สร้างบรรยากาศให้ดี สดชื่น ด้วยรอยยิ้ม และปิยวาจา

วันที่ 03 มิย. พ.ศ.2557

  

 

สร้างบรรยากาศให้ดี สดชื่น ด้วยรอยยิ้ม และปิยวาจา

 


          หมายความถึง การสร้างสรรค์อารมณ์ที่ดีอารมณ์งดงาม ความสุนทรีย์ให้เกิดในชีวิตและในบรรยากาศโดยรอบ"รอยยิ้ม" เคยเป็นเอกลักษณ์ของชนชาติไทยมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล เรียกว่า ยิ้ม ยาม แต่นับวันรอยยิ้มของคนไทยเริ่มจางหายไปทุกที ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ภาพเศรษฐกิจ และสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งภาวะมลพิษทำให้คนไทยเกิดความเครียดในชีวิต หน้าที่การงาน ครอบครัว ทำให้ไม่มีอารมณ์ยิ้ม เหมือนแต่ก่อนเมื่อยิ้มยากขึ้น คำพูดที่ออกมาก็กระด้าง ไม่ไพเราะ หรืออาจจะหยาบคายส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบยิ่งตึงเครียด และเกิดการกระทบกระทั่งกัน ดังนั้นจึงต้องฝึกสร้างบรรยากาศ ด้วยรอยยิ้ม และปิยวาจาโดยเริ่มที่ตัวเรา เมื่อเราส่งรอยยิ้มและปิยวาจาออกไป คนอื่นก็จะรู้สึกดีและส่งตอบกลับมา ผลก็คือเกิดบรรยากาศที่ดีทำให้ใจเราดียิ่งขึ้น นุ่มนวลยิ่งขึ้น


ประโยชน์ผู้อื่น


1. ลดเรื่องทะเลาะวิวาท ลดความบาดหมางใจ
2. ได้งานเพิ่ม เพราะ (ตัวเรา) ไม่ใฝ่ในเรื่องไร้สาระ
3. เกิดความ งบ ปลอดภัยในพื้นที่ ในบ้าน ในครอบครัว ในองค์กร เพราะมีบุคคลที่มีใจต่อเนื่อง
กับพระนิพพานผสานบุญมาหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา


วิธีการ


เพียงหมั่นนึกถึงดวง หรือองค์พระให้บ่อยที่สุดเท่านั้น นึกโดยไม่ต้องรอเวลา ไม่มีเงื่อนไข
ให้นึกเสมอว่า ถ้าเราจะตายลงไปเดี๋ยวนี้แล้วจะไปไหน ใครก็ช่วยไม่ได้นอกจากธรรมะในตัว เพราะ
ความตายเกิดขึ้นได้เสมอ การทำเช่นนี้นอกจากจะทำให้ชีวิตปลอดภัยแล้วยังทำให้หากเกิดอะไรขึ้น
จะกลายเป็นการทำให้เกิดความ มัคร มานในหมู่คณะ

ประโยชน์ตน


1. เป็นการฝึกให้เกิดความ งบนุ่มนวลในใจ
2. ฝึกให้นึกถึงอกเขา อกเรา คือ เห็นใจซึ่งกันและกัน
3. ทำให้ใจของเราเป็นที่อยู่ของบุญ
4. รักษาธรรมะไว้ได้
5. เป็นที่รัก น่าเข้าใกล้ของคนในครอบครัวสังคม
6. ลดความแตกร้าวที่จะเกิดจากเรา หรือที่จะพึงมีต่อเรา


ประโยชน์ผู้อื่น


1. ทำให้ไม่เกิดความแตกร้าวขึ้นในกลุ่ม ในองค์กรสังคม และครอบครัว
2. ทำให้เกิดกระแสนุ่มนวลขึ้นในบรรยากาศ
3. ทำให้เกิดความ มัคร มานในหมู่คณะ


วิธีการ


ให้นึกถึงบุญเข้าไว้ทำใจให้ได้อย่างข้อ 7, 8, 9 พร้อมนึกเสมอว่าไม่มีใครอยากเห็นหน้าตาขุ่นข้อง
ไม่มีใครอยากได้ยินอยากฟังถ้อยคำเชือดเฉือน เสียดแทง ยอกย้อน หยาบคาย รวมทั้งไม่มีใครสรรเสริญผู้ประพฤติตนเช่นนี้ด้วยคอยเตือนตัวเองเสมอว่า การทำหน้างอหน้าบึ้งตึง เฉยเมยเกินเหตุนั้น ทำให้บุญไม่มาหล่อเลี้ยงบุญหกตกหล่นเสียหาย เพราะหน้าตาเช่นนี้ย่อมแ ดงถึงใจที่ไม่หยุด ไม่ งบ ไม่เป็นที่อาศัยของบุญการมีหน้าตาง้ำงอ ถ้อยคำหยาบคาย เสียดแทง ย่อมแ ดงถึงใจที่ไม่ งบและหยาบกระด้าง ขาดความเมตตาขาดจิตกรุณา ไม่มีมุทิตา และไม่วางอยู่ในอุเบกขาธรรม
รวมทั้งให้นึกเสมอว่า การยิ้มอย่างจริงใจ การใช้วาจาไพเราะ จริง นุ่มนวลนั้น ตัวผู้กระทำ คือ
ตัวเราเป็นผู้ได้ประโยชน์ก่อนใคร

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชา MD 101 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสมาธิ