สัมมาสังกัปปะ

วันที่ 05 กค. พ.ศ.2560

สัมมาสังกัปปะ
 

แม่บทแห่งธรรม , Dhamma , Pre-Degree , วัดพระธรรมกาย , DOU , ธรรมกาย , ปริญญาตรี , พรีดีกรี , พระพุทธศาสนา , พุทธศาสตร์ , พระไตรปิฎก , มัชฌิมา ปฏิปทา , ธัมมจักกัปปวัตตสูตร , พระสัมมาสัมพุทธเจ้า , อริยสัจสี่ , สัมมาสังกัปปะ , มรรคมีองค์ 8

      สัมมาสังกัปปะหรือความดำริชอบนี้ ในสุตตันตะปริยายได้แบ่งออกเป็น 3 ประการ คือ

1. เนกขัมมสังกัปปะ หมายถึง ความดำริที่จะออกจากกามคุณ
2. อพยาบาทสังกัปปะ หมายถึง ความดำริที่จะไม่เป็นผู้ผูกพยาบาทอาฆาต จองเวรสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
3. อวิหิงสาสังกัปปะ หมายถึง ความดำริที่จะไม่เป็นผู้เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง

   ในมหาชนกชาดกมีเรื่องปรากฏว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อสมัยยังเป็นพระโพธิสัตว์เจ้า บังเกิดเป็นพระยามหาชนกเสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ ในเมืองมิถิลามหานครนั้น มีพระชนมายุยืนถึงหมื่นปี ทรงบำเพ็ญทานบารมี ศีลบารมี ขณะครองราชสมบัติอยู่ประมาณพันปี จึงทรงมีพระทัยปรารถนาจะ ละราชสมบัติ เพื่อเสด็จออกผนวชบำเพ็ญเนกขัมมบารมี แต่พระองค์ก็ทรงปรารภกังวลในราชสมบัติทั้งปวงอันมีอยู่ในมิถิลานคร

    ทรงพระปริวิตกว่า เมื่อใดหนอข้าพเจ้าจึงจะสามารถละเมืองมิถิลาอันรุ่งเรืองด้วยปราสาทราชมณเฑียร จตุรงคเสนา และประชาราษฎร์ทั้งปวงไปได้ ได้แต่ทรงมีพระดำริเช่นนี้อยู่นานถึงสี่เดือนความดำริเช่นนี้ย่อมได้ชื่อว่า เนกขัมมสังกัปปะ

    ครั้นเมื่อพระองค์ผนวชแล้วเสด็จประทับอยู่ในป่า ทรงเจริญกสิณบริกรรมภาวนา จนบรรลุอภิญญาสมาบัติ อพยาบาทสังกัปปะ และอวิหิงสาสังกัปปะ ก็บริบูรณ์ในกาลนั้นสัมมาสังกัปปะอันเป็นโลกิยะ ก็มีแก่พระมหาชนกดังกล่าวแล้ว

    อนึ่ง ความดำริในอารมณ์อันเป็นกุศล คือใคร่ที่จะกระทำกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริตทั้ง 3 ประการนี้ ย่อมได้ชื่อว่า มิจฉาสังกัปปะ

    ส่วนความดำริในอารมณ์อันเป็นกุศล คือปรารถนาจะบำเพ็ญกายสุจริต วจีสุจริต มโน สุจริต ทั้ง 3 ประการนี้ ย่อมได้ชื่อว่าสัมมาสังกัปปะ ดุจดังเรื่องราวของพระเจ้าธรรมาโศกราชผู้เถลิงถวัลยราชสมบัติในเมืองปาตลีบุตร พระองค์เป็นกษัตริย์ผู้มีอำนาจอาชญาแผ่ไพศาลไปสุดแสนไกลทั้งในอากาศและแผ่นดิน เทพยดาทั้งหลายต่างนำเอาผลาผลเครื่องบริโภคทั้งปวงจากป่าหิมพานต์ ไปถวายพระองค์อยู่เป็นเนืองนิจ เทพยดาบางองค์ก็ตักน้ำมาจากสระอโนดาต ถวายพระองค์วันละเจ็ดหาบส่วนนกแขกเต้านั้นก็คาบข้าวสาลีมาจากสระฉัททันตะ ไปถวายวันละเก้าพันเกวียน เรื่องนี้มีรายละเอียดพิสดารปรากฏอยู่ในนิทานชาดกพระยาธรรมาโศกราช

   ตั้งแต่นั้นมาสมเด็จพระเจ้าธรรมาโศกราชจึงทรงมีพระราชดำริที่จะบำเพ็ญทาน จึงอาราธนาพระสงฆ์เข้าไปรับจังหันในพระราชวังวันละหกหมื่นรูปทุกวัน ทั้งยังทรงมีพระราชดำริจะใคร่เห็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อจะถวายสักการบูชา จึงทรงมีรับสั่งให้ไปเชิญพระยากาลนาคราชขึ้นมา (จากบาดาล) เพื่อเนรมิตตนให้เหมือนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วทรงกระทำพิธีสักการบูชารวม 7 วัน นอกจากนี้ยังทรงมีพระดำริจะใคร่รู้พระธรรม ซึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเทศนาทั้งแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ จึงโปรด ฯ ให้สร้างพระเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขึ้นแปดหมื่นสี่พันองค์สำหรับเป็นที่สักการบูชาของมหาชนทั้งปวง เมื่อสร้างพระเจดีย์และวิหารในอโศการาม3 เสร็จแล้ว จึงทรงมีพระราชดำริจัดพิธีฉลองพระวิหารและพระเจดีย์ทั้งแปดหมื่นสี่พันองค์พร้อมกันในวิหารนั้น

   ภายหลังต่อมา พระองค์ยังทรงมีพระราชดำริให้มีธรรมทายาทขึ้นในพระพุทธศาสนาจึงโปรดฯ ให้พระมหินทร์ราชกุมารออกผนวชเป็นพระภิกษุ และให้พระสังฆมิตตาราชธิดาออกผนวชเป็นภิกษุณี พระองค์ทรงมีพระราชดำริจะเป็นองค์อุปถัมภกยกย่องพระพุทธศาสนา จึงโปรด ฯ ให้คณะสงฆ์กระทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่สามสำหรับพระองค์เองนั้น ทรงปฏิบัติตนเป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนา ทรงดำรงอยู่ในไตรสรณคมน์ คือทรงถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งที่ระลึก

   นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงตกแต่งพระราชสาสน์ไปถึงพระเจ้าเทวานัมปิยดิ ในลังกาทวีป ทรงแนะนำให้พระเจ้ากรุงลังกาตั้งอยู่ในไตรสรณคมน์ แล้วทรงมีพระราชดำริส่งพระมหินทเถระไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในลังกาทวีป พร้อมทั้งให้อัญเชิญพระมหาโพธิ์ไปปลูกไว้ในลังกาทวีป อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุไปยังลังกาทวีป พระราชดำริทั้งปวงแห่งพระเจ้าธรรมาโศกราชนี้ ย่อมบังเกิดแต่กุศลจิตของพระองค์ ย่อมได้ชื่อว่าสัมมาสังกัปปะทั้งสิ้น

 

 

*----------------------------------------------------------------------------------------------------------*
หนังสือ PD 006 แม่บทแห่งธรรม
หนังสือเรียน DOU หลักสูตร Pre-Degree