วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ทันโลก ทันธรรม ตอน สกัดน้ำเมา หยดความเสื่อมของโลก

ทันโลก ทันธรรม
เรื่อง : พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ (M.D.,Ph.D.)
จากรายการทันโลก ทันธรรม ออกอากาศทางช่อง DMC

 

 

 

       ถ้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ก็จะพบว่า ตอนเริ่มต้นสร้างอาณาจักรขึ้นมานั้น ชนเผ่าเหล่านี้ มีพลเมืองที่มีคุณภาพเยี่ยม เหนือกว่าชนเผ่าอื่นๆ ในเวลาเดียวกันก็ขยันขันแข็งทุ่มเททำงานหนัก มีการทำงานที่เป็นระบบ มีการจัดการบริหารงานที่ดี จึงค่อยๆ มีอำนาจมากขึ้นๆ แล้วแผ่ขยายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ แต่เมื่อประสบความสำเร็จเป็นอาณาจักรใหญ่แล้ว สิ่งที่มักจะ ตามมาด้วยก็คือความประมาทและความมัวเมาในอบายมุข เพราะเมื่อเป็นมหาอาณาจักร ทรัพย์สินเงินทอง ความสะดวกสบาย ก็หลั่งไหลเข้าสู่ศูนย์กลางอาณาจักร ผู้คนก็เพลิดเพลินอยู่กับอบายมุขทั้งหลายมากขึ้นทีละนิดๆ อาณาจักรไหน ที่ยังคงดำรงรักษา คุณภาพของประชากรไว้ได้ค่อนข้างนาน อาณาจักรนั้นก็จะดำรงความเป็นมหาอาณาจักรอยู่ได้นาน แต่ถ้าอาณาจักรไหน พอเป็นมหาอาณาจักรแล้ว ประมาทเร็ว ไปลุ่มหลงอบายมุขเร็ว อาณาจักรก็จะล่มสลายเร็วไปตามส่วน

          ลองคิดดูเถิดว่าอบายมุขมีพิษมีภัยถึงขนาดนี้ ขนาดมหาอาณาจักรใหญ่ๆ ยังล่มสลายได้ด้วยฤทธิ์ของน้ำเมา ด้วยฤทธิ์ของอบายมุข แต่ว่าประเทศไทยของเราขณะนี้ อยู่ในช่วงที่กำลังก่อร่างสร้างตัว ยังมีปัญหาใหญ่ๆ ให้สู้อีกมาก เรายังไม่ได้เป็นมหาอาณาจักรเลย ถ้าเราปล่อยให้ประชาชนในชาติมาลุ่มหลงมัวเมาอยู่กับอบายมุขมากขึ้นๆ อะไรจะเกิดขึ้น

 

 

           ในปัจจุบันนี้ ขนาดหุ้นของบริษัทเหล้าเบียร์ยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ยังปรากฏว่า คนไทยดื่มน้ำเมาเพิ่มขึ้น อย่างมากมายจนติดอันดับ ๕ ของโลกแล้ว ถ้าเกิดปล่อยให้เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ระดมทุนเอามาขยายกิจการ จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทุกรูปแบบ อะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนว่าถ้ามีทุนเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นแสนๆ ล้าน เอามาส่งเสริมการขาย ประชาสัมพันธ์ โฆษณา จัดกิจกรรมทุกรูปแบบเพื่อส่งเสริมการดื่มน้ำเมา คนไทยต้องดื่มเหล้าเพิ่มขึ้นแน่นอน อีกไม่กี่ปีเราอาจจะ ติดอันดับประเทศที่มีการดื่มสุรามากที่สุดในโลก กลายเป็นประเทศขี้เมาแชมป์โลก ไม่ใช่อันดับ ๕ แล้ว

           ในขณะที่เมืองไทยยังอยู่ในช่วงก่อร่างสร้างตัว ยังไม่ได้เป็นมหาอำนาจ แต่พลเมืองของประเทศคุณภาพ เสื่อมโทรมลงไปอย่างนั้น แล้วประเทศไทยของเราจะไปทางไหนกัน สังคมไทยของเราจะไปทางไหน นี่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนที่มีความตระหนักถึงภัยของสุราน้ำเมา อบายมุขจะต้องมาช่วยกัน หาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ อย่าคำนึงแต่เพียงเฉพาะด้าน มองเห็นแค่บางมุม จนละเลยการมองภาพรวม เราจะมาดูประโยชน์ ที่เกิดขึ้นในแง่ของภาษีอากรที่จัดเก็บจากน้ำเมา ภาษีรายได้จากการที่ตลาดหลักทรัพย์ใหญ่ขึ้น มีมาร์เก็ตแชร์มากขึ้น จะได้ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่คุ้มค่ากันเลย ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ประชาชน ของชาติมีคุณภาพเสื่อมลง กลายเป็นคนขี้เมากันไปทั้งชาติ เพราะภาษีอากรทั้งหมดก็มาจากเงินที่เขาเอาไปซื้อเหล้า ไม่ได้อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นมา หรือหล่นลงมาจากฟ้า แต่เกิดจากประชาชนเอาเงินไปซื้อเหล้า ส่วนหนึ่งก็เป็นภาษี ส่วนหนึ่งก็เป็นกระบวนการผลิต เอาไปสั่งซื้อวัตุถดิบจากเมืองนอก ข้าวบาร์เล่ ข้าวมอลต์ต่างๆ เอามาผลิตเหล้า กลายเป็นว่ายิ่งมีการผลิตเหล้ามากเท่าไรก็ตาม ยิ่งเสียเงินตราให้ต่างประเทศมากเท่านั้น ภาษีอากรที่รัฐได้จากบริษัทน้ำเมา ก็มาจากกระเป๋าคนจนทั้งหลาย แทนที่เขาจะเอาไปใช้กับการศึกษา การเรียนรู้ การประกอบอาชีพ การพัฒนา ยิ่งภาษีมากเท่าไรให้รู้ไว้เถอะว่า เศรษฐกิจ ของประเทศนั้นย่ำแย่หนักไปกว่านั้นอีกหลายเท่าตัว ไม่คุ้มค่ากันเลย ยังไม่นับเรื่องสุขภาพที่เสียไปแล้ว ต้องใช้เงินอีกเท่าไร ในการรักษาพยาบาล แล้วถ้าเกิดคนไทยทั้งชาติกลายเป็นคนขี้เมา แรงงานไม่มีคุณภาพ ผู้ทำงานไม่มีความรู้ อัธยาศัย ความขยันขันแข็งเสียไปเพราะอบายมุขแล้ว ถามว่าต่างชาติที่ไหนจะอยากมาลงทุนในประเทศไทย ขอให้มองภาพรวม อย่ามองเพียงบางด้านบางมุม แล้วก็หลงไปกับเรื่องที่จะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่ประเทศชาติ

 

 

            สิ่งที่เราควรทำก็คือ พิจารณาดูว่า เรื่องนี้ควรไม่ควร ถูกหรือผิด ที่จะขยายการดื่มเหล้าของคนไทยให้มากขึ้น ถูกหรือผิดที่จะระดมทุนเอามาส่งเสริมการดื่มสุรา ส่งเสริมการผลิตการขาย การโฆษณาประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรมทุกรูปแบบ ถ้าเห็นว่าไม่ถูกก็ไม่ควรทำ ข้ออ้างที่ว่าถึงแม้ไม่เอาหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ในประเทศไทย ก็เอาไปเข้าต่างประเทศได้นั้น ก็เป็นอีกเงื่อนไขที่ไกลตัวไป มันไม่สะดวก ไม่ง่ายเหมือนในเมืองไทย แล้วประเทศไทยเราก็ควรจะต้อง ออกกฎมาควบคุมจำกัด การดื่มสุราให้น้อยลง ให้แคบลง การโฆษณาประชาสัมพันธ์ควรจะลดลงไป ให้งดโฆษณาด้วยซ้ำไป ไม่ใช่ว่าแค่ ตี ๕-๔ ทุ่ม เพราะหลัง ๔ ทุ่ม เด็กๆ เยาวชน ประชาชน ก็ยังดูสื่อ ชมโทรทัศน์กันอยู่เยอะแยะ ควรจะงดโฆษณาในสื่อทุกรูปแบบ ตลอดทั้งวันด้วยซ้ำไป แล้วจำกัดสถานที่จำหน่าย จำกัดโอกาสในการเข้าถึงน้ำเมา แหล่งอบายมุข มิฉะนั้น ไม่แน่ต่อไปภายหน้า เราอาจจะเริ่มชินที่ว่า พอเด็กคลอดออกมาเราก็เริ่มเอานมผสมเหล้าให้ดื่มเลย แค่แอลกอฮอล์ต่ำๆ เด็กจะได้ตื่นตัว อาจจะมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการดื่มตั้งแต่เด็กเลยก็ไม่แน่ เราอย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะปัจจุบันนี้ ๗ ปีที่ผ่านมาเยาวชนหญิงอายุ ๑๕-๑๙ ปี ดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นตั้ง ๖ เท่าตัว คือ ๖๐๐ เปอร์เซ็นต์ อัตราการเพิ่มทีละขนาด ๖ เท่าตัวอย่างนี้ ถ้าปล่อยให้เป็นไปต่อไปละก็ไม่กี่ปีข้างหน้าเราเป็นขี้เมาแชมป์โลกแน่นอน แล้วคุณภาพคนจะเสื่อมโทรมลง จนถึงที่สุดชนิดที่กู่ไม่กลับ เมื่อถึงวันนั้นคิดจะแก้ก็จะสายเกินไปแล้ว

           ในวันนี้ สถานการณ์ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว จาก ๒๐๐ กว่าประเทศทั่วโลก เราเป็นขี้เมาอันดับ ๕ ของโลกแล้ว มาช่วยกันแก้ตั้งแต่วันนี้เถอะ อย่าให้ถลำลึกไปกว่านี้เลย เราจะวางเฉยอุเบกขาว่าไม่ใช่เรื่องของเรา เราไม่เกี่ยว ไม่ได้ ครอบครัวของเรา ลูกหลานของเรา ทั้งหมดทุกๆ คน ได้รับผลกระทบจากสิ่งนี้ทั้งนั้น มันเป็นเรื่องของส่วนรวม ที่เราเองจะต้องเอาอุเบกขาวาง แล้วมาช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อปกป้องสังคมไทยของเรา ประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเรา

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร