วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ สัมภาษณ์พิเศษ : วันนี้ผมไม่ใช่คนเลว

สัมภาษณ์พิเศษ 

เรื่่อง : อาลักษณ์   e- mail : r.luck072.com   

ภาพ : สมชาย สิงห์ทอง

 

 

 

        " โก้่ "..หนุ่มน้อย ที่ขว้างอนาคตตัวเองทิ้งไปกับมือ และสวมกอด ความไม่ดีไว้อย่างแนบแน่น.. วันนี้เขาได้มายืนอยู่ตรงนี้ ! และพร้อมที่จะสารภาพ เรื่องราวชีวิตของตัวเอง อย่างหมดเปลือก

   เป็นความลำบากใจไม่น้อย..ที่ต้องเสนอเรื่องราว ที่เด็กหนุ่มคนนี้ อยากลืมที่สุด เพราะมันเป็นเรื่องที่ ไม่น่าประทับใจอะไรเลยในชีวิต อีกทั้งไม่มีใครในโลก ที่อยากประกาศความไม่ดี ของตัวเองต่อสาธารณชนเช่นนี้

            แต่หลังจากที่ได้จับเข่าพูดคุยกัน เรามีความคิด อย่างหนึ่งที่ตรงกันว่า หากเรื่องนี้ถูกนำเสนอออกไป มันอาจไม่ได้เป็นแค่บทเรียน ที่ดีเท่านั้น แต่อาจเป็นตัวบ่งชี้การตัดสินใจ ของหลายคนที่กำลังเลือก หนทางชีวิตที่ถูกต้องให้กับตัวเอง

              โก้ หรือ กัมพล ชำนวญ นักศึกษาปี ๒ แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น

             "ผมเกิดในครอบครัว ที่ไม่ได้ด้อยโอกาสแต่อย่างใด เพราะคุณพ่อเป็นตำรวจ ส่วนคุณแม่ทำอาชีพค้าขาย ซึ่งท่านทั้งรักทั้งสนับสนุน ผมทุกด้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้งผมก็เป็นเด็กหัวดี สอบ ได้ที่ ๑-๒ มาโดยตลอด แต่ช่วง ม.ปลาย ผมเริ่มติด เกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเกมหนึ่ง ที่ทุกคน เรียกมันว่า แร็กนาล็อก เกมนี้มีแรงดึงดูดบางอย่าง เหมือนทำให้ผมหลุดเข้าไปอยู่ในโลกมายา ที่เต็มไป ด้วยสิ่งเร้า โดยมีเราเป็นตัวหนึ่งในเกม ซึ่งชี้แพ้ชี้ชนะกันด้วยระดับ ความสามารถของตัวละครในเกม จนผมเกิดความรู้สึกที่ต้องตอกย้ำกับตัวเองตลอดเวลาว่า จะต้องชนะเท่านั้น และความรู้สึกเช่นนี้ ก็ทำให้ผมเล่นจนลืมวันลืมคืน แบบไม่มีใครหยุด ผมได้ ผมเล่นได้แบบไม่หลับไม่นอน ๓ - ๔ วันติดๆ กันเล่น ๗๐ ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง จนผมหมดเงินไป กับเกมนี้เป็นแสน" เอาเงินที่ไหนไปเล่น !?

             "ผมโกหกพ่อแม่ โดยขอเงินท่านไปเรียนพิเศษ แม้ในชีวิตผมจะไม่เคย และไม่ชอบการเรียนพิเศษเลย แล้วผมก็ต้องเอาเงินมาจ่ายให้กับเกมจนหมด ทั้งๆ ที่ผมก็รู้ว่า ทำอย่างนี้ไม่ช่วยให้อนาคตดีขึ้น จนการ เรียน ตอนนั้นเริ่มตก แต่ด้วยความที่หัวดีเป็นทุนเดิม ผมใช้เวลาก่อนสอบเอ็นทรานซ์เพียงอาทิตย์เดียว มุอ่านหนังสือ จนสุดท้ายก็สอบติดวิศวะฯ บางมด"

             เรื่องนี้ไม่ใช่ปาฏิหาริย์ แต่นับว่าเป็นโชค ที่โก้กลับลำได้ทัน แต่โก้..จะกลับลำได้ตลอดไปรึเปล่า!

            "พอเอ็นฯ ได้คณะวิศวะ ผมใช้ชีวิตดื่มกินอย่างเต็มสตีม ไปกับกลุ่มเพื่อน เที่ยวแถวสะพานพุทธ แทบทุกคืน ผมเมาอย่างสุดเหวี่ยง วันไหนไม่ได้ไป ก็ตั้งวงดื่มเหล้ากันหน้ามหาวิทยาลัย ตอนนั้นในหัวผมมันดิ่งให้กับความมันของชีวิต มันเป็นช่วงชีวิตที่สนุกมาก ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง เพราะเพื่อนๆ ผม ก็เป็นเหมือนกันทั้งกลุ่ม ผมเข้าเรียนน้อยมาก อาทิตย์ หนึ่งอย่างมากก็เข้าแค่ ๑ - ๒ คาบ อีกทั้งไม่ได้ ส่งงานเลย จนกระทั่งผมถูกปรับตกวิชาหนึ่ง เนื่องจาก คะแนนเก็บไม่มี เพราะไม่เข้าเรียนเลย แต่เพื่อนๆ กลับแย่กว่าผมเสียอีก เพราะเขาติดโปรฯ และถูกรีไทร์ไปก็มี..."

พ่อแม่รู้ไหม?

             "แม้รู้..ผมก็ไม่แคร์ เพราะใจมันไม่อยากเรียนแล้ว อยากดื่มอยากเที่ยวอย่างเดียว มันสนุกกว่า ไม่ ต้องมีภาระอะไร แต่เพื่อให้พ่อแม่สบายใจผมจึงบอก กับท่านว่า ผมไม่ชอบคณะวิศวะฯ ไม่ถนัดที่จะเรียน สายนี้ แล้วคิดจะเอ็นฯ ใหม่ปีหน้า"
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้โก้กลายเป็นนักศึกษาวิศวะ ที่หมดอนาคตในบัดดล เพราะเขาได้ขว้างอนาคตตัวเองทิ้งไปอย่างดื้อๆ

           "ผมออกจากการเรียน มาใช้ชีวิตที่แย่แต่พึงพอใจ คือกลับไปคบกับเพื่อนที่ไม่เรียนหนังสือ ไปอยู่ในแก๊งค์นักเลง ที่ไปไหนก็พกดาบซามูไร เอาไว้ขู่กัน บางทีเจอคู่อริ ก็ฟันกันหน้าตาแหก มีเรื่องต้อง ชกต่อยกันเป็นอาจิณ หนำซ้ำยังได้ทำระเบิดปิงปอง พอเจอคู่อริก็ปาใส่กันจนชาวบ้านเดือดร้อน แต่ก็เป็น ความสุขของแก๊งค์นักเลง เพราะมันเหมือนเป็นการ ประกาศแสนยานุภาพว่า ใครแน่กว่ากัน ใครเจ๋งกว่า กัน บางทีเมาๆ ก็ถือปืนจริงออกมาขู่ยิงกัน เกิดเรื่อง ตะลุมบอนชกต่อยกันด้วยสนับมือจนเลือดโชก พอตำรวจมา ถึงได้กระเจิดกระเจิงต่างคนต่างหนีกันไป

 

 

 

         นอกจากจะเป็นนักเลงเถื่อนแล้ว ชีวิตช่วงนั้น ผมยังดื่มเหล้าหนักมาก เอาเหล้าขาวซดกันเป็นขวด ทั้งๆ ที่ไม่ได้ชอบรสชาติของสุรา แต่ชอบบรรยากาศ ในการร่ำเหล้า เพราะหลังจากเมาแล้ว มันทำให้ผมหลุดไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ที่ทำให้ผมกล้า ทำได้ทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องเลวๆ ทำได้อย่างไม่รู้ร้อน รู้หนาว แม้เป็นเรื่องที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็ทำได้ อย่างมีความสุข เพราะไม่ต้องละอาย ตอนนั้นผมใช้ ชีวิตแบบไม่แคร์อะไรแล้ว ไม่สนใจความรู้สึกใครเลย แม้แต่พ่อกับแม่ ผมไม่รับรู้สิ่งแวดล้อมว่า ใครจะเป็น อย่างไร จะว่าอย่างไร ผมรู้แต่ว่า ผมดื่มได้อย่างไม่ หยุด ดื่มแล้วก็เมาไร้สติ ลุกขึ้นมาเต้นได้อย่างสนุก ผมซดเหล้าจนน็อก พอฟื้นก็กรอกเหล้าต่อจนน็อกอีก ผมสามารถทำสถิติอย่างนี้ได้ถึง ๕ วันติดๆ กัน โดยเสื้อผ้าไม่ต้องเปลี่ยน ไม่ต้องอาบน้ำกันเลย นอน จมอยู่กับสิ่งปฏิกูลและอบายมุขอย่างนั้น"

     ดูเหมือนเป็นทางเลือกชีวิตที่เลวร้ายที่สุด แต่ ทำอย่างไรได้ เมื่อโก้พอใจที่จะดิ่งลงไปกับมันอย่างสุดตัว แต่สุดท้ายเขาก็คิดกลับลำได้ทันตอนใกล้จะสอบเอนทรานซ์ครั้งที่ ๒ คือเขากลับมาเร่งอ่านหนังสือ โดยใช้ช่วง ๒ สัปดาห์สุดท้ายก่อนสอบ จนสามารถ สอบติดที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

           "แม้ผมจะสอบได้ แต่ผมก็ไม่รู้สึกดีขึ้นเลย เพราะไม่รู้ว่าผมจะหลุดกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีก หรือเปล่า ผมเบื่อ ผมรู้สึกแต่ว่า ผมผ่านโลกมามาก และทำผิดพลาดมาเยอะ จนรู้สึกว่าในชีวิตนี้ไม่เหลือ อะไรที่ดีแล้ว ไม่รู้ว่าผมจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร" และช่วงนี้เองทำให้โก้หวนนึกถึง ครั้งหนึ่งที่เคยมาวัดพระธรรมกาย !

         "ผมเคยมาวัดครั้งหนึ่ง ตอนผมเรียนอยู่บางมด เพราะอยากพิสูจน์เรื่องที่วัดตกเป็นข่าวดังมาก ตอนนั้นผมสงสัยว่า หากวัดไม่ดีขนาดนี้ ทำไมคนยังมาวัดกันเยอะอยู่ ทั้งยังสงสัยอีกว่า นักศึกษา ทุกมหาวิทยาลัยที่เข้าวัดนี้เป็นคอมมิวนิสต์ตามข่าว รึเปล่า แต่พอผมมาดูวัด ได้เห็นวัดด้วยสายตาตัวเอง ก็พบว่า วัดนี้เป็นระบบระเบียบมาก ตั้งแต่การวางรองเท้า ห้องน้ำก็สะอาด พระทุกรูปมีการศึกษาสูงๆ มีคนมาวัดตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ ซึ่งผมมาคิดดูเองว่า มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่พวกเขาจะถูกล้างสมองกันหมด จนกระทั่งได้มีรุ่นพี่คนหนึ่งถามผมว่า หาก น้องโก้ถูกล้างสิ่งที่ไม่ดีออกหมด แล้วถูกใส่ด้วยสิ่งดีๆ โก้จะยอมไหม ตอนนั้นผมตอบทันทีครับว่า ยอม..."

          ภาพความทรงจำในครั้งอดีตของโก้ ผุดขึ้น เป็นฉากๆ จนทำให้โก้บอกกับตัวเองว่า อยากบวช มันถึงเวลาแล้วที่จะต้องบวช จึงได้สมัครเข้าโครงการ อบรมธรรมทายาทในวันสุดท้ายพอดี... การที่โก้ตัดสินใจเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ก็จะรู้สึกดีกับสิ่งที่โก้ได้ทำ เพราะชีวิตของคนที่ไม่รู้จะอยู่ไปเพื่ออะไร กำลังจะค้นพบทางสว่าง

 

 

      "ผมตัดสินใจบวช และพบว่าชีวิตนักบวชทำให้ ผมมีความสุขมาก เหมือนได้ค้นพบสิ่งที่เป็นที่สุดของ ชีวิต แม้บวชแล้วจะไม่สะดวกสบาย ทำอะไรตามใจ ตัวเองไม่ได้ แต่การได้บวชถือเป็นเพศภาวะเดียวที่ สนับสนุนให้ผมได้ทำแต่ความดี อย่างเต็มกำลังที่สุด เพราะนักบวชต้องรักษาศีลถึง ๒๒๗ ข้อ เป็นภาวะที่ทำให้เราตัด ความกังวลได้ในหลายๆ เรื่อง เป็นชีวิต ที่สงบล้วนๆ และที่สำคัญยังได้อยู่ในสภาพแวดล้อม ที่คนรอบข้างล้วนเป็นคนดี ผิดกับโลกภายนอก ที่มี เพื่อนและสิ่งแวดล้อม ยั่วยุชักจูงให้ผมทำแต่สิ่งชั่ว อย่างชนิดที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่การมาบวช เป็นพระ การได้มาอยู่ที่วัด มีบทฝึกที่ทำให้ควบคุม ตัวเองได้ดี คือ มีศีล คุมกาย วาจา และมีสมาธิ คุมใจ ตอนนั้นผมภูมิใจ ที่สุดที่ผมได้เป็นพระ เพราะชีวิตพระ.. เป็นบทฝึกที่งดงาม และมีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตของลูกผู้ชาย ยิ่งบวชก็ยิ่งมีอุดมการณ์มากขึ้น ในทุกวัน ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่อยากสึกเลย"

          แต่ด้วยความที่โก้ยังเป็นห่วงพ่อแม่ โก้จึง ลาสิกขาออกมา เพื่อเรียนต่อให้จบ เพื่อให้ท่านสบายใจก่อน ทั้งที่การบวชครั้งนี้ นอกจากจะตัดสินใจ บวชเพื่อตัวเองแล้ว ที่สำคัญก็บวชให้พ่อและแม่ เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมาโก้ไม่เคยทำดีเพื่อท่านเลย

       "ผมมีแต่ชีวิตที่แย่ๆ ไร้อนาคตเพื่อท่านมาตลอด ซึ่งผมเองก็ไม่อยากแย่เพื่อท่านทั้งชีวิตหรอกครับ เพราะหากผมเหลวแหลกเช่นนี้ ก็คงเป็นที่พึ่งให้ท่านไม่ได้เลยตลอดชีวิต หนำซ้ำกลับจะสร้างแต่ ปัญหา สร้างภาระ ให้ท่านเป็นทวีคูณ ผมจึงหวัง สักครั้งที่จะทำชีวิตให้มีค่า โดยเป็นคนดี เป็นพระที่ดี เพื่อเอาบุญตรงนี้ให้กับพ่อแม่

       ..ในช่วงที่ผมบวชอยู่ ผมก็ได้ใช้เวลาในการอธิบายในหลายๆ เรื่องให้ท่านเข้าใจ ได้อธิบายธรรมะต่างๆ ให้แม่ฟัง จนแม่รู้สึกว่า อยากทำให้ชีวิต ที่เป็นทุกข์ของตัวเองดีขึ้น จึงมาวัดมาทำบุญ จน แม่เริ่มเข้าใจว่า คนที่มาบวชที่วัดนี้ ไม่ใช่คนที่ไม่มีทางไป เขามีทางไป มีอนาคตมากมาย แต่เขาไม่ไป แต่เลือกที่จะมาทำความดีล้วนๆ เพื่อสลัดตนให้ พ้นจากกองทุกข์"

       นับจากที่โก้สึกออกมา พ่อกับแม่พบว่า โก้เปลี่ยนไปมาก จากเดิมที่มาหาโก้ที่หอก็จะพบว่าโก้เอาแต่นอน ทำตัวแย่ๆ ไม่มีเป้าหมาย ไม่มีแก่นสาร อะไรในชีวิต ดังที่โก้ได้เล่ามา

 

 

    "ตอนนี้พ่อกับแม่ผม เริ่มเข้าใจผม เข้าใจวัด เข้าใจธรรมะ ซึ่งในอนาคตผมได้คุยกับพ่อเหมือนกันว่า จะชวนท่านมาบวชสักครั้งหนึ่งในชีวิต ผมยอมรับเลยว่า โครงการอบรมธรรมทายาท นั้นเป็นที่สุดของความดี เพราะโครงการนี้ได้ทำให้ผมเปลี่ยน ไปมาก มีหลักของชีวิต ทำให้รู้ว่าเราจะต้องมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ทำให้ผมได้หลุดพ้นจากโลกแห่งความเพ้อฝัน โลกแห่งการหลอกตัวเอง และทำให้ผมได้ เข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง รู้จักการทำใจให้สงบ ท่ามกลางความสับสน สามารถเอาธรรมะไปปรับใช้ ได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งอบายมุข ทำให้ผม เปลี่ยนจากความรู้สึกที่เป็นคนไร้ค่า มาเป็นคนที่มีค่า และพบคุณค่าของตนเอง เพื่อสู้ชีวิตให้ได้สิ่งที่ดีขึ้น จนทุกวันนี้ ผมมาวัด มานั่งสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ และทำหน้าที่กัลยาณมิตรควบคู่ไปกับการเรียน และซัมเมอร์นี้ ผมก็ตั้งใจจะบวชธรรมทายาทรุ่นบูชาธรรม ๖๓ ปี เพื่อตอบแทนพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ท่าน ได้ให้ชีวิตใหม่กับผม จนผมรู้สึกยากยิ่งที่จะทำอะไรเพื่อทดแทนพระคุณท่านได้หมด

        ..จากบทเรียนชีวิตของผม ผมทำบาปไปมาก เกลือกกลั้วกับอบายมุข ทำให้พ่อกับแม่มีแต่ความเสียใจมาตลอด กว่าผมจะพบทางออกที่ทำให้พบความสุข ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกคนมาลองบวชดู เพราะเป็นอะไรที่ท้าทาย เด็ดเดี่ยว สมค่า ที่จะได้มาสัมผัสในสิ่งดี ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น ที่เขาว่าดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ซึ่งผมไม่อยากให้เพียงแต่แค่รับรู้ว่ามันดีเท่านั้น เพราะคุณจะไม่มีทางและไม่มีวันรู้ว่ามันดีจริงๆ อย่างไรเลย หากคุณไม่ได้มาสัมผัสโครงการนี้ด้วยตัวเอง ...

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร