วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ สมาธิเปลี่ยนชีวิต : ๓ สีผิวกับใจสีเดียวกัน

สมาธิเปลี่ยนชีวิต เรื่อง : son Backhome

                 แอฟริกาใต้ ดินแดนที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ อันล้ำค่า ทั้งทองคำ ทองคำขาว เหล็ก และเพชร กล่าวกันว่าเพียงคุณเดินตามนกกระจอกเทศที่หากินด้วยการคุ้ยเขี่ยตามพื้นดิน คุณอาจได้เพชรเม็ดงามจากมูลของมัน

                 ถึงกระนั้น แม้จะดำเนินชีวิตอยู่บนแผ่นดินแห่งทองคำหรือ เพชรเลอค่า แต่ก็มิได้หมายความว่า ทุกชีวิตบนดินแดนแห่งนั้นจะจ่ายแจกรอยยิ้มให้กันอย่างเสมอภาค ยิ้มที่เคยเบ่งบานอาจหุบลงในทันที เพียงเพราะความแตกต่าง บางประการ เปล่า...มิใช่ ด้วยฐานะความร่ำรวยหรือฐานันดรที่แตกต่าง หรือความห่างศักดิ์ห่างชั้นในสังคม แต่สิ่งที่กั้นไม่ให้เกิด ความเสมอภาค ถูกหุ้ม ด้วยผิวหนังบางๆ เท่านั้น ไม่สำคัญว่า คุณรวยแค่ไหน เกิดในตระกูลสูงหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญ คือ คุณผิวสีอะไร เพียงผิวหุ้มเนื้อบางๆ ที่ต่างสี อาจสร้างความเหลื่อมล้ำทางไมตรีของผู้คน คนผิวดำยังคงรู้สึกด้อยค่ากว่าคนผิวขาว และความต่างดังกล่าว ทำให้เกิดอาการเคืองใจทุกครั้งที่มองเห็นกัน

                 วันนี้ความรู้สึกเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อสมาธิได้ไปถึงประเทศแอฟริกาใต้ ความเสมอภาคแห่งใจกำลังจะเกิดขึ้น โดยมีจุดเริ่มต้นที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมโจฮันเนสเบิร์ก

                 คุณลัคกี้ เป็นชาวผิวดำ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของชีวิต เขารู้สึกว่า ตนเองถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการบางอย่างเสมอ ความเหลื่อมล้ำทางด้านสีผิวทำให้เขาอึดอัด "แต่ก่อนผมมักคิดว่าตัวเองลำบากครับ ลำบากทั้งกายและใจ เหมือนมีบางสิ่งมาล่ามหัวใจผมไว้ สังคมที่นี่มีเรื่องของการเหลื่อมล้ำด้านสีผิว มีความไม่เท่าเทียมเป็นอย่างมาก ทำให้ผมอยู่ในสังคมด้วยความอึดอัด ผมอยากมีอิสระจากข้อจำกัดเหล่านี้ จนกระทั่งได้มานั่งสมาธิ ผมได้พบอิสระจากที่นี่ครับ เวลานั่งสมาธิผมก็ทำใจให้หยุดนิ่งๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ พอปล่อยใจนิ่งๆ ที่กลางท้อง ผมก็รู้สึกโล่ง ว่าง เหมือนมีดวงทรงกลมครอบตัวผมอยู่ ผมเกิดความรู้แจ้งภายในใจ รู้สึกเป็นอิสระ มีความสุขและความเบิกบานอยู่ภายใน เดี๋ยวนี้ผมรู้สึกแตกต่างไปจากแต่ก่อนมาก เหมือนโซ่เส้นโตที่ล่ามใจได้หลุดหายไปแล้ว สมาธิทำให้ผมเหมือนได้เกิดใหม่ในสภาพที่เท่าเทียม"

                 คุณวินอเลีย เอ็มบีซา ตัวแทนชาวแอฟริกาผิวดำอีกคนที่ได้มาฝึกสมาธิ เธอเล่าว่า ก่อนที่จะได้มาฝึกสมาธิ เมื่อมีคนมาคุยเกี่ยวกับการฝึกสมาธิ เธอจะมีคำถามว่า มันคืออะไร ทำไมถึงต้องฝึกสมาธิด้วยล่ะ โชคดีที่เธอเป็นคนที่ไม่สิ้นสุดอยู่เพียงแค่ถาม แต่ได้พาตัวเองมานั่งสมาธิด้วย

                 "ขณะที่ฉันกำลังนั่งสมาธิ ฉันจะกำหนดใจไปที่ จุดศูนย์กลางกาย ทุกครั้งที่ฉันหลับตาและปล่อยใจ ไว้ที่ศูนย์กลางกาย จะมีแสงสว่างเกิดขึ้นภายใน เป็น แสงสว่างที่อัศจรรย์ในใจ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ แสงสว่างนั้นมีลักษณะเหมือนเป็นร่างกาย สว่างคล้ายแสงจันทร์ ฉันไม่รู้จะอธิบายอย่างไร แต่เมื่อเห็นแล้วฉันรู้สึกเป็นอิสระ เหมือนกับความสงบและความสุขรวมกัน และฉันมีความสุขตลอดเวลา

                 ฉันอยากให้ทุกคนได้นั่งสมาธิ โดยเฉพาะชุมชน ชาวผิวดำ เพราะเมื่อฉันเล่าให้ฟังเกี่ยวกับสมาธิ พวกเขามักคิดถึงเรื่องของศาสนา และจะถามฉันทุกทีว่าคุณไปทำอะไร "มันเป็นโบสถ์หรือ" ดิฉันก็จะตอบว่า "ไม่ใช่โบสถ์ มันเป็นสิ่งที่คุณทำเพื่อช่วย ตัวคุณเอง สิ่งนี้จะกลั่นใจให้ใสสะอาด ช่วยคุณจัดการกับปัญหาต่างๆ ให้หมดไป เหลือไว้แต่ความสงบสุขภายในให้คุณแทน"

                 นอกจากคนผิวดำที่จะรู้สึกได้ถึงความสุข ความอิสระ อย่างเสมอภาคแล้ว ตัวแทนของชาว ผิวขาวที่ได้มานั่งสมาธิยังค้นพบว่า ความฝันของตัวเองในเรื่องของสันติภาพจะเป็นจริงได้อย่างไร

                 คุณเร็น มาสเองเจิล ชาวแอฟริกันผิวขาว อายุ ๖๐ ปี จากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก มีอาชีพในแวดวงสื่อมวลชน เป็นทั้งนักเขียน นักข่าว หรือ นักหนังสือพิมพ์ มานานหลายสิบปี เขาเล่าว่า "เมืองที่ผมอยู่ไม่แตกต่าง จากเมืองใหญ่ๆ ของโลกหลายแห่ง คือยิ่งความเจริญทางวัตถุ มากขึ้นเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าความเจริญทางจิตใจ จะลดน้อยลงมากเท่านั้น มีปัญหาอาชญากรรม ไม่เว้นแต่ละวัน ผู้คน แข็งกร้าวเข้าใส่กัน มีแต่ความรุนแรงและมุ่งทำร้าย ผมภาวนาให้มีโอกาส ได้ทำข่าวดีๆ ในประเทศนี้สักครั้ง แต่ดูเหมือนว่าทุกข่าว จะเป็นข่าวร้ายไปแล้ว ทั้งสิ้น ยิ่งได้เห็นสภาพ ความทุกข์ยากด้วยตนเอง ทำให้ผมคิดว่าคนขาวกับคนดำ มีความทุกข์ไม่แตกต่างกัน น่าสงสารมากเหมือนกัน คนหนึ่งมีทุกข์ เพราะถูกจ้องปองร้าย ส่วนอีกคนทุกข์เพราะไฟแค้น สุมอก คอยเผาทำร้ายตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะสิ้นสุด

                 หากมีโอกาส ผมกับเพื่อนคนขาวมักจะพูด คุยกันเรื่องสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในประเทศแอฟริกาใต้อยู่เสมอ จนเดี๋ยวนี้ย่างเข้าสู่วัยชรา ในปีที่ ๖๐ แล้ว ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะเกิดสันติภาพขึ้นแต่อย่างใด ประชาชนยังคงต้องนอนกอดปืนจน กว่าจะหลับไปอยู่เหมือนเดิม จนเริ่มท้อแท้หมดหวัง และในที่สุดก็คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ แต่วันนี้ความคิด ของผมเปลี่ยนไป เมื่อมีโอกาสมาปฏิบัติธรรมที่ศูนย์ โจฮันเนสเบิร์ก ตามคำชักชวนของคุณรอน เจ้าของ ร้านสปาที่ผมไปใช้บริการอยู่บ่อยครั้ง ทันทีที่นั่งสมาธิ ผมปล่อยวางตามที่พระอาจารย์สอน ทุกอย่างรอบข้างเงียบสงัด ผมค่อยๆ เลื่อนใจลงไปที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ผ่านเข้าไปในตัว แล้ววางใจนิ่งไว้ที่จุด ศูนย์กลางกายนั้นอย่างสบายๆ สักพัก ผมก็มอง เห็นแสงสว่างปรากฏขึ้น ผมมองตามแสงเข้าไป มองโดยการวางใจอย่างเบาที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ แสงนั้นก็รวมเป็นดวงกลมๆ และค่อยๆ ขยายกว้าง ออกไป ความรู้สึกจดจ่อและผ่อนคลายจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน แล้วผมก็รู้สึกว่าตัวเองเบาๆ ลอยๆ ร่างของผมถูกอาบด้วยแสงทรงกลมนั้น และร่างกาย ที่เป็นเนื้อหนังของผมก็โปร่งเบาหลอมรวมไปกับมวลแสงนั้น และในขณะนั้น ความสุข ความสงบได้ควบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกันสุดที่จะบรรยาย ผมมีความรู้สึกวิเศษสุดอยู่ข้างใน และอยากจะแบ่งปันให้กับผู้คน

                 สมาธิทำให้ผมมีความคิดเกี่ยวกับสันติภาพที่ชัดเจนมากขึ้น ตอนนี้สันติภาพไม่ได้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นเพียงในวงสนทนา แต่ผมรู้สึกว่า มันเกิดขึ้นแล้วในตัวผม โดยเริ่มต้นจากดวงกลมใสภายในตัว

                 หากทุกคนได้เข้าถึงความสว่างภายใน จะมีความนึกคิดอยากจะทำสิ่งดีให้เกิดขึ้น สันติภาพของโลกย่อมเกิดขึ้น ตามมาอย่างแน่นอน"

                 เช่นเดียวกับ คุณสังวาลย์ ทับจันทร์ ตัวแทนของชาวผิวเหลือง เขามาอยู่แอฟริกาใต้ได้ ๑๒ ปีแล้ว ชีวิตที่อยู่ไกลจาก บ้านเกิดเมืองนอน ได้พบกับปัญหา แม้จะถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ผลลัพธ์ของปัญหาก็ไม่เคยทำให้หัวใจฉีกยิ้มได้เลย และดินแดนแห่งสันติสุขภายใน ก็สามารถทำให้เขาแก้ไข ปัญหาต่างๆ ได้ "เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รู้จักกับพระสงฆ์ จากวัดพระธรรมกาย ได้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งสำนักสงฆ์ในโจฮันเนสเบิร์ก และได้เริ่มศึกษา การนั่งสมาธิ ผมก็ได้พบกับ สิ่งมหัศจรรย์ที่ปัดเป่าปัญหาในหัวใจไปได้ การนั่งสมาธิครั้งแรกๆ นั้น ผมยังมีเรื่องต่างๆ แออัดอยู่ในสมองเต็มไปหมด ควบคุมจิตให้นิ่งไม่ได้เลย

                 จนกระทั่งผมได้นั่งสมาธิอีกครั้งหนึ่ง ใจเริ่ม สงบอย่างช้าๆ แต่ไม่นานครับ สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ก็เกิดขึ้นในใจผมอีกจนได้ ทั้งเรื่องราวปัญหาต่างๆ พากันมารุมสกรัมความสงบทางใจของผมอีกแล้ว สักพักปัญหาเหล่านั้นก็ก่อตัวกลาย เป็นมวลพายุทอร์นาโด แล้วก็หมุน หมุนแรงขึ้นๆ ผมก็ไม่สนใจ หมุนได้ก็ปล่อยให้หมุนไป สักพัก พายุนั้นก็ค่อยๆ คลายตัวออก พร้อมกับมีสิ่งใหม่ ปรากฏขึ้นที่ศูนย์ กลางกายของผม เกิดขึ้นมาเอง โดยที่ผมไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นเลย สิ่งนั้นคือ องค์พระใสๆ ครับ เป็นพระแก้วใสองค์เล็กๆ แล้วก็ขยายใหญ่ขึ้นๆ พร้อมๆ กับความรู้สึกที่ไม่เคยพบมาก่อนในชีวิต คือทั้งอบอุ่น และมีความสุขมากๆ หลังจากเห็นองค์พระได้สักพักหนึ่ง ผมก็เริ่มเห็นดวงใสๆ ขึ้นมากลางองค์พระ ทั้งองค์พระและดวงแก้วใสๆ ยังอยู่ในกลางท้องของ ผมตลอดเวลา ผมรู้สึกว่าใจสะอาดและมีความสุขมากๆ เลยครับ ผมขอแบ่งความสุขตรงนี้ให้กับ ทุกท่านด้วยครับ"

                 ...ไม่ว่าคุณจะผิวสีใด คุณมีความสุขอย่างเสมอภาคได้ ด้วยหัวใจสีเดียว ดวงใจใสๆที่ถูกเก็บไว้ใน ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗

                ดังคำของคุณเร็น มาสเองเจิล นักข่าวอาวุโสที่ยืนยันจาก ประสบการณ์ตรงของตัวเองว่า "ผม คิดว่า ตอนนี้เป็นโอกาสอันวิเศษ สำหรับทุกคนในแอฟริกาใต้ ที่จะได้พบการเปลี่ยนแปลง ไปสู่สันติสุขในเวลาเพียงข้ามคืน ด้วยการนั่งสมาธิ โดยไม่มี ข้อจำกัดว่า คุณจะยากจนแค่ไหน หรือสังกัดศาสนา อะไร เพราะการทำสมาธิไม่เสียเงิน และสมาธิได้สลาย เส้นแบ่งเหล่านี้จนสิ้น ทั้งหมดนี้ สมาธิได้มอบชีวิตที่วิเศษสุดแก่ทุกคน และทำให้คุณนับถือศาสนาของ คุณได้ดีกว่าเก่า พร้อมยังเผยวิถีทางอันประเสริฐที่ จะเป็นผู้ให้ แด่แผ่นดินเกิดของตัวเอง ด้วยนั่นคือ "สันติภาพ" ครับ"

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร