วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ งานพืชสวนโลก

ธรรมะอินเทรนด์

 เรื่อง : ชนนี

 

 

 

          งานพืชสวนโลก หรือ งานมหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ ๒๕๔๙ ที่เชียงใหม่ ที่ดังระเบิดอยู่ตอนนี้ ได้ยินมาว่า Theme ของงาน คือ "เพื่อนำความรักสู่มวลมนุษยชาติ" (To Express the Love for Humanity)

          งานนี้รวมสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งพรรณไม้ในพื้นที่เขตร้อนชื้นกว่า ๒,๒๐๐ ชนิด กว่า ๒.๕ ล้านต้น มีประเทศต่างๆ ส่งต้นไม้มาแสดงถึง ๓๓ ประเทศ มีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง พากันหลั่งไหลไปชมต้นไม้นานาชนิดกันมากมาย

 

           

 

         ที่ผ่านๆ มา ในประเทศเรามีการปลุกจิตสำนึกให้รักต้นไม้ ให้อนุรักษ์ป่าไม้ และมีการรณรงค์ปลูกป่ากันด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ปลูกฝังให้เด็กนักเรียนรักต้นไม้ มีการยิงสปอตกระหน่ำทางทีวี ติดป้ายปลุกจิตสำนึก ประเภท "ต้นไม้คือเพื่อนชีวิต เจ้าดูดอากาศพิษแทนข้า" หรือ "อย่าทิ้งก้นบุหรี่ลงไป เดี๋ยวไฟจะไหม้ป่า" ฯลฯ

                    กระแสอนุรักษ์ต้นไม้ ป่าไม้ ในประเทศเรา มาเกิดขึ้นอย่างจริงๆ จังๆ เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนให้พระภิกษุเห็นความสำคัญของต้นไม้มาเป็นเวลานานถึงสองพันกว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีคำว่าอนุรักษ์ธรรมชาติเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป

                    ดังเรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในภูตคามวรรค สิกขาบทที่ ๑ ว่า

                    ...เมื่อครั้งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ อัคคาฬวเจดีย์ เขตรัฐอาฬวี พวกภิกษุชาวรัฐอาฬวี ได้ลงมือตัดต้นไม้ และสั่งให้คนอื่นช่วยตัดด้วย เพื่อเอาไปทำเสนาสนะ

                    เมื่อประชาชนทราบข่าว ก็พากันติเตียนว่า ทำไมพระภิกษุชาวรัฐอาฬวีจึงตัดต้นไม้ และยังให้คนอื่นช่วยตัดอีกด้วย ซึ่งถือว่า เป็นการเบียดเบียนต่อสรรพชีวิต คือ เบียดเบียนทั้งต้นไม้และเทวดา ที่สถิตอยู่ ณ ต้นไม้นั้น ภิกษุทั้งหลายได้ยินข่าวจึงไปกราบทูลพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

                    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเรียกพระภิกษุชาวรัฐอาฬวีมาตรัสถามว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ได้ข่าวว่า พวกเธอตัดต้นไม้เองบ้าง ให้คนอื่นตัดบ้าง จริงหรือ"
ภิกษุชาวรัฐอาฬวีทูลรับว่า "จริง พระพุทธเจ้า ข้า"

                    พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงติเตียน จากนั้นทรงบัญญัติสิกขาบท (พระวินัย) ห้ามพระภิกษุ ตัดต้นไม้ที่ชื่อว่า ภูตคาม ได้แก่พืช ๕ ชนิด คือ พืชเกิดจากเหง้า พืชเกิดจากต้น พืชเกิดจากข้อ พืชเกิดจากยอด และพืชเกิดจากเมล็ด

 

                      

                    ถ้าพระภิกษุรูปใดตัดต้นไม้ที่จัดอยู่ในพืช ๕ ชนิดนี้ ถือว่า พระภิกษุรูปนั้นอาบัติปาจิตตีย์...

                    นอกจากนี้ยังมีพุทธพจน์ที่แสดง ให้เห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงไม่สนับสนุนให้ภิกษุตัดต้นไม้ อยู่ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า                                       

                    "จงตัดป่า คือ กิเลส แต่อย่าตัดต้นไม้ (จริง) เพราะภัยเกิดจากป่า ครั้นตัดป่าและหมู่ไม้แล้ว ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีป่ารก คือ กิเลสเถิด"

                    ความปรารถนาที่จะนำความรักไปสู่มวลมนุษยชาติ ที่ผู้จัดงานพืชสวนโลกวาง Theme ไว้นั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะถ้ามนุษย์เรามีความรักความเมตตา ปรารถนาดีต่อกันอย่างจริงใจ ปราศจากความคิดเบียดเบียนกันและกันแล้ว เราก็จะมีชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างร่มเย็น เป็นสุข

                    แต่.. ตราบใดที่เรายังไม่ได้ตัดป่า คือ กิเลสแล้ว การเบียดเบียนกันและกันก็จะยังคงดำรงอยู่เป็นวัฏจักรอันชั่วร้ายต่อไป ดังนั้น เราจงมาหาทางตัดป่า คือ อาสวกิเลสให้หมดไปด้วยการทำทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา ตามคำสอนของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงมีความรัก ความเมตตา ต่อสรรพชีวิตอย่างแท้จริง

                    เมื่อเราตัดป่า คือ กิเลสแล้ว...โลกนี้ก็จะสงบสุข เต็มไปด้วยความรัก เหมาะแก่การดำรงอยู่ ทั้งของ มนุษย์ เทวา และสัตว์ หรือแม้กระทั่งต้นไม้ก็ตาม

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร