วัดพระธรรมกาย ภูมิทัศน์แห่งศรัทธาและการเผยแผ่

วันที่ 18 กย. พ.ศ.2569

2026_09_18_1DK1.jpg

ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม

 

2026_09_18_1DK2.jpg

วัดพระธรรมกาย

(ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม)

 

2026_09_18_1DK3.jpg

 

วัดพระธรรมกาย

ภูมิทัศน์แห่งศรัทธาและการเผยแผ่

2026_09_10_1ss1.jpg

                   อุบาสิการุ่นแรกได้เล่าว่า ในยุคบุกเบิก (พ.ศ. ๒๕๑๓-๒๕๒๔) เมื่อคุณยายอาจารย์ฯ และหมู่คณะย้ายจากบ้านธรรมประสิทธิ์ทั้งหมดมาอยู่ที่ผืนแผ่นดิน ๑๙๖ ไร่ ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ขณะนั้นใช้ชื่อว่า “ศูนย์พุทธจักรปฏิบัติธรรม”ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ และมหาเถรสมาคม ให้เป็นวัดในวันที่ ๒๒มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ และในวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ให้ตั้งเป็นวัดได้อย่างสมบูรณ์ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ใช้ชื่อว่า “วัดวรณีธรรมกายาราม” (เปลี่ยนมาเป็นชื่อวัดพระธรรมกายเพื่อให้สอดคล้องกับการเผยแผ่วิชชาธรรมกายในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔) ในปี พ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๒๒ และผูกพัทธสีมา ในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓

 

                 * ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงศึกษาธิการ และมหาเถรสมาคม ให้เป็นวัดในวันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ และในวันที่๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๐ ให้ตั้งเป็นวัดได้อย่างสมบูรณ์ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ใช้ชื่อว่า “วัดวรณีธรรมกายาราม”(เปลี่ยนมาเป็นชื่อวัดพระธรรมกาย เพื่อให้สอดคล้องกับการเผยแผ่วิชชาธรรมกายในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔) ในปีพ.ศ.๒๕๒๒ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ประกาศในราชกิจจานุเบกษาในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๒ และผูกพัทธสีมา ในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๓

 

                   วัดในช่วงแรกยังมีพระภิกษุไม่กี่รูป แต่ละรูปต้องทำหน้าที่หลาย ๆ อย่างไปพร้อมกัน ทั้ด้านการก่อสร้าง การสาธารณูปการ งานปรับพื้นที่ งานลงต้นไม้ งานบาดาล รวมทั้งงานครัววันอาทิตย์ธรรมดา อาทิตย์ต้นเดือน และงานบุญใหญ่ รุ่นพี่อุบาสกไม่กี่คนจะทำหน้าที่ต้อนรับสาธุชน เตรียมสถานที่นั่งสมาธิฟังธรรม เตรียมอาหาร งานเครื่องเสียง งานจัดระเบียบรองเท้างานครัว และอื่นๆ เพื่อรองรับสาธุชนกว่า ๕๐๐ คน ในยุคดังกล่าวมีอุบาสิกาคือ พี่อารีพันธ์ ตรีอนุสรณ์ คนแรกที่ได้รับการอนุญาตให้มาเป็นเจ้าหน้าที่ช่วยงานภายในวัด (แต่ไม่ได้พักค้าง)ในช่วงนั้นมีอาคารที่สำคัญ คือ “ศาลาจาตุมหาราชิกา” (ได้ใช้งานตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๘) เป็นศาลาเปิดโล่งที่จุญาติโยมได้ประมาณ ๕๐๐ คน อาคารยามา (โรงทานสร้างปี พ.ศ. ๒๕๑๙)อาคารดาวดึงส์และหอระฆังที่เกาะกลางน้ำ (สร้างปี พ.ศ. ๒๕๒๑) ปัจจุบันคือเกาะแก้วเจดีย์สวรรค์

 

                  ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ เริ่มมีจุดรับ-ส่งสำหรับสาธุชนมาวัด รสบัสออกจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในวันอาทิตย์ต้นเดือนและวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ภายหลังพัฒนาเพิ่มเป็นจุดออกรถที่สนามหลวง และตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จุดออกรถในที่ต่าง ๆ ทำให้คนมาวัดเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ด้วยเหตุนี้อุบาสิกายุคแรกจึงรู้จักวัด และมาถึงวัดได้อย่างสะดวก

 

2026_09_18_1DK4.jpg

รถบัสรับส่งสาธุชนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสนามหลวง

จะทยอยมาจอดด้านหน้าวัด จะมีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับด้านหน้าวัดพระธรรมกาย (๑๙๖ ไร่)

 

2026_09_18_1DK5.1.jpg

บรรยากาศวัดร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมของสาธุชน ณ ศาลาจาตุมมหาราชิกา

 

                    ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นต้นมา ผู้ที่มาวัดมักจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ประทับใจในความสะอาด สงบ ร่มรื่น ร่มเย็น สบายตา เห็นความมีระบบระเบียบ พื้นดินเป็นพื้นหญ้า มีสระน้ำแม้ต้นไม้ยังเล็ก ๆ และโบสถ์ยังสร้างไม่เสร็จสบายสดชื่นอุบาสิกาบางท่านจึงรู้สึกว่ามาครั้งแรกเหมือนได้กลับบ้านที่มีความอบอุ่นบรรยากาศโดยรวมแจ่มใสให้ความรู้สึกสงบณ ที่แห่งนี้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมและเป็นที่พึ่งทางใจ สมกับปณิธานที่หลวงพ่อพูดไว้ว่าต้องการ“สร้างวัดให้เป็นวัด"

 

2026_09_18_1DK6.jpg

ในฏีกางานบุญต่าง ๆ สำหรับประชาสัมพันธ์เชิญชวนสาธุชนมาร่วมงานบุญใบฏีกาพุทธบูชา มาฆประทีป (ด้านขวามือ)

ออกแบบโดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์

 

                   ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ อุบาสิกาอารีพันธ์ ตรีอนุสรณ์ ได้นำเสนอการจัดตั้งกองผ้าป่าทำหน้าที่กัลยาณมิตรเชิญชวนญาติโยมสาธุชนทำบุญโดยพิมพ์รายชื่อประธานกองพร้อมด้วยคณะกรรมการในใบฎีกา ด้านหนึ่งเป็นรายละเอียดของงานบุญ อีกด้านหนึ่งเป็นรายชื่อชื่อประธานกองและคณะกรรมการที่พิมพ์จากการโรเนียว

 

                  ในปีเดียวกันนี้เอง หลวงพ่อธัมมชโยท่านได้สถาปนา “ทีมทำหน้าที่กัลยาณมิตร ๒ ทีม คือทีมทัพหลวง และทีมกองทะลวงฟัน ทีมทัพหลวงส่วนมากจะเป็นเจ้าภาพผู้ใหญ่ที่มีกำลังทรัพย์และญาติมิตร ส่วนทีมกองทะลวงฟันส่วนใหญ่เป็นนิสิต นักศึกษาที่ใกล้สำเร็จการศึกษา ตั้งใจรักษาศีล ๘มีอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าท่าน (ปัจจุบันออกบวชเป็นพระมหาเถระทุกท่าน) ทำหน้าที่นำธรรมสู่ประตูบ้านและติดตามหมู่ญาติเข้ามาสู่เส้นทางบุญ หลวงพ่อเมตตาสร้างทีมและให้คำแนะนำด้วยตัวท่านเอง การทำหน้าที่ของอุบาสก อุบาสิกาในยุคนั้นนับเป็นการสร้างบารมีครบ ๑๐ ทัศน์

 

2026_09_18_1DK7.jpg

ลานจอดรถสำหรับสาธุชนที่มาร่วมงานบุญต่าง ๆ ในพื้นที่ 5,000 ไร่ ปรับเพื่อให้ใช้งานได้สะดวก

 

หลวงพ่อสร้างทีมกัลยาณมิตร

ในปี พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๘

 

                   ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ หลวงพ่อมีดำริสร้างศูนย์กลางธรรมกายแห่งโลก บนพื้นที่ 1,000 ไร่ โดยเริ่มขยายพื้นที่ทีละเฟสในการก่อสร้าง การขยายพื้นที่จะสำเร็จลงได้จำเป็นต้องอาศัยบุคลากรมาช่วยกันในการทำหน้าที่เชิญชวนสาธุชน ดังนั้นในปีเดียวกันนี้เอง หลวงพ่อมีนโยบายให้สาธุชนที่รักการปฏิบัติธรรม ขึ้นไปปฏิบัติธรรมบนดอยสุเทพ-ปุย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นระยะเวลา ๓ วันบ้าง ๗ วันบ้าง หรือบางท่านเป็นเดือน บางท่านเป็นปี แล้วแต่ความพร้อม หลวงพ่อเมตตาปลูกฝังเป้าหมายมโนปณิธาน อุดมการณ์ในการสร้างบารมีที่จะทำหน้าที่กัลยาณมิตรนำธรรมะไปขยายต่อเพื่อนร่วมโลกด้วยตัวท่านเอง และท่านได้สถาปนาหัวหน้ากลุ่มผู้นำบุญ ทั้งในกรุงเทพฯ และแก้วภูธร หลายจังหวัดทั่วประเทศ จุดกำเนิดที่หลวงพ่อสร้างทีมกัลยาณมิตรตอนนั้นจึงเป็นรากฐานของกลุ่มกัลยาณมิตร และพัฒนามาสู่ภาคนครหลวงและภาคภูธรต่าง ๆ ในปัจจุบัน

 

2026_09_18_1DK8.jpg

หลวงพ่อธัมมชโย มาติดตามงานและพบสาธุชน ณ สำนักงานกัลยาณมิตรโค้วยู่ฮะ ถนนดินแดง

 

หลวงพ่อให้จัดตั้งสำนักงานกัลยาณมิตร

กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๒๗

 

                   ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ หลวงพ่อเริ่มหาสถานที่ในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นที่ติดต่อประสานงานระหว่างวัดและเจ้าภาพภายนอกเพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการทำงาน ท่านจึงมีดำริให้หาสถานที่ที่เดินทางห่างจากวัดไม่เกิน ๑ ชั่วโมงและเจ้าภาพภายในกรุงเทพฯ ก็สามารถเดินทางมาติดต่องานได้อย่างสะดวก

 

                  ในปีนี้ท่านจึงให้รับสมัครเจ้าหน้าที่เพื่อมาทำงานที่สำนักงานกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ (อาคารโค้วยู่ฮะ ถนนดินแดง) ซึ่งเปิดดำเนินการในวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นศูนย์กลางในการติดต่อประสานงานด้านต่าง ๆ สถานที่ประชุม สถานที่ผลิตใบฎีกางานบุญใหญ่ของวัด และสถานที่ที่หลวงพ่อลงรับเจ้าภาพในวันธรรมดา นอกจากนี้หลวงพ่อยังลงหล่อหลอมเจ้าหน้าที่สำนักงานกัลยาณมิตรในยุคนั้นด้วยตัวท่านเอง

 

2026_09_18_1DK9.jpg

2026_09_18_1DK10.jpg

2026_09_18_1DK11.jpg

สํานักงานกัลยาณมิตร

(สมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : สมก.)

 

                     อุบาสก อุบาสิกาในยุคนั้นที่เข้ามาทำงานทุกคนจะรักษาศีล ๘ ทำงานแบบไปเช้า-เย็นกลับช่วงนั้นจึงมีผู้ที่มาวัดและสำเร็จการศึกษาแล้วสมัครเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานกัลยาณมิตรหลายท่านโดยเข้ามาทำงานในด้านธุรการ การบัญชี งานจัดทำวารสารกัลยาณมิตร งานประชาสัมพันธ์งานรัตนลักษณ์ (จัดพิมพ์ใบฎีกา) โครงการวิทยากรแก้ว โครงการบัณฑิตแก้ว แก้วภูธร และงานดูแลน้อง ๆ อาสาสมัคร เป็นต้น ต่อมาในวันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙ สำนักงานกัลยาณมิตรได้ย้ายมาอยู่ที่อาคารสมาคมนิสิตเก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในปีนี้เองที่สำนักงานฯเป็นสถานที่สำหรับรับสมัครบุคลากรใหม่ที่เตรียมตัวจะเป็นอุบาสก อุบาสิกาในรุ่นต่อไป ได้แก่โครงการอบรมธรรมทายาทหญิงรุ่น ๑ โครงการรับสมัครอาสากัลยาณมิตร รุ่น ๑ เป็นต้น

 

 

2026_09_10_1ssss1.jpg

 

 

 

 

 

 

 

 ยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล Total Execution Time: 0.0061663667360942 Mins