วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ธรรมะอินเทรนด์ : สตรีมือที่ค้ำจุนโลก

ธรรมะอินเทรนด์ 

เรื่อง : ชนนี

 


          หากโลกเรานี้ มีมือสองข้างคอยค้ำจุนอยู่ หนึ่งในสองมือนั้น ก็คือ มืออันนุ่มนวล และทรงพลังของสตรี เพศแม่ ซึ่งครั้งหนึ่งเราทุกคน เคยมีชีวิตเดียวกันกับท่าน

 

 

 

               วันที่ ๘ มีนาคม เป็นวันที่ประเทศต่างๆ ลงมติให้เป็น วันสตรีสากล จุดกำเนิดของวันนี้มาจากการนัดหยุดงาน และเดินขบวนของกรรมกรหญิงโรงงาน ทอผ้าที่เมืองชิคาโก เพื่อเรียกร้องสิทธิของ ผู้ใช้แรงงานหญิง ที่ต้องทำงานหนักภายใต้สภาพแวดล้อม อันเลวร้ายไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๖-๑๗ ชั่วโมงโดยไม่มีวันหยุด ได้ค่าแรงต่ำ และไม่มีการประกันการใช้แรงงาน ซึ่งผู้นำแรงงานสตรีจาก ๑๘ ประเทศ ได้รวมพลังเรียกร้องให้มีการคุ้มครอง แรงงานสตรีในระบบสามแปด คือ ทำงาน ๘ ชั่วโมง พักผ่อน ๘ ชั่วโมง และแสวงหา ความรู้มาพัฒนาศักยภาพ ของตัวเอง ๘ ชั่วโมง
                 
             วันสตรีสากล จึงถือกำเนิดขึ้นดังสัจธรรมที่ว่า "ที่ใดมีแรงกด ที่นั่นก็มีแรงต้าน" อันที่จริงแล้ว นอกเหนือไปจากการทำงานหนัก สตรีจำนวนมากยังต้องเผชิญกับปัญหา อีกมากมาย เช่น การกดค่าแรง การถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ถูกเลือกปฏิบัติในเรื่องของอาชีพ การถูกทำร้ายร่างกาย ถูกคุกคามทางเพศ ถูกล่อลวง และบังคับค้าประเวณี เป็นต้น

            การเอารัดเอาเปรียบ กดขี่ข่มเหง และการเบียดเบียนที่ผู้มีกำลังมากกว่า กระทำต่อผู้มีกำลังน้อยกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกดขี่ทางเพศ เป็นสิ่งที่น่าเศร้า เพราะที่จริงแล้ว ไม่ว่าชายหรือหญิง ต่างก็ต้องเผชิญกับทุกข์ภัยในสังสารวัฏด้วยกัน ทั้งนั้น ผู้ชายก็เคยเกิดเป็นผู้หญิง ผู้หญิงก็เคยเกิด เป็นผู้ชาย ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อัคคัญญสูตร (มก. เล่ม ๑๕ หน้า ๑๘๒) ความว่า ไม่มีชายคนไหนที่ไม่เคยเกิดเป็นหญิง ไม่มีหญิง คนไหนที่ไม่เคยเกิดเป็นชาย

            แม้พระอานนท์ พุทธอุปัฏฐาก ก็ยังมีเรื่องราว ปรากฏในพระไตรปิฎกว่า เมื่อครั้งที่ท่านเป็นช่างทอง ท่านทำผิดศีลกาเม เมื่อตายไปต้องไปรับกรรม ในนรกอย่างยาวนาน เมื่อหมดกรรมในนรกจึงเกิดมาเป็นมนุษย์ผู้หญิงอีกหลายชาติ

               ในพระไตรปิฎกมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ที่ชายกลายเป็นหญิง หญิงกลายเป็นชาย เป็นเรื่องราวของพระโสไรยเถระ พระอรหันตสาวกรูปหนึ่ง สรุปใจความได้ว่า

              ในครั้งพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี บุตรของท่านโสไรยเศรษฐี แห่งเมืองโสไรยะ เห็นพระเถระรูปหนึ่ง มีผิวพรรณผ่องใสดุจทองคำ เขาเกิดความคิดว่า "พระเถระรูปนี้งามจริงหนอ น่าจะเป็นภรรยาของเรา หรือภรรยาเราน่าจะมีผิวกายงามเหมือนพระเถระรูปนี้" ทันทีที่คิดเช่นนี้ เขาก็กลายเป็นเพศหญิงไปทันที เพราะกรรมที่คิดล่วงเกินต่อพระอรหันต์ส่งผลทันตาเห็น
                 
            พระอรหันต์รูปนั้น คือ พระมหากัจจายนะ ผู้เป็นเอตทัคคะในด้านการแสดงธรรมโดยย่อให้พิสดาร ท่านมีรูปงาม ผิวพรรณงาม ใครเห็นท่านก็มักเข้าใจผิดว่า ท่านคือพระบรมศาสดา ท่านจึงอธิษฐานจิตให้มีร่างกายอ้วนท้วนสมบูรณ์ ปัจจุบันชาวจีนจำนวนมากเคารพ ท่านว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ รู้จักกันในนามของ "พระสังกัจจายน์"

                เมื่อบุตรเศรษฐีกลายเป็นหญิงแล้ว จึงหลบหนีไปด้วยความละอาย ตามกองเกวียนไปยังเมืองตักกสิลา และได้แต่งงานกับลูกชายเศรษฐี มีบุตร ๒ คน เดิมเคยมีบุตรอยู่แล้ว ๒ คน วันหนึ่ง เมื่อรู้ว่าพระมหากัจจายนะจาริกมายังเมืองตักกสิลา นางจึง ได้ไปกราบขออโหสิกรรม เมื่อพระเถระยกโทษให้แล้ว นางได้กลายร่างเป็นชายดังเดิมทันที

              บุตรเศรษฐีเคยเป็นทั้งชายและหญิง เคย เป็นทั้งพ่อและแม่ในชาติเดียวกัน ทำให้เห็นทุกข์ในสังสารวัฏ เกิดความเบื่อหน่ายชีวิตการครองเรือน จึงออกบวช ต่อมาได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ 

        ในวัฏสงสารนี้ ชายก็ดี หญิงก็ดี ล้วนเป็น เพื่อนร่วมทุกข์ เกิด แก่ เจ็บตาย ไม่ว่าหญิงหรือชาย ล้วนตกอยู่ภายใต้ กฎแห่งกรรมทั้งสิ้น การรังแก ข่มเหง เบียดเบียน ถ่ายทอดความชั่วร้ายให้แก่กัน ล้วนออกมาจากใจที่ปราศจากความเมตตา เป็นใจของคนที่ไม่เคยรู้จักความสงบสุข คนที่มีเมตตาอยู่เต็มดวงใจจะทำสิ่งเหล่านี้ไม่เป็น

             ความรัก ความเมตตาต่อกันอย่างจริงใจ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราได้ทำสมาธิภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ฝึกจิตฝึกใจให้สงบสุข เมื่อใจซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการกำหนดพฤติกรรม ของมนุษย์มีความสุขอยู่เต็มเปี่ยม ใจดวงนั้นก็จะพร้อมที่จะ แผ่ขยายความรัก ความเมตตา ปรารถนาดีไปยังเพื่อนมนุษย์ การเบียดเบียนทำร้ายกันก็จะไม่เกิดขึ้น

            เมื่อไม่มีการกดขี่ข่มเหง ก็จะไม่มีการต่อต้าน โลกของเราก็จะเปี่ยมไปด้วยเสรีภาพ ภราดรภาพ และสันติสุข เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยน่าอยู่สำหรับทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชาย

     เมื่อใดก็ตาม ถ้ามือทั้งสองข้างที่คอยค้ำจุนโลก หันมาเบียดเบียนกันเอง โลกนี้ก็จะสะท้านสะเทือนหวั่นไหว ผู้คนจะมีชีวิตอยู่ด้วยความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน แต่ถ้าทั้งสองมือสมัครสมานสามัคคีกัน ประสานกันอย่างแนบแน่น และก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน ด้วยใจที่เป็นสุข เปี่ยมด้วยเมตตาธรรม สองมือนี้ก็จะคุ้มครองโลกของเราให้ร่มเย็นได้อย่างแน่นอน...

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร