ตนแลเป็นที่พึ่งของตน

วันที่ 22 มิย. พ.ศ.2557

 
 
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน
 

อัตตา หิ อัตตโน นาโถ โก หิ นาโถ ปโร สิยา
อัตตนา หิ สุทันเตนะ นาถัง ลภติ ทุลลภัง ฯ
ตนแลเป็นที่พึ่งของตน คนอื่นใครเล่าจะเป็นที่พึ่งได้
หากว่าบุคคลมีตนที่ฝึกดีแล้ว ย่อมได้ที่พึ่งที่ได้โดยยาก ฯ


  เป็นพุทธวัจนะ ที่ล้ำค่ายิ่ง โดยความหมายและโดยนัยยะฟังดูเผินๆ ก็ดูธรรมดา แต่ถ้าพิจารณาและลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจริงจังแล้ว จะรู้เองว่า ธรรมะข้อนี้ มีคุณค่ามหาศาลทีเดียว....
 

   “ ทำเองดีที่สุด ฝึกให้เต็มที่ สิ่งที่ทำได้ยากก็จะง่ายขึ้น ”
 
 
   เราลองทบทวนตัวเราเองดูว่า ช่วงใดที่เราสามารถรักษาใจได้อย่างสม่ำเสมอ ใจเราจะมีพลัง ในช่วงนั้นเราจะไม่รู้สึกถึงความวุ่นวายจากภายนอก ไม่มีความหวั่นไหวต่อกระแสความเป็นไป หรือความเปลี่ยนแปลงของภายนอกเลย แต่มีความรู้สึกใจสงบนิ่ง หนักแน่น มั่นคง มีความเบาสบายเป็นที่สุด ภาระหรือความรับผิดชอบใด ๆ ไม่เป็นที่หนักใจเลย.
 

   หากแต่เมื่อใดที่ปล่อยปะละเลย ไม่หมั่นประคับประคองใจ ปล่อยใจ ให้หลงไปในความเย้ายวนของกระแสโลก ก็จะพบว่า จิตใจกลับไม่มีพลัง มีความหวั่นไหว อ่อนแอ และท้อแท้ โดยเฉพาะในยามที่ต้องประสบพบเจอกับอุปสรรค เจอะเจอกับปัญหาและเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนา จนหลายครั้งอยากจะหลบหนีไปให้พ้น ๆ จากปัญหาที่ต้องประสบอยู่  ไม่อยากจะแบกรับภาระใด ๆ ไว้ รู้สึกว่าภาระและปัญหาที่มีอยู่เป็นเรื่องที่หนักเสียเหลือเกิน เหลือวิสัยที่จะรับผิดชอบไว้ได้
 

   จากการพิจารณาเช่นนี้ จึงทำให้เห็นคุณของการรักษาใจเป็นอย่างยิ่งว่า มีประโยชน์และมีคุณแก่เราอย่างมากมาย  เราต้องหมั่นประคองรักษาใจของเราให้ได้ตลอดเวลา ฝึกบ่อย ๆ ให้ติดเป็นนิสัย ก็จะเกิดคุ้นเคย จนกลายเป็นความคล่องและความง่ายเอง ฝึกทำได้อย่างนี้ ก็จะได้ชื่อว่าทำตัวตนของเราให้เป็นที่พึ่งแก่ตัวของเราอย่างแท้จริง สมดังพุทธพจน์ที่ทรงประทานไว้ให้…