เรื่องที่ 1 เศรษฐีต้องกลายเป็นขอทาน เพราะฤทธิ์สุรา

วันที่ 24 มิย. พ.ศ.2557

 

 

เรื่องที่ 1 เศรษฐีต้องกลายเป็นขอทาน เพราะฤทธิ์สุรา

 


          ครั้งนั้น พระบรมศาสดาประทับอยู่ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน1 วันหนึ่งพระพุทธองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นขอทานชรา คนหนึ่งกับภรรยายืนอยู่ที่ประตูโรงฉัน เพื่อคอยรับอาหารที่เหลือจากพระภิกษุและสามเณร พระบรมศาสดาจึงทรงแย้มพระโอษฐ์ พระอานนท์เห็นดังนั้นจึงทูลถามถึงสาเหตุพระบรมศาสดาจึงตรัสบอกพระอานนท์ให้ดูขอทานชราคู่นั้น แล้วตรัสเล่าเรื่องของขอทานคู่นี้แก่พระอานนท์ โดยย่อดังนี้


          ชายชราขอทานนั้น เป็นบุตรเศรษฐีแห่งกรุงพาราณสี ผู้มีสมบัติ 80 โกฏิ (800 ล้าน) มารดา
บิดาของเขาไม่ได้ส่งเสริม ให้บุตรได้ศึกษาเล่าเรียนศิลปวิทยาใดๆ นอกจากการเล่นดนตรี ขับร้องฟ้อนรำเพื่อความ สนุก สนาน ด้วยคิดว่าทรัพย์ที่ตนมีอยู่นั้นมากมายพอที่บุตรชายคนเดียวของตนจะใช้หาความสุขความบายไปจนตลอดชีวิตฝ่ายภรรยาของเขาก็เป็นบุตรีเศรษฐีมีทรัพย์ 80 โกฏิเหมือนกัน เมื่อมารดาบิดาของทั้ง สองฝ่ายถึงแก่กรรมสามี ภรรยาคู่นี้จึงมีทรัพย์รวมกันถึง 160 โกฏิ และอสังหาริมทรัพย์ อื่นๆ เป็นอันมากครั้นต่อมา เศรษฐีหนุ่มติดสุรา เขาใช้ทรัพย์หมดไปแต่ละวันๆ ด้วยการหาความ สนุก สนานเพลิดเพลินจากอบายมุขต่างๆ มีสุราเป็นสำคัญกับเหล่านักเลงที่เข้ามาห้อมล้อม เป็นบริวารมากมาย โดยมิได้ประกอบกิจการงานใดๆ เลยทั้ง สองสามีภรรยา จึงมีแต่รายจ่าย ไม่เคยมีรายรับ กาลเวลาผ่านไปหลายปี ทั้ง สองผลาญทรัพย์ 160 โกฏิจนหมดสิ้น ต่อจากนั้นก็หันมาขายเรือก สวนไร่นา ยานพาหนะสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ แม้แต่บ้านของตนเอง ในที่สุดก็มี ภาพเป็นขอทานชราดังที่เห็นอยู่นี้เมื่อตรัสแสดงความเป็นมาของขอทานชราคู่นี้แล้ว พระบรมศาสดาจึงตรัสต่อไปอีกว่า ถ้าบุตรเศรษฐีรู้จักประกอบการงานในปฐมวัยก็จะได้เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของนครพาราณสี แต่ถ้าออกบวชก็จะบรรลุอรหัต แม้ภรรยาของเขาก็จะบรรลุอนาคามิผลถ้าไม่ผลาญทรัพย์ให้หมดไป รู้จักประกอบการงานในมัชฌิมวัย เขาก็จะได้เป็นเศรษฐีชั้นที่ 2 ถ้าออกบวชก็จะได้เป็น พระอนาคามี แม้ภรรยาของเขาก็จะดำรงอยู่ใน สกทาคามิผลถ้าไม่ผลาญทรัพย์ให้สิ้นไป รู้จักประกอบการงานในปัจฉิมวัย เขาก็จะได้เป็นเศรษฐีชั้น 3 ถ้าออกบวช ก็จะได้เป็นสกทาคามี แม้ภรรยาของเขาก็จะดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล แต่บัดนี้บุตรเศรษฐีนั้นเสื่อมจากโภคทรัพย์ของคฤหัสถ์แล้ว เสื่อมจากสามัญญผลแล้ว (ผลแห่งความเป็น สมณะ)ในกรณีบุตรเศรษฐีผู้กลับกลายเป็นขอทานในวัยชราเช่นนี้ ถ้าจะพิจารณาโดยอิงอาศัยเหตุและผลตามหลักการของเรื่องโลกนี้โลกหน้าและผลวิบากของกรรมแล้ว ก็อาจจะกล่าวได้ว่า ในอดีตชาติทั้งบุตรเศรษฐีและภรรยาของเขาได้สั่ง สมบุญ คือ ทำทานและรักษาศีลมาเป็นอย่างดี จึงได้มาเกิดในตระกูลเศรษฐีผู้มั่งคั่งร่ำรวยในโลกนี้ แต่เพราะเหตุที่ขาดการบำเพ็ญสมาธิภาวนา บุคคลทั้ง 2 จึงขาดปัญญา มารดาบิดาก็มิได้ส่งเสริมให้ศึกษาวิทยาการใดๆขณะที่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ บุคคลทั้ง 2 ก็มิได้สั่ง สมบุญกุศลใหม่อีกเลย มิหนำซ้ำยังจมอยู่กับอบายมุข โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เป็นสามีที่ติดสุราอย่างหนัก เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว โลกหน้าของบุคคลทั้ง 2 ย่อมเป็นทุคติอย่างแน่นอน อาจถึงขั้นต้องได้รับทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส อยู่ในมหานรกนับด้วยหลายล้านปีครั้นเมื่อพ้นจากการทรมานในมหานรก ได้มีโอกาสกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ในโลกนี้อีก ก็จะเป็นคนยากจนข้นแค้น เพราะไม่เคยบำเพ็ญทานไว้ในโลกนี้เลย อาจถึงขั้นต้องเป็นขอทานตั้งแต่ยังเป็นทารกก็ได้สำหรับผู้เป็นสามีนั้นนอกจากจะเกิดในครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นแล้ว ยังอาจจะเป็นเด็กปัญญาอ่อน เพราะเศษกรรมจากการติดสุราที่ยังหลงเหลืออยู่อีกด้วย

 

 

 

จากหนังสือ DOU

วิชาGB 203 สูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก

กลุ่มวิชาสูตรสำเร็จการพัฒนาสังคมโลก