วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ "จริงหรือไม่ " การดื่มเหล้าเพื่อเข้าสังคม กับการดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ ไม่ผิดศีลข้อที่ ๕

 


หลวงพ่อเจ้าค่ะ มีบางคนคิดว่าการดื่มเหล้านิดๆ หน่อยๆ เพื่อเข้าสังคม หรือการดื่มไวน์ เพื่อสุขภาพ ไม่ได้ดื่มจนมึนเมา ไม่น่าจะผิดศีลข้อที่ ๕ ใช่หรือไม่เจ้าค่ะ..?

             การดื่มเหล้า หรือการดื่มไวน์ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ล้วนมีผลเสียหายต่อตัวเองและเป็นบาปทั้งนั้น

            อย่างที่โบราณท่านเคยเตือนเอาไว้ว่า " ไฟแม้ เพียงเล็กน้อย แค่ก้นบุหรี่ก้นเดียว ยังเผาเมืองทั้งเมืองได้ หรือว่ายาพิษแม้เล็กน้อย เมื่อดื่มเข้าไปก็อาจทำให้ถึงตายได้ "

            การดื่มเหล้า การดื่มไวน์ ก็เหมือนกัน จะดื่มมาก ดื่มน้อย ก็ได้เพาะเชื้อวิบัติเข้าไปไว้ในตัวแล้ว เหมือนอย่างกับเชื้อโรค ไม่ว่าจะมีมาก ไม่ว่าจะมีน้อย ก็พร้อมที่จะทำลายสุขภาพ พร้อมที่จะทำลายชีวิต ของเราทั้งสิ้น

            หรือถ้าหากกำลังของเชื้อโรคยังหย่อนอยู่ ก็จะกลายเป็นการเพาะเชื้อร้ายเอาไว้ในตัว เพื่อเตรียมที่จะขยายพิษต่อไปในภายหน้า

           เพราะฉะนั้น เหล้า ไวน์ แม้เพียงเล็กน้อย อย่าได้ไปดื่มกันทีเดียว เพราะเชื้อวิบัติจะเข้า ไปทำลายความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์ของเรา

            ความเป็นมนุษย์ที่ดี ที่สมบูรณ์นั้น ต้องประกอบด้วย

            ๑. ความมีสติ คือ ความรู้ตัว ความระลึกได้
ขนาดไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้ดื่มไวน์ เรายังมีโอกาสที่จะเผลอตัวไปทำผิดทำพลาด ถ้ายิ่งเติมเหล้า เติมไวน์ ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเข้าไป ย่อมเป็นการบ่อนทำลายสติลงไปตามส่วนของการดื่ม นั่นแหละกำลังหาวิบัติเข้า ตัวเองเสียแล้ว

            ๒. ความมีวินิจฉัยดี คือ การรู้จักที่จะวินิจฉัยว่า สิ่งนั้นผิด สิ่งนี้ถูก สิ่งนั้นดี สิ่งนี้ชั่ว หรือ มีวินิจฉัยลึกลงไปจนกระทั่งมองเห็นโทษภัย แม้ในสิ่งที่เล็กๆ น้อยๆ แล้วสามารถหยุดมันได้

            ผู้ใดมีสติในการควบคุมตัวเองและมีวินิจฉัยที่ดี หรือมีปัญญาเจาะลึกเข้าไปดูในเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ผู้นั้นย่อมเป็นคนที่สมบูรณ์ และพร้อมที่จะเจริญรุ่งเรืองต่อไปในภายภาคหน้า

            ส่วนผู้ที่ชอบพูดว่า ดื่มเหล้าเพื่อเข้าสังคม คุณต้องรู้ไว้ด้วยว่า ยิ่งเข้าสังคมที่มีคนมากเท่าไร สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากๆ ก็คือ อย่าให้ขาดสติ

            อย่างที่โบราณท่านกล่าวไว้ว่า "อยู่คนเดียว ให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา "การก้าวเข้าสู่สังคม นั่นแหละ ยิ่งต้องระวังวาจาให้มาก เพราะคำพูดที่ผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย สามารถนำภัยมาให้ไม่เฉพาะแต่ตัวเอง บางทีอาจนำภัยมาให้ทั้งครอบครัว ทั้งบริษัท ทั้งประเทศชาติบ้านเมืองก็ได้

           การดื่มเหล้าเวลาเข้าสังคม จึงเป็นการประมาท เป็นการหาความวิบัติเข้าสู่ตัวเอง อย่าไปทำ

           หรือครั้งนี้อาจจะรอดตัว ยังไม่มีเรื่องเสียหายอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าเมื่อทำไปจนกระทั่งกลาย เป็นความเคยชิน วันหนึ่งเกิดมีเรื่องอะไรมากระทบกระเทือนใจ เลยดื่มหนักกว่าที่เคยดื่มคราวนี้ล่ะ ความเสียหาย ต่างๆ จะตามมาอย่างมากมาย

           เพราะฉะนั้น เชื้อวิบัติแม้เพียงเล็กน้อย ก็อย่า ให้เข้ามาในใจ อย่าให้เข้ามาในกายของเราได้ โดยต้องมองให้ออกว่า เหล้าที่หลายคนคิดว่าเป็นตัวเชื่อมสัมพันธไมตรีในวงสังคมนั้น ความจริงแล้วมันนำ ความวิบัติมาให้กับเราอย่างนี้

            แล้วกำหนดสติให้ดี เวลามีใครมาคะยั้นคะยอ ก็อย่าไปใจอ่อนพลอยดื่มไปกับเขาด้วย ถ้ากำหนดสติได้และมีวินิจฉัยดีอย่างนี้ เราจะรอดตัว

            ส่วนกรณีดื่มไวน์เพื่อสุขภาพนั้น การดื่มไวน์ อาจจะมีส่วนดีในทางการแพทย์อยู่บ้างก็ได้ แต่ถ้านำมาเทียบกับผลเสียทางด้านจิตใจ เทียบกันไม่ได"

            ยกตัวอย่าง จิบไวน์นิดๆ หน่อยๆ เพื่อทำให้เลือด ลมดี แต่ไม่รู้หรอกว่าได้เพาะนิสัยประมาท นิสัยขาดวินิจฉัยขึ้นมาในตัวเสียแล้ว

            การดื่มไวน์จึงมีทั้งได้ มีทั้งเสีย ในทีแรกอาจจะเสียแต่คุ้มได้ แต่พอคุ้นหนักเข้าๆ จะได้ไม่คุ้มเสีย ถึงตอนนั้นอันตรายจะตามมา

            ยิ่งถ้ามองกันให้ลึกๆ จะพบว่า เหล้าและไวน์ เป็นของที่โบราณท่านใช้คำว่า "เป็นเหยื่อล่อของพญามาร" คือพอมนุษย์เสพเข้าไป จะติดในรสชาติของมันทีละเล็กทีละน้อย ในที่สุดก็ติดมาก นี่เป็นเหลี่ยมคูของพญามาร

            เพราะฉะนั้น ใครที่คิดว่าดื่มไวน์เพื่อสุขภาพ ในที่สุด สุขภาพกายสุขภาพจิตของเขาก็จะวายวอด ไปตามไวน์ ที่กินเข้าไป เนื่องจากมีโทษภัยแอบอยู่ข้างหลังตั้งมากมาย

            ได้ทราบว่าบางคนดื่มไวน์ราคาขวดละ เป็นหมื่น อย่างนั้นยิ่งวายวอดหนักขึ้นไปอีก จริงอยู่ แม้ตัวเองจะมีฐานะดี เป็นมหาเศรษฐี สามารถที่จะ ดื่มเจ้าวายวอดนี้ได้วันละเป็นหมื่นเป็นแสนก็ตาม

            แต่ว่านอกจากจะเป็นการเพาะความประมาทให้กับตัวเองแล้ว ยังจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ให้กับเด็กรุ่นหลัง ได้ดู แล้วทำตามอย่างบ้าง ถึง ตอนนั้นจะแก้ไขอะไรก็ไม่ได้

            เพราะฉะนั้น ความชั่วใดๆ แม้เพียงเล็กน้อย อย่าได้ไปทำเลย เพราะว่าความชั่วจะกัดกร่อน ความดีของเราไปทีละน้อยๆ

            เหมือนอย่างกับสนิมที่กัดกินเนื้อเหล็กทีละน้อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเหล็กท่อนโตเท่าแขน เท่าขา ยังถูกสนิมกัดกินจนขาดได้ ฉันใด เหล้าและไวน์ที่ดื่มเข้าไปทีละเล็กทีละน้อย ในที่สุดมันจะกัดกร่อน เอาสติและปัญญาของเราออกไป แล้วความชั่วทั้งหลายจะไหลเข้ามาแทนที่ ฉันนั้น

            พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงตรัสเตือนเอาไว้เป็นกลางๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ร่ำรวย หรือเป็นคนจน ก็ตาม ว่าโทษของการดื่มสุรานั้น มีอยู่ ๕ ประการ คือ
           ๑. ทำให้เสียทรัพย์
           ๒. ทำให้ก่อการทะเลาะวิวาท
           ๓. ทำให้เกิดโรค
           ๔. ทำให้ถูกติเตียนจากผู้รู้
           ๕. ทำให้ไม่มีความละอาย

            ถ้าของมีพิษ ของไม่ดี กลับมองกันว่าเป็นยา เป็นสิ่งเชื่อมสัมพันธไมตรีในสังคม เมื่อวินิจฉัย ตรงนี้พลาด อย่างอื่นจะพลอยพลาดตามไปหมด เพราะฉะนั้นทั้งเหล้า ทั้งไวน์ อย่าได้ไปกินกันเลย ลูกเอ๊ย

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๓๔ ประจำเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร