วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ หลวงพ่อตอบปัญหา ชาวพุทธควรปฏิบัติตนเองอย่างไร ต่อการเผยแผ่ศาสนาของผู้อื่น

 

 

        ขณะนี้บางศาสนามีการเผยแผ่ความเชื่อของตนผ่านทาง สื่อต่างๆ อย่างกว้างขวาง ชาวพุทธควรจะแนะนำ ลูกหลานในสภาวการณ์เช่นนี้อย่างไร?

 

           พูดง่ายๆ คำถามก็คือชาวพุทธควรปฏิบัติตนเองอย่างไร ต่อการเผยแผ่ ศาสนาของผู้อื่น หลักการขั้นต้น ก็คือเรื่องของการเชื่อ การนับถือศาสนานั้น เป็นเรื่องของสากล ใครพอใจจะเชื่อศาสนาไหนก็ตามใจเถอะ แต่ว่าสำหรับเราซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา เมื่อเรานับถือพระพุทธศาสนาแล้ว เรามาทำตัวให้สมกับศาสนาพุทธดีกว่า เพราะหากเราทำตัวของเราเองให้สมกับที่เป็นชาวพุทธที่ดีแล้วละก็ นี่แหละคือวิธีเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด เราประพฤติปฏิบัติตัวของเราเองให้เคร่งครัดในพระพุทธศาสนามากเท่าไร นั่นคือการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่ดีที่สุด เพราะฉะนั้น ใครเขาอยากจะเผยแผ่ ศาสนาของเขาอย่างไร ก็เรื่องของเขา ส่วนเราทำตัวของเราเองให้ดียิ่งขึ้นไป 

 

 

 

       แล้วเราจะมอง จะพิจารณา เรื่องการเผยแผ่ของคนอื่นเขาอย่างไร จึงจะเป็นประโยชน์กับตัวเร าและพระพุทธศาสนา อยากจะให้ข้อคิดง่ายๆ ว่า เรื่องส่วนตัวให้วางอุเบกขา เรื่องพระพุทธศาสนาต้องเอาอุเบกขาวาง ถ้าคำโฆษณาเผยแผ่ของศาสนาอื่น

         ถ้าเป็นการโจมตีกล่าวร้ายต่อพระพุทธศาสนา เราก็ต้องป้องกันแก้ไขเสีย แล้วเขาโจมตี เขาด่าว่า เขาล่วงล้ำคำสอนของพระพุทธศาสนา ล่วงล้ำกล้ำเกินในศาสนธรรมว่าผิดอย่างนั้น ผิดอย่างนี้ หรือล่วงล้ำกล้ำเกิน ในศาสนพิธีว่า พิธีกรรมของเราคร่ำครึ หรือศาสนสถานของเราถูกโจมตี ถูกทำลายไป อย่างนี้ก็คงยอมกันไม่ได้ หรือโจมตีทำลายศาสนวัตถุ เช่น พระพุทธรูป ซึ่งมีหลายครั้งที่ถูกศาสนาอื่นมาทำลาย เหล่านี้เป็นต้น

         ถ้าเขาทำร้าย ทำลาย ศาสนาของเรา โดยวาจา โดยคำพูดก็ตาม ตรงนี้อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ ต้องจัดการแก้ไขกันไป ตั้งแต่ทักท้วง ติเตียน และถ้าไม่เชื่อไม่ฟังกัน ก็คงต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่เฉยไม่ได้ เพราะนี่เป็นเรื่องของพระศาสนา ซึ่งเป็นแสงสว่างของสัตว์โลกที่จะทำให้สัตว์โลกพ้นทุกข์ ใครมาล่วงล้ำ กล้ำเกินอะไรไม่ได้ ยอมไม่ได้

       แต่ในเวลาเดียวกัน ถ้าเขาไม่ได้ล่วงล้ำกล้ำเกินอะไร เขาก็ว่าเรื่องของเขา ถ้าอย่างนั้นเป็นสิทธิของเขา ไปตำหนิไปห้ามใครไม่ได้ และไม่ควรจะห้ามด้วย แต่สิ่งที่เราจะต้องทำ คือย้อนกลับมาดูตัวเราเองว่า ตัวเรา

           ๑. ได้ทำหน้าที่ ปฏิบัติตนเองเป็นชาวพุทธที่ดีแล้วหรือยัง
           ๒. เราได้ทำหน้าที่ประกาศพระพุทธศาสนาดีแล้วหรือยัง
           กลับมามองตัวเองตรงนี้ดีกว่า ว่าเราจะทำตัวของเราอย่างไร ให้ดีวันดีคืนสมเป็นชาวพุทธ เราจะทำอย่างไรที่จะทำให้ชาวโลกรู้จักพระพุทธศาสนา และปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนาให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เขาจะได้พ้นทุกข์พ้นร้อนเสียที เรามองอย่างนี้ อย่าไปด่า อย่าไปโจมตีใคร
 

          ทีนี้ หลักการที่เราจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาของเราบ้าง เราจะทำอย่างไร พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงให้หลักในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเอาไว้ ๖ ข้อด้วยกัน 

           ๑.ชาวพุทธทั้งหลายต้องไม่ว่าร้ายโจมตีใครๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าเขาจะมีศาสนาหรือไม่มี จะมีศาสนาอื่นเป็นที่พึ่ง ประจำใจของเขาก็ตามทีเถอะ แต่ว่าเราจะไม่ว่าร้ายใครๆ ทั้งสิ้น ใครชอบใจอย่างไรก็เอา แต่ว่าเราเอง ถ้าเขาสงสัยคำสอนในพระพุทธศาสนา อธิบายให้เขาเข้าใจถูกให้ได้ นี่คือหน้าที่ของเรา ไม่โจมตีใคร แต่พูดเรื่อง พระพุทธศาสนาให้เขาเข้าใจถูกต้องให้ได้ นี่หน้าที่เรา

           ๒. ไม่ทำร้ายใคร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้แก่ชาวโลกมาทั้งในสมัย พุทธกาลก็ดี สืบทอดกันมา ๒,๐๐๐ กว่าปีก็ดี ไม่เคยบังคับใครให้มาเชื่อ มานับถือพระพุทธศาสนา ไม่เคยฆ่า ไม่เคยทำร้ายใคร ให้มานับถือพระพุทธศาสนา มีแต่ศาสนาอื่นมาฆ่าคนพุทธ บังคับให้คนพุทธเปลี่ยนศาสนา เพราะฉะนั้น ต้องจำเอาไว้ด้วยว่า ลูกพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่เคยบังคับให้ใครมาเคารพพระองค์ แต่ว่าถ้าใครมาทำร้ายเรา อันนั้นเราก็ต้องใช้มาตรการต่อสู้ป้องกันตัวของเรา ถึงอย่างนั้นก็แค่ป้องกันตัว จะให้ชาวพุทธไปทำร้ายใคร ไปฆ่าใคร ไม่ทำอีกเช่นกัน เพราะเราเป็นพุทธ ปรารถนาสันติ ใครจะทำร้ายเรา เราป้องกัน แต่จะให้เราไปทำร้าย ไปทำลาย ไม่ว่าทรัพย์สิน ไม่ว่าชีวิต ไม่ว่าอวัยวะเขา ไม่ทำเด็ดขาด อันนี้หลักการชาวพุทธ

           ๓. แล้วมาเข้มงวดกวดขันตัวเอง ให้เคร่งครัดในศีล ในมารยาทของเราให้สมกับเป็นลูกพระพุทธเจ้าดีกว่า สิ่งใดที่เป็นการแสดงความหยาบคาย ความไม่ศิวิไลซ์ ความกักขฬะต่างๆ จะไม่ออกมาจากกิริยาท่าทาง วาจา ของเราชาวพุทธเด็ดขาด เราไม่อยากมีบาป ตรงนี้ต้องชัดเจนอีกเหมือนกัน ทั้งไม่ว่าใคร ทั้งไม่ทำร้ายใคร ทั้งกวดขันศีลของเราให้ดี มีมารยาทให้งาม นี่ต้องบอกว่าชนะใจกันให้สุดๆ อย่างนี้ ทั้งชนะใจตัวเอง ชนะใจเขาด้วย

          ๔. ชาวพุทธรู้จักประมาณ เป็นผู้รู้จักประมาณ รู้จักความพอดี ไม่ว่าในเรื่องของอาหารการกิน ในเรื่องของเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม พูดง่ายๆ ชาวพุทธต้องไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักพอ รู้จักประหยัด เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็จะทำให้เป็นที่ยอมรับของศาสนาอื่นได้

          ๕. ในเรื่องที่อยู่อาศัย ที่นั่งที่นอนของเรา เลือกอยู่ในที่สงบ จะได้มีเวลาสำหรับพิจารณาตัวเองเยอะๆ เวลาเราลืมตา เราเห็นคนอื่น แต่เราไม่เคยเห็นตัวเองชัดเลย คนในโลกนี้ไม่มีใครเคยเห็นหน้าตัวเอง อยู่ในที่สงบๆ ทบทวนพฤติกรรมของตัวเอง แล้วเราจะรู้จักตัวเองดียิ่งขึ้น

           ๕. ตั้งใจฝึกสมาธิไม่เลิกรา กลั่นใจให้ใสเป็นแก้วทุกวันทุกคืนไป ถ้าเราทำอย่างนี้ก้อนกาย ของเราทั้งก้อนจะใสบริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีตำหนิใดๆ ให้ใครมากล่าวหาได้ ใจของเราก็ใสเป็นแก้วเป็นเพชร เป็น model หรือเป็นต้นแบบแห่งคุณความดีอยู่ในโลกนี้

          ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว เราก็จะได้ชื่อว่าเป็นทั้งชาวพุทธที่แท้จริง และเป็นผู้ประกาศ ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง อย่างสงบสุข ชนะวิธีการกล่าวร้ายโจมตี หรือวิธีเผยแผ่ใดๆ ในโลกนี้อย่างเด็ดขาด

 

       แต่ในเวลาเดียวกัน ถ้าเขาไม่ได้ล่วงล้ำกล้ำเกินอะไร เขาก็ว่าเรื่องของเขา ถ้าอย่างนั้นเป็นสิทธิของเขา ไปตำหนิไปห้ามใครไม่ได้ และไม่ควรจะห้ามด้วย แต่สิ่งที่เราจะต้องทำ คือย้อนกลับมาดูตัวเราเองว่า ตัวเรา

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 73 พฤศจิกายน ปี 2551

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร