วิธีการแผ่เมตตาตามหลักปฏิบัติ

วันที่ 21 สค. พ.ศ.2557

 
 
วิธีการแผ่เมตตาตามหลักปฏิบัติ
 


    นอกเหนือจากการแผ่เมตตาตามหลักคัมภีร์แล้ว การแผ่เมตตาในขณะทำสมาธิ เราอาจใช้เวลาช่วงหนึ่งก่อนนั่งสมาธิ แผ่เมตตา เพื่อทำให้ใจชุ่มชื่น และเกิดเมตตาจิต อันจะทำให้ใจละความพยาบาท คิดร้ายที่อยู่ในใจออกไป โดยใช้วิธีการแผ่เมตตา ตามที่พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ได้แนะนำไว้ว่า

แผ่เมตตาจิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย แผ่เมตตาจิตโดยนึกเบาๆ ให้สบายๆ ว่าขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่ไม่มีประมาณเหล่านั้น พ้นจากทุกข์โศกโรคภัย ให้พบแต่ความ สุขกาย สุขใจ มีความสุขทั้งนั่ง ทั้งนอนทั้งยืนทั้งเดิน ทั้งหลับ ทั้งตื่นตลอดวัน ตลอดคืน ตลอดเวลาเลย ที่มี ทุกข์ก็ให้พ้นทุกข์ ที่มีสุขแล้วก็ให้มีความสุขยิ่งๆ ขึ้นไป นึกอย่างสบายๆ แผ่ไปให้หมดเลย นึกอย่างสบาย นึกให้กระแสแห่งความเมตตาของเรา ความปรารถนาดีของเรา เป็นแสงสว่างออกจากร่างกายเรา ออกจากใจของเราประหนึ่งว่าตัวเรา กายเรา ใจเรา เป็นศูนย์กลางของสรรพสัตว์และสรรพสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น เราแผ่ออกไปเป็นแสงสว่าง ใหม่ๆ อาจจะเป็นความรู้สึกว่ามีแสงสว่างออกจากภายในกลางกายเรา แล้วแผ่ขยายไปให้ทั่ว เป็นแสงที่ละเอียดอ่อนนุ่มนวล เป็นพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์ ความปรารถนาดี ประดุจแสงสว่างแห่งพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ แต่ว่ากระจ่างแจ่มจ้าเหมือนอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน คือสว่างประดุจดวงอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน แต่ว่าเย็นเหมือนแสงจันทร์ นำความชุ่มชื่น เบิกบานให้เกิดขึ้นแก่สรรพสัตว์ สรรพสิ่งทั้งหลาย

ให้นึกแผ่ไปแล้วก็ทำใจให้นิ่งๆ โล่งๆ ว่างๆ ใจจะได้เหมาะสมที่จะเป็นภาชนะรองรับพระรัตนตรัย เราแผ่ไปอย่างนี้สักหนึ่งหรือสองนาที ลองหัดแผ่ไป โดยเริ่มต้นอาจจะเป็นความรู้สึกว่ามีแสงสว่าง เป็นพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์ที่เปล่งประกายเจิดจ้า จากศูนย์กลางกายในกลางท้องของเรา หรือจากตัวของเราขยายกว้างออกไป

ส่วนผู้ที่เข้าถึงปฐมมรรคแล้ว พบกายภายในแล้ว หรือเห็นองค์พระแล้ว ก็เปล่งให้สว่างออกไป ด้วยสภาวธรรมที่เราเข้าถึงนั้น ถ้าผู้ที่เข้าถึงดวง ก็เปล่งให้เป็นดวงสว่าง เป็นพลังมวลแห่งความบริสุทธิ์กระจายกว้างออกไป ถ้าเป็นองค์พระก็ขยายแสงสว่างเป็นพลังมวลแห่งความปรารถนาดีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความบริสุทธิ์ ขยายออกจากองค์พระออกไป องค์พระจะขยายตามไปด้วย ถ้าเข้าถึงดวงธรรมภายใน ดวงก็จะขยายกว้าง ดวงนั้นเหมือนฟองสบู่หรือฟองแชมพูบางๆ ที่ขยายกว้างออก ตั้งแต่เล็กกว่าตัวเรา เท่าตัวเรา ใหญ่กว่าตัวเรา ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนขยายกว้างออกไปอย่างไม่มีขอบเขต ขยายใหญ่ออกไปจนไม่มีประมาณ

ให้พลังมวลแห่งความบริสุทธิ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีไปยังมวลมนุษยชาติ โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนาและเผ่าพันธุ์ ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายที่มีสองเท้า สี่เท้า มีเท้ามาก มีเท้าน้อย หรือว่าไม่มีเท้า ไปยังสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เกิดในกำเนิดทั้งสี่ ทั่วทั้งภพสามเลย ให้พลังมวลแห่งความบริสุทธิ์ ที่ออกจากกายเรา สว่างโพลงไปรอบทิศ ทุกทิศทุกทางเหมือนเรานั่งอยู่กลางอวกาศโล่งๆ และขยายไปรอบทิศ7)

ถ้าใครหมั่นฝึกใจให้เกิดความเมตตาตามวิธีดังกล่าวข้างต้น ความพยาบาทก็จะหมดไปได้ เพราะเมตตาเป็นปฏิปักษ์ต่อพยาบาท ฉะนั้น คนที่มักโกรธ หรือพยาบาทท่านจึงสอนให้เจริญเมตตาอยู่เป็นประจำ ซึ่งเป็นเหตุให้พยาบาทสงบลงได้ และเมตตาก็ยังมีอานิสงส์ที่ทำให้เกิดความสงบสุข และคุณประโยชน์อื่นๆ อีกเป็นอันมาก