อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 27

เรื่องที่ ๒๖๙นั่นแสงอะไร

เรื่องที่ ๒๖๙นั่นแสงอะไร
เข้าไปสวดสรรเสริญในห้อง และปิดเพลิงในห้องขณะที่กำลังสวด ก็เห็นแสงพุ่งเป็นลำแสงตั้งฉากกับฝาผนัง

 

 

 

 

 

 
 
ครอบครัวคุณสมใจ เฮงบำรุง
 

คุณสมใจ เฮงบำรุง อยู่ที่ แขวงบางค้อ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ ได้เล่าถึงอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ ที่เกิดขึ้นกับตนเองถึง ๓ ครั้ง ครั้งแรก คือ หลังจากที่ตนเองได้มาทำบุญสร้างองค์พระแกนกลาง และได้รับพระมหาสิริราชธาตุรุ่นพญานาคกรอบทองไปแล้ว ประมาณ ๑ สัปดาห์ และได้หมั่นสวดสรรเสริญท่านทุกวัน วันหนึ่งได้เข้าไปสวดสรรเสริญในห้องของลูกสาว เพราะเงียบดี และได้ปิดเพลิงในห้องขณะที่กำลังสวด ก็เห็นแสงพุุ่งเป็นลำแสงตั้งฉากกับฝาผนัง ตนรู้สึกตกใจ พอตั้งสติได้ก็เดินไปดูรอบๆ ห้องก็ไม่มีอะไร นึกแปลกใจว่า ในห้องไม่มีร่องรอยที่แสงสว่างจากภายนอกจะสาดเข้ามาได้เลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นลำแสงสว่างจ้าทั้งห้อง สักครู่ก็หายไป จึงเกิดความมั่นใจว่าพระมหาสิริราชธาตุท่านคงแสดงอานุภาพให้เห็น เพื่อเป็นบุญตา และแสดงให้รู้ว่าท่านอยู่กับเราตลอดเวลา เห็นดังนั้น เมื่อตั้งสติได้ จึงรีบอธิษฐานกับท่านว่า ขอให้คุณแม่หายจากกระดูกหักเป็นอัศจรรย์ โดยไม่ต้องผ่าตัด เพราะคุณแม่อายุมากแล้ว และสาเหตุที่ป่วยคือหกล้ม กระดูกต้นขาหักเดินไม่ได้ เจ็บปวดทรมานมาก ต้องนอนอย่างเดียว วันต่อมาก็ได้นำพระไปให้แม่อธิษฐานจิตอีก คุณแม่น้ำตาไหล หลังจากนั้นอีก ๒ สัปดาห์ อาการของคุณแม่ ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ หายวันหายคืน หน้าตาสดใส แข็งแรงเริ่มเดินได้ และที่สำคัญหมอไม่ต้องผ่าตัด เพราะอาการดีขึ้นแล้ว


ครั้งที่สอง ตนได้ป่วยเป็นไซนัสมานานมาก ซึ่งเป็นบริเวณโพรงโหนกแก้ม จะมีอาการปวดร้าวตั้งแต่ศีรษะจนถึงบริเวณฟัน ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับมีไข้สูง ได้ไปหาหมอหลายแห่ง แต่ก็ยังรักษาไม่หายขาด จนมาวันหนึ่งได้อ่านหนังสืออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ ซึ่งหลายคนหายจากอาการเจ็บป่วยเพราะทำน้ำมนต์ดื่ม ก็เลยอยากทดลองบ้าง พอดีวันนั้น ปวดฟันมากและอาการไซนัสกำเริบอย่างหนัก จึงทำน้ำมนต์อธิษฐานจิต และสวดสรรเสริญขอให้น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ ช่วยให้หายจากโรคอย่างอัศจรรย์ และได้ทำน้ำมนต์ดื่มติดต่อกัน ๗ วัน ผลปรากฏว่า ปัจจุบันโรคที่เป็นก็หายจริงๆ หายขาดโดยไม่ต้องกินยา ตนจึงศรัทธาในองค์พระมหาสิริราชธาตุ เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

   
 
ครั้งที่สาม เมื่อวันพุธที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๒ ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปจังหวัดจันทบุรี เพื่อนมัสการรอยพระพุทธบาทที่เขาคิชฌกูฏ ก่อนเดินทางก็ได้อาราธนาให้ท่านช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย เมื่อไปถึงปลายทางขณะก้าวลงจากรถไม่ทันสังเกต เท้าได้เหยียบไปบนเศษแก้วแหลมคม ทำให้เลือดไหลทะลักออกมาอย่างมากมาย และแผลลึกด้วยเกิดอาการเจ็บปวดอย่างมาก เลือดไหลไม่หยุด คิดว่าคงเดินไปไม่ไหวแน่ จึงได้อธิษฐานกับพระมหาสิริราชธาตุ ขอให้เลือดหยุดไหล และหายปวดเป็นอัศจรรย์ สามารถไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ ซึ่งต้องเดินเป็นระยะทางประมาณ ๕ กม. ปรากฏว่า พออธิษฐานเสร็จเลือดซึ่งเดิมไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล ก็หยุดไหลทันที และอาการปวดก็หายเป็นปลิดทิ้ง อย่างไม่น่าเชื่อ ทำให้ไปนมัสการได้เรียบร้อย พอกลับลงมา เลือดก็ไหลอีก และแผลก็ปวดมาก ผู้ที่ไปด้วยแนะให้ไปหาหมอ เพื่อเย็บแผล ก็เลยอธิษฐานอีกว่าขออย่าให้ลูกเป็นอะไรเลย ให้กลับบ้านได้โดยไม่ต้องเย็บแผล ไม่ต้องฉีดยาแก้บาดทะยัก กลับมาถึงบ้านก็ทำน้ำมนต์ดื่มอีก เมื่อตื่นขึ้นในเวลาเช้าปรากฏว่าอาการปวดก็หายไป และแผลก็แห้งสนิทโดยไม่ต้องเย็บแผล เหมือนดั่งที่อธิษฐานทุกประการ

การที่ใครได้เห็นปาฏิหาริย์ใดๆ ก็ตาม แสดงว่าเวลานั้นจิตของผู้เห็นหยุดนิ่งสนิท ใจที่หยุดสนิทที่ศูนย์กลางกาย เป็นใจที่สามารถรับพลังบุญได้เต็มที่ ถ้าเจ้าตัวอธิษฐานจิตขอสิ่งใดๆ ในเวลานั้นก็มักจะประสบความสำเร็จเป็นอัศจรรย์


ส่วนเรื่องหายจากเจ็บไข้ได้ป่วย หายจากอุบัติเหตุ นอกจากจะเชื่อมั่นในพลานุภาพบุญแล้ว เราทุกคนไม่ควรประมาทเลินเล่อในการดูแลรักษาตัว สิ่งใดป้องกันได้ควรทำเอาไว้ ไม่ใ่ช่รอให้เหตุร้ายเกิดแล้ว จึงลงมือแก้ไข อาจจะไม่สมหวังอย่างรายที่เล่าไว้นี้เสมอไป

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร