โดยล้อรถเหลือเพียง ๓ ล้อเท่านั้น ก็ยังสามารถวิ่งได้โดยไม่กระเทือนเลย หลานๆ ยังคงหลับอย่างเป็นสุข พอรถจอดได้ก็อยากขยับรถอีกนิดจะได้ห่างผิวถนน แต่ก็ไม่สามารถขยับรถได้อีก ในขณะที่รถเสียทุกคนก็แต่งชุดอุบาสก-อุบาสิกาขาวอยู่ พอดีมีรถของเพื่อนกัลยาณมิตรวิ่งตามมาเห็นจึงจอดรถมาให้ความช่วยเหลือ โดยช่วยขนเด็กไปวัดก่อน มาทราบภายหลังคือนายแพทย์สง่า อยู่ที่ปากช่อง ส่วนคุณเบญจณี และคุณยายก็อยู่หาวิธีแก้ไขรถเสียก่อน คุณเบญจณีพยายามนึกหาวิธีการอยู่ ปรากฏว่ามีคนมาถามแล้วเขาเป็นช่างด้วย เขาบอกว่าแค่หาล้อเจอ เขาก็สามารถทำให้คุณยายไปวัดได้ ก็ช่วยกันค้นหาล้อรถ เขาก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ช่วยหา หาโดยย้อนกลับไปหาตามทางเดิมอีก ๒-๓ กิโลเมตร จึงพบล้อรถ จากนั้นช่างได้นำล้อมาใส่ให้อยู่ในสภาพปกติเพื่อจะให้คุณยายไปวัด ทุกคนก็ถึงวัดทันเพลพอดี

ทุกๆ คนที่ประสบเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นผู้ที่อยู่ในบุญตลอด หมั่นฝึกจิตของตนเองให้ใสสะอาดเป็นประภัสสรตลอดเวลาโดยการสวดมนต์ นั่งสมาธิ ระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยเป็นปกติ เมื่อพบเหตุการณ์คับขัน ด้วยจิตที่ดีก็สามารถเปลี่ยนจากเหตุการณ์ร้ายแรง และแก้ไขได้ทีละเปลาะ ทีละเปลาะ สามารถไปสั่งสมบุญใหญ่ได้สมกับที่ตั้งใจไว้ เพราะบุคคลใดก็ตามถ้าหมั่นสั่งสมคุณงามความดีไว้ในตัวมากๆ มีดวงบุญในตัวเองสว่าง เทวดาก็ตามมารักษาผู้นั้น เพื่อให้ความสะดวกสบายในการทำความดี แล้วเขาก็จะได้ร่วมอนุโมทนาบุญ เพราะไม่มีกายไหนที่จะสั่งสมความดีได้ทุกรูปแบบและเต็มที่เท่ากายมนุษย์

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร