พระสัทธรรม ๓ คืออะไร

วันที่ 29 มค. พ.ศ.2563

พระสัทธรรม ๓ คืออะไร

                  พระสัทธรรม ๓ หมายถึง ศาสนธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ซึ่งมีการจำแนกออกเป็น ๓ ภาค คือ ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ และภาคสัมฤทธิผลของการปฏิบัติ ดังนี้

 

                   ๑. ภาคทฤษฎี มีคำศัพท์ทางศาสนาว่า ปริยัติสัทธรรม ได้แก่ศาสนธรรม จำนวน ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ดังกล่าวแล้ว เป็นสิ่งที่ พุทธสาวกจะต้องศึกษาให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้องลึกซึ้ง มิฉะนั้น ก็จะไม่รู้หลักหรือแก่นของพระศาสนา ไม่สามารถนำศาสนธรรมไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตได้อย่างแท้จริง เข้าทำนองบุคคลที่เรียนจบ การศึกษาตามหลักสูตรภาคบังคับตามที่กฎหมายกำหนดไว้ แต่ไม่สามารถ อ่านออกเขียนได้นั่นเอง

 

                    ปริยัติสัทธรรมทั้ง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ได้ถูกสรุปรวมลงเป็นหลักปฏิบัติสำคัญอยู่ที่อริยมรรคมีองค์ ๘ และเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นอีก อริยมรรคมีองค์ ๘ จึงถูกสรุปรวมลงเป็นไตรสิกขาซึ่งประกอบด้วย ศีล สมาธิ และปัญญาเพียง ๓ ประการเท่านั้น

 

                    ๒. ภาคปฏิบัติ มีคำศัพท์ทางศาสนาว่า ปฏิบัติสัทธรรม ได้แก่การปฏิบัติตามภาคทฤษฎีที่ได้ศึกษาให้เกิดความเข้าใจถูกต้องและลึกซึ้ง แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า จะต้องปฏิบัติให้ครบ ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

 

             ๓. ภาคสัมฤทธิผลของการปฏิบัติ มีคำศัพท์ทางศาสนาว่าปฏิเวธสัทธรรม ได้แก่ ผลอันจะพึงเข้าถึงหรือบรรลุเนื่องด้วยการปฏิบัติอย่างถูกวิธี และมีวิริยอุตสาหะอย่างจริงจัง สัมฤทธิผลของการปฏิบัติจะก้าวหน้าขึ้นไปตามลำดับ ๆ จนกระทั่งบรรลุมรรค ผล และนิพพาน

 

                      เกี่ยวกับเรื่องพระสัทธรรม ๓ นี้ มีข้อคิดที่พุทธบริษัทจะต้องระลึกอยู่เสมอว่า บุคคลใดก็ตามที่ศึกษาพระปริยัติสัทธรรม จนเกิดความเข้าใจ และจำได้ถึงขนาดกล่าวพุทธพจน์ได้คล่องปากทุกเรื่อง ทุกพระสูตร ทุกปิฎกก็ตาม ก็ยังไม่อาจก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนได้อย่างแท้จริง

 

                      ถ้าบุคคลนั้นยังมิได้ปฏิบัติสัทธรรมด้วยความเคารพและความวิริยอุตสาหะ จนกระทั่งสามารถเห็นแจ้งรู้แจ้งธรรมอันเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ที่แฝงอยู่ในตนเอง ดังที่พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้แล้วนั้นในระดับใดระดับหนึ่ง ก็ถือว่ายังไม่สามารถบรรลุปฏิเวธสัทธรรม ยังไม่สามารถบรรลุมรรค ผล และนิพพานไปตามลำดับ ๆ
ได้ เข้าทำนองเดียวกับบุคคลที่อ่านตำราว่ายน้ำจนสามารถจำได้ขึ้นใจ


                     สามารถอธิบายเรื่องว่ายน้ำ ได้อย่างคล่องแคล่ว คราใดที่พลัดตกลงไปในสายน้ำ ลึก ย่อมจะต้องจมน้ำตายสถานเดียว ข้อนีฉั้นใด การไม่ลงมือปฏิบัติสัทธรรมก็ฉันนั้น ปริยัติสัทธรรมจึงไม่มีประโยชน์กับบุคคลผู้นั้น

 

                     อนึ่ง เกี่ยวกับปฏิบัติสัทธรรมสำหรับผู้ครองเรือนที่ยังต้องแบกภาระในการทำมาหากินอย่างหนักหนาสาหัส ถ้าไม่มีกัลยาณมิตรชี้ทางสว่างให้ ย่อมไม่สนใจศึกษาพระปริยัติสัทธรรมมากเท่าที่ควร เพราะ
ไม่เห็นค่าและความจำเป็น

 

                      อย่างไรก็ตาม ถ้าเพียงแต่รู้ว่า คนเราเกิดมาทำไม มีความเข้าใจว่า คนเราเกิดมาเพื่อสั่งสมบุญบารมีไว้เป็นเสบียงสำหรับการเดินทางไกลในสังสารวัฏ เนื่องจากคนเราตายแล้วยังต้องเกิดอีก ตราบเท่าที่ยังไม่บรรลุพระนิพพาน ความเข้าใจในสาระสำคัญเหล่านี้

 

                     แม้ยังไม่เคยศึกษาพระปริยัติสัทธรรมเลย ผู้ครองเรือนย่อมมีศรัทธาปฏิบัติสัทธรรมได้ โดยยึดหลักบุญกิริยาวัตถุ ๓ ซึ่งประกอบด้วย ทาน ศีลและภาวนา ก็สามารถปิดนรกเปิดสวรรค์ให้ตนเองได้เป็นอย่างดี

 

                     สำหรับผู้ครองเรือนที่ยังขาดการศึกษาพระปริยัติสัทธรรมแต่มีศรัทธามั่นในการปฏิบัติบุญกิริยาวัตถุ ๓ เมื่อมีกัลยาณมิตรคอยแนะนำและปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในไม่ช้า ย่อมประสบความสุขความสงบในชีวิต ย่อมเกิดปัญญาเข้าใจแก่นแท้แห่งศาสนธรรมได้เป็นอย่างดี จึงทุ่มเทชีวิตปฏิบัติสัทธรรม ตามแนวบุญกิริยาวัตถุ ๓ ให้ยิ่ง ๆขึ้นไปอีก

 

                    ย่อมจะสามารถบรรลุปฏิเวธสัทธรรมได้เช่นเดียวกัน เพราะเหตุนี้ จึงมีผู้ไม่รู้หนังสือ หรือผู้ไม่เคยศึกษาพระปริยัติสัทธรรมสามารถบรรลุธรรมชาติบริสุทธิที่มีอยู่ในตนเองได้ ครั้นเมื่อบรรลุแล้วก็มีกรุณาจิต ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตรชี้นำผู้คนจำนวนมากมายให้มีศรัทธามั่นปฏิบัติบุญกิริยาวัตถุ ๓ อย่างต่อเนื่อง และประสบผลดีเกินคาด

 

                   ถึงแม้จะศึกษาพระปริยัติสัทธรรมจนเกิดความเข้าใจและจำพุทธพจน์ได้คล่องปากก็ไม่อาจก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนได้อย่างแท้จริง หากบุคคลนั้นยังมิได้ลงมือปฏิบัติสัทธรรมด้วยความเคารพ                และความวิริยอุตสาหะ

จากหนังสือ ที่สุดแห่งธรรม ถึงได้ด้วยความเคารพ 2
                                             โดยคุณครูไม่เล็ก

 Total Execution Time: 0.015476298332214 Mins