วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ธรรมทายาท INTENSIVE COURSE สร้างคนดีภายใน ๓ เดือน

 

ระยะเวลา ๓ เดือน คุณคิดว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง?
สร้างคนคนหนึ่งให้เป็นคนดี ที่สังคมต้องการได้ไหม?
คำตอบ คือ ได้...ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ... ลองมาฟังเรื่องราวของพวกเขา...
........


อนวัช เสมทับพระ (อั๋น)

                         นิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปี ๓ ประธานชมรมพุทธศาสตร์และประเพณี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา ๒๕๔๗

                         เมื่อก่อนผมมั่นใจว่าผมคนหนึ่งละที่เป็นคนเก่ง แต่เมื่อเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย ก็ถึงบางอ้อ! ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า มันก็ทำให้ผมคิดว่า เราต้องเก่งและเก่งกว่าคนอื่นได้ยิ่งดี โจทย์ของผมตอนนั้นคือ แล้วจะเก่งอย่างไร? คนเก่งจริงๆ เขาเป็นกันอย่างไร? และความสุข ความสำเร็จที่แท้จริงคืออย่างไร? ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมพยายามแสวงหาคำตอบให้กับสิ่งเหล่านี้ทุกวิถีทาง ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ พี่ๆ เพราะอยากดูว่าเขาเก่งยังไง แต่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ ผมหาวิธีการจากหนังสือ ผมอ่านหนังสือเยอะมาก ประเภท How to หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะมีวิธีการที่จะทำให้ผมพัฒนาศักยภาพ เป็นคนเก่งได้ และทำให้ผมได้มาซึ่งความสุขและความสำเร็จได้ สิ่งที่เขาว่าไว้ไม่มีอะไรแตกต่างกันสักเท่าไหร่... ความสำเร็จคือ ทรัพย์ เกียรติ ชื่อเสียง ความสุข คือ การได้ใช้ทรัพย์ที่ตัวเองหามา ...แค่นั้นหรือชีวิต? ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่...
แต่วันนี้ผมได้คำตอบแล้ว "ธรรมทายาท" คือ คำตอบครับ ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะดีหรือมีอะไรพิเศษ แต่ผมชอบทดลองชอบพิสูจน์ ดีจริงหรือเปล่า? ก็เอาตัวเองเข้ามาทดสอบดู แล้วสิ่งที่ได้มันมากกว่าคำว่าคุ้มค่าครับ "ธรรมทายาท" ได้ให้กุญแจสำคัญ คือหลักการและวิธีการที่ถูกต้อง และดีที่สุดที่ผมสามารถนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ใช้ได้กับทุกๆ เรื่องในชีวิตของผม อะไรๆ ที่ผมสงสัยมันค่อยๆ คลี่คลาย ทุกอย่างมัน Clear และชัดเจน สิ่งต่างๆ ที่ผมได้สังเกตได้เรียนรู้ค่อยๆ ปรับทัศนคติปรับความคิดเห็นของผม ทำให้ผมเข้าใจโลกเข้าใจชีวิตถูกต้องตามความเป็นจริง ทำให้ผมเข้าใจและรู้ว่าคนเก่งควรเป็นอย่างไร อะไรคือความสุข ความสำเร็จที่แท้จริง ...โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย สิ่งที่ผมได้เห็นได้รับรู้ในสิ่งที่ท่านทุ่มเททำ ทำให้ผมเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร มันเป็นสิ่งที่เราสัมผัสได้ด้วยหัวใจของเราเองครับ ท่านทำให้ผมเชื่อมั่นในความดี และมีพลังใจที่จะทำความดีอย่างจริงจังครับ


ณัฐพฤกษ์ แก้วพิบูลย์ (ยิม)

                         นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ ชั้นปี ๓ รองประธานชมรมพุทธมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร ปีการศึกษา ๒๕๔๖

                         จำได้ว่าในพิธีขอขมาผมกล่าวคำขอขมาได้แค่ อุกาสะ... จากนั้นก็ร้องไห้ล้วนๆ เลยครับ ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นได้ถึงขนาดนั้น...

                         ภาพต่างๆ ที่ผมทำไว้มันปรากฏชัดเจนขึ้นมาในใจ ภาพที่หนีแม่เที่ยวแล้วก็อ้างว่าทำกิจกรรม ผมดื่มเหล้า เข้าเธคตั้งแต่อยู่ ม.๒ ทำอะไรไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของคุณแม่เลย บางครั้งก็บ้าบิ่นเฉียดตายไปหลายรอบ ผมก็ยังไม่รู้สึกเลยว่าแม่จะเสียใจแค่ไหน ยิ่งเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ ไกลสายตาคุณแม่ก็ยิ่งอิสระ อยากทำอะไรก็ทำ ดื่ม กิน เล่น เที่ยว คำว่ากรุงเทพสำหรับผมตอนนั้นคือ ต้องเที่ยวเท่านั้น ต้องสนุก เอามันส์ไว้ก่อน... ตังค์ที่แม่ให้ผมมากกว่าที่แม่ใช้ ผมก็ใช้อย่างฟุ่มเฟือย แล้วก็หาเรื่องโกหกคุณแม่ได้ทุกอย่าง... แล้วผมรู้สึกผิดไหม เปล่าเลยครับ ผมไม่รู้สึกเลย!

                         แต่ "ธรรมทายาท" ทำให้ผมรู้สึกตัว ทำให้ผมสำนึกได้...วันที่บวชผมถามตัวเองว่าผมทำอย่างนั้นได้อย่างไร ผมทำกับคุณแม่ที่รักผม ที่เสียสละ และทุ่มเททุกอย่างเพื่อผมอย่างนั้นได้อย่างไร

                         ตลอดระยะเวลา ๑๙ ปี ในชีวิตผม บอกได้เลยครับว่า "ธรรมทายาท" เปลี่ยนชีวิตผมทั้งชีวิต จากที่มันมัว มันมืด เป็นสว่างไสวและมีแต่สิ่งที่ดีงามเกิดขึ้นในใจของผมอย่างที่ผมเองไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับผมได้ ระยะเวลาเพียง ๔๐ กว่าวัน สามารถหล่อหลอมให้สัมมาทิฏฐิเกิดขึ้นในใจผมได้ คำว่าความดี คำว่าคุณธรรม ค่อยๆ เกิดขึ้นในใจผม เกิดขึ้นด้วยความเข้าใจไม่ใช่เป็นแค่ความรู้ ผมเข้าใจแล้วว่าผมควรใช้ชีวิตอย่างไร ให้มันดีสำหรับผม สำหรับคุณแม่ สำหรับคนที่ผมรัก และสำหรับทุกๆ คน

                         ผมตั้งปณิธานกับตัวเองเลยว่า ผมจะไม่ทำอย่างเดิมอีกแล้ว ผมจะไม่เที่ยว ไม่เหลวไหล ผมจะพูดความจริงกับคุณแม่ ผมจะทำแต่สิ่งดีๆ เพื่อคุณแม่ ทุกวันนี้ผมโทรหาคุณแม่ผมจะบอกคุณแม่ทุกครั้งว่า วันนี้ผมทำความดีอะไรบ้าง...


อาทิตย์ หนองเรือง (ครุฑ)

                         นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ ชั้นปี ๓ ประธานชมรมพุทธ มหาวิทยาลัยรังสิต ปีการศึกษา ๒๕๔๗

                         ข้างนอกผมอาจจะดูเป็นคนเรียบร้อย เหมือนจะเป็นเด็กดีนะครับ แต่จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนที่ใจร้อนมากๆ หงุดหงิดง่ายสุดๆ มีทิฏฐิมานะสูงมาก ใครทำอะไรไม่ถูกใจผมแค่นิดเดียวเป็นเรื่องแน่ๆ ผมรู้ว่ามันไม่ดีเลย แต่มันก็ห้ามตัวเองไม่ได้เลย แล้วมันก็เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เสียๆ อยู่ในใจเราเอง ถ้าไม่มีที่ระบายก็อึดอัดเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น จะเป็นจะตายอยู่คนเดียว ซึ่งมันทำให้ผมไม่มีความสุขเลย เพราะความจริงคือไม่มีใครทำอะไรถูกใจเราทุกอย่างอยู่แล้ว

                         อีกอย่างผมก็เป็นคนขี้กลัวมากๆ คิดมาก บางอย่างก็ไม่กล้า ไม่มั่นใจเอาเฉยๆ... ซึ่งก็เป็นความรู้สึกที่ผมก็ไม่ชอบมากๆ

                         ...ผมดีใจครับที่ตัดสินใจมาอบรมธรรมทายาทได้ เพราะตอนที่อาจารย์ยุพาชวน ผมตกใจมาก อะไรกันเนี้ย! รู้สึกกลัวมากครับ กลัวว่าเอ๊ะ! บวชแล้ว สุขภาพกาย สุขภาพจิตเราจะเป็นอย่างไรนะมันจะเปลี่ยนไปยังไง...คิดมากอีกแหละครับ

                         แต่เมื่อได้บวชแล้ว มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ สำหรับผมมากครับ โดยเฉพาะเรื่องของ "สมาธิ" ครับ เมื่อก่อนผมคิดว่าสมาธิเป็นเรื่องยุ่งยาก ลำบาก และทรมานใจ แต่การอบรมธรรมทายาททำให้ผมรู้ว่าสมาธิเป็นเรื่องที่ง่าย สบาย เป็นความสุขที่เราเป็นเจ้าของได้จริงๆ ผมใจเย็นขึ้นเยอะมาก มีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่ร้อนรนเหมือนเมื่อก่อน ใครทำอะไรไม่ถูกใจผมให้อภัยได้จริงๆ รู้สึกว่าตัวเองมีแต่ความปรารถนาดีต่อทุกคน นิสัยขี้กลัว คิดมากหายไปหมดเลยครับ อาการเครียดก็ไม่มี ผมสามารถจัดระบบชีวิตของผมได้อย่างชัดเจน ทำทุกอย่างด้วยความมั่นใจ และมันก็สำเร็จตลอด สมาธิทำให้เราใช้ชีวิตอยู่กับตัวเราเองและผู้คนในสังคมได้อย่างมีความสุขครับ ผมอยากให้ทุกคนได้มาพบได้มารู้จักสิ่งดีๆ เหมือนอย่างที่ผมได้รู้จัก...
                         .......
                         คำว่า "ธรรมทายาท" ได้ให้คำตอบแก่ชีวิตของเยาวชนมากว่า ๓๐ รุ่น ระยะเวลาเพียง ๓ เดือน ปรับเส้นทางชีวิตของพวกเขาให้ดีงาม มีคุณค่า เหนือกว่าการคาดหมายของผู้ที่ก้าวเข้ามาเสมอ เช่น อั๋น ยิม ครุฑ ที่เป็นตัวแทนได้มาพูดคุยเล่าเรื่องราวบางส่วนของพวกเขาให้เราฟัง
ความเข้าใจที่ถูกต้อง และความดีที่เกิดขึ้นในใจของพวกเขาเหล่า "ธรรมทายาท" ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น แต่สิ่งนั้นได้เป็นแสงสว่างที่พวกเขาพร้อมจะหยิบยื่นแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ และทุกคนในสังคม และพร้อมที่จะเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันงานพระศาสนา และสานสร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นในสังคมต่อไป...

 

                         โครงการอบรมธรรมทายาท เป็นโครงการที่ทางวัดพระธรรมกายได้จัดขึ้น เริ่มเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ เพื่อให้โอกาสแก่เยาวชน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ได้มีโอกาสในการศึกษาและฝึกฝนอบรมตนเองตามหลักพุทธวิธีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทำให้เยาวชน วัยรุ่นจำนวนนับร้อย พัน และในปัจจุบันนับหมื่นคนได้ค้นพบคุณค่าของชีวิต มีสัมมาทิฏฐิ มีอุดมการณ์และปณิธานที่ดีงามในการใช้ชีวิต และหลายคนได้อุทิศตนเพื่อทำคุณประโยชน์ให้กับพระศาสนา เผยแผ่ธรรมะเพื่อสร้างสันติสุขที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในดวงใจชาวโลกทุกคนอย่างจริงจัง

                         ปัจจุบันโครงการอบรมธรรมทายาทมีหลายรุ่น เพื่อความเหมาะสมในการอบรมเยาวชนในวัย และวุฒิที่แตกต่างกัน ดังนี้

- โครงการอบรมธรรมทายาท และอุปสมบทหมู่ รุ่น ๖๐ ปี บูชาธรรมพระราชภาวนาวิสุทธิ์
สมัครได้ทุกวันอาทิตย์ภายในวันที่ ๗ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ ที่เสา N 8 หรือ โทร.๐-๙๖๘๘-๓๔๒๗, ๐-๙๗๗๕-๘๙๔๑
อบรมระหว่างวันที่ ๑๕ มีนาคม - ๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๗

- โครงการอบรมธรรมทายาท และอุปสมบทหมู่ ภาคฤดูร้อน รุ่นที่ ๓๒ (อุดมศึกษา)
รับสมัครวันนี้ - ๑๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ วันอาทิตย์ที่เสา O9 โทร. ๐-๒๘๓๑-๒๗๑๒, ๐-๙๗๗๒-๘๓๓๕, ๐-๙๗๑๒-๕๔๗๙
อบรมระหว่างวันที่ ๑๖ มีนาคม - ๒๙ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๐๗

- โครงการอบรมธรรมทายาทหญิง รุ่นที่ ๒๑
รับสมัครวันนี้ - ๒๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๔๗ วันอาทิตย์ที่เสา O9 หรือ โทร.๐-๒๘๓๑-๒๗๑๒-๓, ๐-๑๖๘๙-๒๕๕๘, ๐-๕๐๒๘-๗๖๒๗
อบรมระหว่างวันที่ ๒๘ มีนาคม - ๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

- โครงการมัชฌิมธรรมทายาท รุ่นที่ ๒ (มัธยมศึกษาตอนต้น)
อบรมระหว่าง ๑๓ มีนาคม - ๑๔ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗

- โครงการมัชฌิมธรรมทายาท รุ่นที่ ๑๐ (มัธยมศึกษาตอนปลาย)
อบรมระหว่าง ๒๐ มีนาคม - ๒๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗

- โครงการยุวธรรมทายาท และเตรียมยุวธรรมทายาท
อบรมระหว่าง ๓ - ๗ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๗ สอบถามรายละเอียดและสมัครได้ทุกวันอาทิตย์ ที่เสา E 21

 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๗ ประจำเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร