อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 32

เรื่องที่ ๓๔๑โจรขึ้นบ้าน

เรื่องที่ ๓๔๑โจรขึ้นบ้าน



พอรู้ว่าพระถูกขโมย หัวใจแทบหยุดเต้น ขออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ
ช่วยติดตามองค์พระที่ถูกขโมยไป ให้กลับคืนมาด้วยเถิด

 

 
 
คุณทัศนี เหมทนาม
อธิษฐานตลอดว่าขอให้ได้องค์พระคืนกลับมา
 
 

คุณทัศนี เหมทนาม อยู่ที่ตำบลยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม เล่าว่า ในคืนวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๒ คุณทัศนีได้กลับจากทำงานนอกบ้าน หลังจากทำกิจวัตรส่วนตัวแล้วก็เปิดเทปฟังบทสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุตามปกติ และก็เข้านอน ซึ่งได้วางกระเป๋าไว้ที่เก้าอี้หัวนอน ในกระเป๋านั้นจะมีกระเป๋าสตางค์อยู่ด้วย มีเงินสดอยู่จำนวนหนึ่ง และมีแหวนทองคำอยู่ในกระเป๋า

พอรุ่งเช้าวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒ คุณทัศนีตื่นเวลาตี ๔ ครึ่งตามปกติ ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปซื้อผลไม้ส่งขายตามปกติ ขณะนั้นเองเมื่อหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเพื่อที่จะเอาเงินให้ค่ารถประจำทาง แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเพราะเงินในกระเป๋าไม่มีเหลืออยู่เลย พร้อมทั้งเปิดดูถุงที่ใส่แหวนทองก็หายไปด้วย คุณทัศนีเกิดเอะใจขึ้นมา นึกขึ้นได้ว่า เมื่อเช้าตอนที่กำลังขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้อง เห็นห้องพระเปิดออกและไฟก็เปิดด้วย ตอนนั้นก็รู้สึกแปลกใจเพราะตัวเองไม่ได้เป็นคนเปิด รู้ทันทีว่าเมื่อคืนต้องมีโจรเข้าบ้านแน่นอน จึงรีบไปซื้อของ ซึ่งต้องใช้เครดิตทั้งหมดเพราะในตัวไม่มีเงินเลย แล้วก็รีบกลับมาที่บ้านอีกครั้ง สำรวจประตูบ้านด้านหลัง เห็นแล้วก็ตกใจมาก ประตูถูกเปิดออกโดยไม่ได้ใส่กลอนและสายยูแต่อย่างใด ทำให้ทราบว่าเมื่อคืนถูกโจรขึ้นบ้านและขโมยเงินไป ได้รีบขึ้นไปสำรวจดูของในตู้พระที่ห้องพระ ปรากฏว่า พระมหาสิริราชธาตุรุ่นดูดทรัพย์หายไป ๕ องค์ พระคะแนนสุดสุด ๓ องค์ พระหยกกรอบทองล้อมเพชรหายไป ๑ องค์ พระเหรียญหลวงพ่อวัดปากน้ำ พ.ศ.๒๕๑๒ และพระเหรียญหลวงพ่อวัดปากน้ำรุ่นปราบมารอย่างละ ๑ องค์ ซึ่งพระทุกองค์เลี่ยมทองไว้ทั้งหมดได้สูญหายไป ในตอนนั้นคุณทัศนีบอกว่า "หัวใจแทบหยุดเต้น และทำอะไรไม่ถูกเลย รู้สึกเสียดายและเสียใจเป็นอย่างมาก" คุณทัศนียังเล่าอีกว่า อัศจรรย์มากที่โจรไม่เห็นตัวเธอที่นอนอยู่ เพราะถ้าเห็นก็คงจะทำร้ายไปแล้ว เพราะวิสัยของโจรแล้ว น้อยคนนักที่จะไม่ทำร้ายเจ้าของบ้าน คุณทัศนีเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของพระมหาสิริราชธาตุที่แขวนอยู่ที่คอเหลือเกินว่า คงจะปิดบังอำพรางตัวคุณทัศนีไม่ให้โจรเห็นแน่ๆ ซึ่งปกติพระจะถอดแขวนไว้ในห้องพระ แต่ในคืนเกิดเหตุรู้สึกไม่อยากถอด จึงใส่อยู่อย่างเดิมแล้วเข้านอน จึงทำให้รอดพ้นจากอันตรายครั้งนี้ได้ ซึ่งคุณทัศนีบอกว่า "หมั่นสวดสรรเสริญท่านวันละหลายๆ จบ และตั้งจิตอธิษฐานอยู่เสมอว่า ให้รอดพ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ทุกวัน"

   
 
 
 
เตียงนอนของคุณทัศนีและเก้าอี้ที่หัวนอน
ที่ใช้วางกระเป๋าถือในคืนเกิดเหตุ
 


หลังจากที่ทราบแน่ชัดแล้วว่า ได้มีโจรเข้ามาขโมยของในบ้าน คุณทัศนีจึงไปแจ้งความไว้กับสถานีตำรวจ ในวันนั้นตำรวจได้มาดูที่บ้าน และได้บันทึกรอยนิ้วมือของคนร้ายไป ซึ่งตำรวจที่ทำคดีของคุณทัศนีนี้ พอสอบถามแล้วปรากฏว่า เคยมาบวชพระธรรมทายาทรุ่น ๕๔ ปีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ที่วัดพระธรรมกาย ผู้กองคนนี้รับปากว่าจะช่วยอย่างเต็มที่ แต่บังเอิญผู้กองคนนี้จะต้องไปร่วมโครงการอบรมพัฒนาจิตใจที่จังหวัดกาญจนบุรีเป็นเวลา ๑ สัปดาห์ ถึงจะกลับมาตามคดีนี้ให้ ในใจคุณทัศนีก็คิดว่า ถ้าขืนรอให้ตำรวจมาจัดการให้ คงไม่ได้ของคืนแน่ๆ จึงไม่หวังพึ่งตำรวจเพียงอย่างเดียว หลังจากที่ตำรวจกลับไปจากบ้านแล้ว คุณทัศนีก็ยกมือไหว้ตั้งจิตอธิษฐานกับพระมหาสิริราชธาตุองค์ที่แขวนอยู่กับตัวว่า "ด้วยอำนาจบุญกุศลที่ข้าพเจ้ามีความตั้งใจเป็นประธานรอง และประธานกองฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ในครั้งนี้ ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจที่จะทำงานทางโลกให้ดีที่สุด อีกทั้งยังได้ให้สามีมาบวชพระธรรมทายาทรุ่น ๕๕ ปีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ที่วัดพระธรรมกาย เพื่อทำหน้าที่ทางธรรม ด้วยความบริสุทธิ์ใจตรงนี้ และเพราะความเชื่อมั่นในบุญจึงไม่ทันได้ระวังว่าจะมีโจรมาเข้าบ้าน และมาขโมยพระของขวัญ ซึ่งหลวงพ่อได้มีเมตตามอบให้เป็นของขวัญจากการทำบุญ ซึ่งพระหยกนั้นได้มาจากการสร้างเสาค้ำมหาธรรมกายเจดีย์ไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท และพระมหาสิริราชธาตุรุ่นดูดทรัพย์ ๕ องค์ พระคะแนนสุดสุด ๓ องค์ เหรียญปราบมาร ๑ เหรียญ และเหรียญหลวงพ่อวัดปากน้ำปี พ.ศ.๒๕๑๒ อีก ๑ เหรียญ ทั้งหมดนี้ได้ถูกขโมยไป ทำให้ลูกมีความท้อแท้ และเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก "ขออานุภาพพระมหาสิริราชธาตุช่วยติดตามองค์พระที่หายไปให้กลับคืนมาสู่ลูกด้วยเถิด" เพื่อที่จะเป็นกำลังใจในการทำงาน เพื่อจะได้หาเงินมาเป็นประธานรองและประธานกอง เพราะพระที่หายไปมีความหมายสำหรับลูกมาก ลูกรู้สึกผูกพันกับองค์พระท่านอย่างมาก และพระที่ได้มานั้น ได้มาจากการที่ลูกนำปัจจัยซึ่งเกิดจากการทำงาน จากหยาดเหงื่อแรงกายของลูกกับสามี ซึ่งเป็นเงินที่บริสุทธิ์ ขอให้ท่านช่วยลูกติดตามองค์พระคืนให้ลูกด้วย" ขณะที่คุณทัศนีอธิษฐานไปก็ร้องไห้ไป แต่ใจก็ยังอยู่ที่ศูนย์กลางกายตลอด เพราะในใจมีความเชื่อมั่นว่า ท่านต้องสามารถช่วยเราได้แน่นอน และก็นึกเสมอๆ ว่า "พระมหาสิริราชธาตุช่วยลูกให้ได้องค์พระคืนด้วยเถิดๆ" นึกอธิษฐานอย่างนี้ตลอดเวลา


จนกระทั่งวันศุกร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๔๒ พอกลับมาบ้านเพื่อนบ้านได้บอกว่า "เหมียว(ชื่อเล่น) วันนี้เมื่อเช้าพี่เกษรมาหานะ บอกว่ามีธุระ" พอได้ยินเท่านั้นก็นึกถึงองค์พระขึ้นอีก รีบกางร่มเดินไปหาพี่เกษรทันทีเพราะตอนนั้นฝนตกอยู่ พอไปพบพี่เกษรก็กระซิบบอกคุณทัศนีว่า "เดี๋ยวจะพาไปดูพระ ไม่แน่ใจว่าเป็นของเหมียวที่หายไปหรือเปล่า" เท่านั้นเองคุณทัศนีก็รู้สึกปีติดีใจอย่างบอกไม่ถูก ในจิตใจคิดว่าต้องเป็นพระที่ถูกขโมยไปแน่ๆ ถึงแม้จะยังไม่เห็นองค์พระก็ตาม


พี่เกษรได้พาไปที่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้หมู่บ้านที่พักอยู่ ชื่อพี่เล็ก ก็ได้มีการซักถามอย่างละเอียดว่า องค์พระของคุณทัศนีที่หายไปนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร คุณทัศนีก็ได้บอกไปซึ่งตรงกับองค์พระที่เก็บได้ทุกอย่าง พี่เกษรและพี่เล็กจึงได้นำองค์พระมาให้คุณทัศนี คุณทัศนีบอกว่า "พอดิฉันเห็นองค์พระเท่านั้น รู้สึกปีติจนบอกไม่ถูก ร้องไห้ออกมาเลย บอกกับพี่เกษรว่า ท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ หนูอธิษฐานทุกวันเลยขอให้ผู้มีใจบริสุทธิ์ ใครก็ได้เจอพระที่ถูกขโมยไปนำมาคืนหนูด้วย และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ นำมาคืนทั้งหมด ๙ องค์ อยู่ในสภาพสมบูรณ์ทุกองค์เลย พี่เกษรและพี่เล็กเองก็รู้สึกดีใจมากที่ได้คืนพระให้กับเจ้าของที่แท้จริงได้"

 
 
คุณเกษรที่เก็บองค์พระได้ ส่วนกันสาดสีดำ
ที่อยู่ด้านหลังนั้นเป็นบริเวณที่เก็บองค์พระได้
 
   
 


หลังจากนั้นได้มีการซักถามพี่เกษรว่า ได้องค์พระมาอย่างไรกัน พี่เกษรก็ได้เล่าให้ฟังว่า ในวันที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๒" เวลาประมาณ ๘.๓๐ น. ได้อยู่หน้าร้านขายของตามปกติ แต่ลูกชายคนเล็กอายุ ๔ ขวบได้เข้าไปเล่นที่ตรงข้ามบ้าน วันนั้นแปลกกว่าทุกวัน ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้พี่เกษรเดินไปตรงที่ลูกกำลังเล่นอยู่เพื่อจะไปตามให้มากินข้าว บังเอิญไปเห็นถุงใส่องค์พระวางอยู่กับพื้นคอนกรีต เห็นแล้วก็ตกใจรีบเก็บขึ้นมา นึกในใจว่า ใครนะทำพระหล่นไว้ตั้งหลายองค์ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ทราบว่าพระของคุณทัศนีถูกขโมยไป ก็ปรึกษากับสามี สามีบอกว่าต้องตามหาเจ้าของให้เจอ คงเป็นคนในหมู่บ้านนี้แหละ พี่เกษรก็เอาขึ้นไปไว้บนหิ้งพระ และได้อธิษฐานว่า ท่านคงไม่อยากไปอยู่กับคนชั่วกระมัง ถ้าอย่างนั้นก็ขอให้ท่านช่วยให้ร้านขายของได้ดี และอธิษฐานต่อว่า ขอให้ได้เจอเจ้าของตัวจริงจะได้คืนให้ บังเอิญเพื่อนของคุณทัศนีไปกินอาหารที่ร้านนี้แล้วเล่าว่า บ้านของคุณทัศนีถูกโจรขึ้นบ้าน ถูกขโมยองค์พระไปตั้ง ๑๑ องค์ พี่เกษรยิ่งมั่นใจว่าน่าจะเป็นพระของคุณทัศนี จึงได้ไปปรึกษาพี่เล็กว่า ทำอย่างไรจึงจะคืนองค์พระให้คุณทัศนีได้โดยคุณทัศนีจะไม่เข้าใจผิด พี่เล็กก็บอกว่า "เรามีใจบริสุทธิ์จริงหรือไม่ ถ้าใจบริสุทธิ์ พระที่เก็บได้ทั้งหมดก็ต้องคืนให้เจ้าของนั่นแหละ" พี่เกษรจึงนำพระทั้งหมดมาให้พี่เล็กเก็บเอาไว้ และในวันเดียวกันนั้นเอง ก็ได้ไปหาคุณทัศนีที่บ้านเพื่อจะพาไปดูองค์พระว่าใช่องค์พระที่หายไปหรือไม่

คุณทัศนียังเล่าเสริมอีกว่า "พี่เกษรเองก็เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่เก็บองค์พระไปบูชาที่หิ้งพระ ก็เห็นองค์พระที่เป็นหยกมีแสงสว่างออกมาสวยงามมาก และก็ยังบอกอีกว่า แปลกมากที่คนอื่นที่เดินผ่านไปมาบริเวณนั้นทำไมไม่เห็น อีกทั้งปกติจะมีคนงานมากวาดขยะบริเวณนั้น แต่วันนั้นมากวาดช้ากว่าปกติ พอพี่เกษรเก็บพระได้แล้วหลังจากนั้นไม่กี่นาทีคนงานก็เข้าไปกวาดขยะบริเวณนั้นพอดี นอกจากนี้องค์พระที่เก็บได้หลังจากนำมาบูชา ก็ทำให้ร้านของพี่เกษรขายดีกว่าปกติมาก แต่พี่เกษรบอกว่า จะรู้สึกกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่ตลอดเวลา นึกแต่ว่าจะทำอย่างไรจึงจะหาเจ้าขององค์พระที่แท้จริงได้พบ


ส่วนพี่เล็กเองก็บอกว่า เมื่อเห็นพี่เกษรหยิบพระมาให้ก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที เหมือนกับมีกระแสอะไรบางอย่าง ยิ่งทำให้อยากจะเจอเจ้าขององค์พระเร็วยิ่งขึ้น เพราะรู้ว่าเจ้าของคงมีจิตใจที่บริสุทธิ์อย่างมากถึงได้องค์พระคืนมาอย่างอัศจรรย์"


คุณทัศนีกล่าวในตอนท้ายว่า "ดิฉันได้องค์พระคืนมาอย่างอัศจรรย์ด้วยอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุและคำอธิษฐานที่อธิษฐานกับรูปหล่อหลวงพ่อวัดปากน้ำรุ่นมารสยบที่วัด ซึ่งดิฉันก็ได้ทำบุญกองบุญธรรมะค้ำจุนโลก เพื่อบูชาธรรมคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ๑ กองทุน ตามคำอธิษฐานที่อธิษฐานไว้ว่า ถ้าได้องค์พระคืน ก็จะทำบุญกองทุนธรรมะค้ำจุนโลก เพราะว่าดิฉันมีความเชื่อมั่นในบุญ เชื่อมั่นในพระรัตนตรัย เชื่อมั่นในอานุภาพของพระมหาสิริราชธาตุ ทำให้คำอธิษฐานของดิฉันสำเร็จ และได้องค์พระคืนมาอย่างอัศจรรย์"


ถึงจะเชื่อมั่นในบุญกุศล และสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมายแค่ไหน ก็ไม่ควรตายใจประมาทเลินเล่อ ก่อนนอนควรดูแลฟืนไฟบ้านช่องให้เรียบร้อย ประตูหน้าต่างบานไหนไม่แข็งแรงมั่นคง ควรซ่อมแซมป้องกันไว้ให้แข็งแรง เพราะในยุคนี้ผู้คนตกงาน นับด้วยแสนด้วยล้านคน คนที่ไม่รู้บาปบุญคุณโทษ ก็จะเต็มใจหากินทางมิจฉาชีพ ยิ่งพอทำแล้ว ได้ทรัพย์มาง่ายดายก็ได้ใจ ไม่คิดจะประกอบสัมมาอาชีพใด ยึดอาชีพทุจริตเป็นประจำเรื่อยไป การขโมยงัดแงะเป็นอาชีพง่าย สะดวก รวดเร็ว อันตรายน้อย ทั้งกระทำยามวิกาล เจ้าของบ้านมัวแต่อ่อนเพลียง่วงนอน ยิ่งทำได้สบาย เจ้าของบ้านทุกบ้านจึงจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

รายคุณทัศนีนี้เมื่อทราบว่าขโมยงัดบ้าน เอาพระของขวัญชนิดต่าง ๆ เลี่ยมทองไว้หายถึง ๑๑ องค์ เล่าว่า "หัวใจแทบหยุดเต้น ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลย" ซึ่งเป็นความรู้สึกของคนที่ทำพระหายทุกคน จะเป็นอย่างนี้ เพราะต่างทราบกันดีว่า พระมหาสิริราชธาตุนั้นเป็นของประจำตัว ได้มาด้วยบุญ ท่านตามมาอยู่กับผู้เป็นเจ้าของจริงๆ และแต่ละองค์จะมีคุณสมบัติเหมือนเจ้าของ และด้วยความตั้งใจทำบุญใหญ่อันบริสุทธิ์ต่อไปข้างหน้าของคุณทัศนี เทพยดาท่านย่อมเห็นใจ นำพระมาคืนให้เป็นอัศจรรย์


ใครๆ คงไม่อยากพบสภาพอย่างคุณทัศนี จึงควรรักษาองค์พระให้ดี และหมั่นทำบุญกุศลเพิ่มต่อไปเสมอๆ ท่านจะได้เต็มใจอยู่ด้วยตลอดไป

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -