พลิกทุ่งนาฟ้าโล่งสู่บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์

วันที่ 21 สค. พ.ศ.2558

 

พลิกทุ่งนาฟ้าโล่งสู่บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์

 

พลิกทุ่งนาฟ้าโล่งสู่บุญสถานอันศักดิ์สิทธิ์
 
           ชีวิตใหม่ในเพศบรรพชิต พระธัมมชโย (พระเทพญาณมหามุนี ในปัจจุบัน) เป็นพระภิกษุผู้เคร่งครัดในศีลาจารวัตร มุ่งศึกษาธรรมะทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติ พร้อมกันนั้นท่านยังทำหน้าที่สอนธรรมปฏิบัติแก่สาธุชน ณ บ้านธรรมประสิทธิ์แทนคุณยายเป็นประจำ จนกระทั่งมีสาธุชนมาปฏิบัติธรรมเพิ่มขึ้นมากมายจนเต็มพื้นที่บ้านธรรมประสิทธิ์ทั้งในบ้าน ชานบ้าน และล้นออกไปถึงสนามหญ้าหน้าบ้าน โดยเฉพาะในวันอาทิตย์นั้นต้องเปิดประตูรั้วทิ้งไว้เพราะมีคนส่วนหนึ่งต้องนั่งอยู่นอกรั้ว
 
         หมู่คณะทุกคน จึงเห็นพ้องต้องกันว่า ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องสร้างวัด เพราะขณะนี้ท่านมีคณะทำงานที่เข้มแข็ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตหนุ่มสาวผู้มีความรู้ความสามารถ และผ่านการฝึกอบรมคุณธรรมต่าง ๆ จากท่านอย่างใกล้ชิด
 
        เมื่อทุกคนมีความพร้อมทั้งกายและใจ การสร้างวัดพระธรรมกายจึงได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ปีพุทธศักราช 2513 ซึ่ง ตรงกับวันมาฆบูชา
 
       เงินทุนเริ่มต้นของการสร้างวัดมีอยู่เพียง 3,200 บาท กับที่นา 196 ไร่ ที่ได้รับบริจาคมาจากคุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี หมู่คณะทุกคน จึงต้องตรากตรำทำงานหนักและดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายยิ่ง มีเพียงน้ำพริกผักจิ้มเป็นอาหารหลัก โดยอาศัยเก็บผักที่ขึ้นอยู่ตามท้องนาบริเวณนั้น แต่ทุกคนก็เต็มเปี่ยมด้วยขวัญและกำลังใจ ทั้งเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำว่าจะต้องสำเร็จ แม้ว่าขณะนั้นจะยังมองไม่เห็นทางเลยก็ตาม ปัญหาหนักเรื่องหนึ่ง ก็คือ การจัดหาทุน
 
          ในเรื่องนี้พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) จะให้โอวาทแก่คณะทำงานเสมอว่า “ปัจจัยทุกอย่างที่สาธุชนทำบุญมานั้น เป็นปัจจัยที่ผู้ทำบุญได้อธิษฐานจบท่วมหัวถวายพระศาสนา จะต้องช่วยกันดูแลรักษาให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
 
        ด้วยเหตุนี้ถาวรวัตถุทุกอย่างของวัดพระธรรมกาย จึงสร้างอย่างแข็งแรงเพื่อใช้ประโยชน์ได้ยาวนานที่สุด ขณะเดียวกันก็มีรูปทรงที่เรียบง่าย ไม่สิ้นเปลืองในการดูแลรักษา แต่ทว่าก็ต้องประณีต สง่างาม บ่งบอกถึงความเคารพในพระพุทธศาสนา
 
         ดังเช่นอุโบสถ ทุกขั้นตอนการก่อสร้างเป็นไปอย่างละเอียด ประณีต ทุกอย่างต้องผ่านการคัดเลือก อย่างชนิดที่เรียกว่า ดีที่สุด แต่ก็ต้องประหยัดสุดประโยชน์สูงสุดด้วย
 


       

    แม้แต่การผสมคอนกรีต มิใช่ว่าจะเอาหินเอาทรายมาผสมกันได้เลย หากต้องนำหินมาร่อนในน้ำ เพื่อทำความสะอาดแล้วคัดเอาเฉพาะหินเนื้อดีมาใช้ ส่วนทรายที่จะนำมาผสมก็ต้องไปสั่งจองไว้ที่ท่าทรายล่วงหน้า ว่าต้องการทรายที่คุณภาพดีจริงๆ เมื่อเขานำทรายมาส่งก็ทดสอบคุณภาพด้วยการเอามือล้วงลงไปในกองทราย แล้วดึงขึ้นมา ถ้าพบว่ามีคราบดินติดผิวหนังมาก ก็เป็นอันว่าทรายนั้นใช้ไม่ได้ เพราะมีการปนเปื้อนมาก หากนำมาผสมปูนความแข็งแรงจะลดลงไป
 
            หรือในการฉาบผนังอุโบสถภายนอก ซึ่งจะใช้หินเกร็ดเม็ดโตกว่าเมล็ดข่าวสารเล็กน้อยมาฉาบที่ผนัง แล้วเอาน้ำราดปูนที่ผิวออก ให้หินเกร็ดโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ซึ่งหินเกร็ดโดยทั่วไปนั้น จะมีหลากหลายสีคละกัน แต่หินเกร็ดที่จะใช้ฉาบผนังอุโลสถนั้นต้องการเฉพาะสีขาวล้วน จึงต้องคัดเลือกกันอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยอาศัยแรงศรัทธาของชาวบ้านย่านใกล้เคียงและสาธุชนที่มาวัด ช่วยกันคัดเลือกทีละเม็ดๆ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ จนได้หินเกร็ดสีขาวบริสุทธิ์ประดับผนังอุโบสถทั้งหลังอย่างงดงาม
 

ขยายสันติภาพด้วยพลังศรัทธาของมหาชน 
       

   

   

             วัดพระธรรมกายเติบโตจากน้ำใจและศรัทธาของมหาชนมาโดยตลอด จึงสามารถเป็นศูนย์รวมใจของผู้คนจำนวนมาก ซึ่งชักชวนกันมาปากต่อปาก และเป็นเหตุให้ต้องช่วยกันขยับขยายสถานที่ครั้งแล้วครั้งเล่า จากพื้นที่วัด 196 ไร่ จึงกลายมาเป็นพื้นที่ 2,500 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติธรรมของชาวโลก
 
      จากศาลาหลังแรกซึ่งจุคนได้ 500 คน ใช้ได้เพียงไม่ถึง 5 ปี ก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกับบ้านธรรมประสิทธิ์ คือ มีสาธุชนมากันอย่างล้นหลาม จนต้องไปนั่งตามสนามหญ้า ตามโคนต้นไม้ คราใดฝนตกก็เปียกปอนไปตามๆ กัน ครั้นต่อมาสร้างศาลาหลังคามุงจาก ซึ่งจุคนได้ถึงหนึ่งหมื่นคน ก็ปรากฏว่าเพียงไม่นาน เหตุการณ์ก็เป็นเช่นเดิม
 
     ในที่สุด สาธุชนจึงร่วมใจกันสร้างศาลาสภาธรรมกายสากลซึ่งมีพื้นที่โดยรวมถึง 500,000 ตารางเมตร สามารถรองรับคนได้ถึง 300,000 คน และทั้งที่การก่อสร้างในรายละเอียดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ก็ต้องเปิดใช้งานอย่างเต็มพื้นที่แล้ว ตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2539
 
          เมื่อได้เห็นแนวโน้มการเติบโตของงานเป็นเช่นนี้มาโดยตลอด พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) จึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับงานก้าวต่อไปด้วยการสถาปนามหาธรรมกายเจดีย์ เจดีย์แห่งพระรัตนตรัย ซึ่งจะคงทนถาวรไปกว่า 1,000 ปี และมหารัตนวิหารคด โดยรอบมหาธรรมกายเจดีย์ คือสถานที่ที่สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้พร้อมกันถึง 1 ล้านคน
 
           เมื่อใดก็ตามที่การปฏิบัติธรรมของคน 1 ล้านคนบังเกิดขึ้น กระแสใจอันบริสุทธิ์ของทุกคน จะรวมพลังกันปรับเปลี่ยนบรรยากาศของโลก ให้สงบร่มเย็นได้ และภาพการปฏิบัติธรรมนี้ จะได้รับการถ่ายทอดสู่สายตาชาวโลก ด้วยระบบการสื่อสารแห่งยุคโลกไร้พรมแดน เมื่อนั้นชาวโลกก็จะพากันค้นหาคำตอบว่า เหตุใดคนนับล้าน ผู้มีความพร้อมเพรียงงดงามเหล่านั้น จึงพร้อมใจกันหลับตา สงบนิ่ง สิ่งนี้ย่อมจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการปฏิบัติธรรมไปอย่างกว้างขวาง ทั่วทุกภูมิภาคของโลก
 
           

 

           นอกจากนี้ ยังได้สร้างปูชนียสถานที่สำคัญ เพื่อเป็นศูนย์รวมใจเหล่าศิษยานุศิษย์ และเป็นการแสดงความกตัญญูแด่มหาปูชนียาจารย์ คือ มหาวิหารพระมงคลเทพมุนี มหาวิหารคุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง รวมทั้งได้สร้างหอฉันขึ้นเพื่อเลี้ยงภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณรนับพันรูป.                                      

 

๒๗ สิงหา วันธรรมชัย