เศรษฐกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน

วันที่ 27 มค. พ.ศ.2546

 

.....ทุกวันอาทิตย์อย่าขาด มาวัดกันให้สม่ำเสมอ แล้วก็ชักชวนหมู่ญาติของเรา ญาติสนิทมิตรสหายที่เป็นที่รักของเรา ให้มาปฏิบัติธรรมกัน เพราะว่ากินนี้เป็นกิจที่สำคัญสำหรับมนุษย์ทุกๆ คนในโลก ที่จะต้องแสวงหาความสุขที่แท้จริง แสวงหาความรู้แจ้งของชีวิต และจุดหมายปลายทางของชีวิต จึงเป็นกิจสำคัญ ถึงเรียกว่ากรณียกิจ สำคัญอย่างยิ่งทีเดียว

 

.....ถ้าหากว่าเรายังไม่พบหนทางแห่งความสุข ความรู้แจ้ง การที่จะดำเนินชีวิตต่อไปก็จะอันตราย อาจจะพลัดจากเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตพลัดไปสู่อบายได้ การปฏิบัติจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับชีวิต ไม่น้อยไปกว่า ธุรกิจหรือเศรษฐกิจ เศรษฐกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ธุรกิจจิตใจต้องไปคู่กับเราจะมัวแต่ทำมาหากินอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเงินที่ได้มาใช้ได้เฉพาะในโลก แค่หล่อเลี้ยงสังขารให้ความสะดวกสบายกับสังขารเท่านั้นตายแล้วเอาไป ไม่ได้ก็ทิ้งไว้ให้คนรุ่งหลังต่อๆ กันไป อย่างนั้น

 

.....เพราะฉะนั้น ธุรกิจกับจิตใจต้องไปด้วยกัน ต้องให้ความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เรายังต้องอาศัยกายเนื้อสร้างบารมี ยังต้องดำรงชีวิตอยู่ ก็ต้องทำมาหากิน แต่ชีวิตมีอยู่เพื่อแสวงหาจุดหมายปลายทาง คือความเป็นอิสระเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ที่กิเลสอาสวะมาบังคับบัญชาไม่ได้ ความโลภ ความโกรธ ความหลง กิเลส ๓ ตระกูลนี้ไม่ว่าจะขยายเผลออกมาเป็นอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่สามารถที่จะบังคับบัญชาให้เราใจพร่อง ใจร้อน หรือใจมืดมนอนธการ มีความทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้นธุรกิจกับจิตใจต้องไปคู่กัน

 

.....ต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา เราก็ได้พร้อมใจกันมาจุดประทีปบูชาพระรัตนตรัยซึ่งวันนั้นเรามีความสุขกันมาก มีปิติ การบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งมีพระคุณไม่มีประมาณนั้น มีอานิสงส์ใหญ่ เพราะไม่เหมือนกับจุดไฟในเตา จุดไฟกับฟืนหรือจุดที่ไหนๆ เพราะการจุดประทีปนี้เพื่อระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อหน้ามหาธรรมกายเจดีย์ ซึ่งมีพุทธปฏิมากรเป็นสิ่งแทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึงสามแสนองค์ กับพระพุทธเจ้าที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเนื้อ ที่ท่านมีพระธรรมกายปรากฏอยู่นับกันไม่ถ้วนทีเดียว อานิสงส์นี้ยิ่งใหญ่ไพศาล

 

.....นอกจากเราจะสมบูรณ์ไปด้วยรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ คุณสมบัติแล้วจะยังรัศมีกายของเราให้สว่าง แทงตลอดทั้งทางโลกและทางธรรม ทำให้ใจของเรานี้ไม่ติดอะไรเลย นอกจากความบริสุทธิ์ ความดีงาม เพราะฉะนั้นบุญช่วงที่ผ่านมานั้น เราได้จุดประทีปบูชาพระรัตนตรัย ได้สร้างมหาทานบารมี ถวายปัจจัย ๔ แด่ภิกษุวัดต่างๆ ที่อยู่ทั่วประเทศ ให้ดีใจไว้เถิดว่า วันเวลาที่ผ่านไปทุกอนุวินาที เราได้ใช้ร่างกายอย่างเป็นประโยชน์ ใช้ชีวิตอย่างเป็นประโยชน์ในการแสวงหาความบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์ต้องทำด้วยตัวของตัวเอง บริสุทธิ์กาย บริสุทธิ์วาจา บริสุทธิ์ใจ คนอื่นก็ได้แต่ประคับประคอง ครูบาอาจารย์ก็ได้แต่ชี้ทาง เพื่อสหธรรมิกก็ได้แต่เป็นกำลังใจ การทำความบริสุทธิ์นั้น เราต้องทำด้วยตัวของเราเอง เพราะฉะนั้นอาทิตย์หนึ่งมาชุมนุมปฏิบัติธรรมกัน ชำระกาย วาจา ใจ ของเราให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์จะเกิดขึ้นได้นั้นก็ต่อเมื่อใจเราหยุดนิ่งใจหยุดความบริสุทธิ์ก็เกิดขึ้น

 

.....ถ้าหยุดถูกส่วนแล้ว เราจะเห็นความบริสุทธิ์ปรากฏเกิดขึ้นมาในกลางกายตรงฐานที่ ๗ เป็นดวงกลมใสๆ กลมคล้ายๆ กับดวงแก้ว แต่ว่าสุกใสกว่าประณีตกว่า อย่างเล็กขนาดดวงดาวในอากาศ อย่างกลางขนาดพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ อย่างใหญ่ขนาดพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน จะขนาดไหนก็แล้วแต่นั้นแหละคือความบริสุทธิ์เบื้องต้น ที่ท่านเรียกว่า "ปฐมมรรค" เป็นดวงกลมใสๆ หมายถึงจุดเริ่มต้นที่ดำเนินไปสู่จุดหมายปลายทางในเส้นทางแห่งความบริสุทธิ์ หรือที่เราได้ยินว่า "เอกายมรรค" เป็นทางเอกสายเดียว เป็นเส้นทางสายกลาง อยู่ในกลางของดวงธรรม ซึ่งอยู่ในกลางกายของเรานั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าหากเราทำใจให้หยุดนิ่งได้ ความบริสุทธิ์ก็จะบังเกิดขึ้น ซึ่งมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ไพศาล ถ้ารักษาความบริสุทธิ์นี้ไว้จนตลอดชีวิต พอละโลกแล้วก็จะปิดประตูอบายภูมิ แต่เปิดประตูสวรรค์นิพพาน ความบริสุทธิ์ตรงนี้สำคัญทีเดียว