อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 32

เรื่องที่ ๓๔๖เชื่อมกระดูก

เรื่องที่ ๓๔๖เชื่อมกระดูก


อีกเพียง ๑ เซนติเมตรกระดูกขาของคุณแม่ก็จะหักเป็น ๒ ท่อน ไม่อยากให้คุณแม่ผ่าตัดเลย จะทำอย่างไรดี

 

 
 
คุณแม่กิมวา แซ่อุ่ย มาร่วมพิธีหล่อพระธรรมกายประจำตัวที่วัดเป็นประจำทุกอาทิตย์
 
 

คุณศรัณย์ศักดิ์ ด่านเพียรนาท อยู่อำเภอเมือง นนทบุรี เล่าว่า เมื่อประมาณเดือนมกราคม พ.ศ.๒๕๔๒ คุณแม่ของคุณศรัณย์ศักดิ์ ชื่อคุณแม่กิมวา แซ่อุ่ย อายุ ๗๔ ปี ขณะที่ท่านกำลังทำงานประจำวันตามปกติ คือ หุงข้าวปลาอาหารให้ลูกๆ ก่อนไปทำงาน ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ แต่ในเช้าวันหนึ่งท่านเกิดหกล้มขณะเทขยะบริเวณหน้าบ้าน พอดีพี่สาวไปเห็นเข้าก็รีบเข้าไปพยุงท่านเข้าบ้าน พอช่วงเย็นท่านมีอาการปวดบริเวณโคนขาด้านซ้าย ซึ่งท่านบอกว่า ทุกครั้งที่เคลื่อนไหวจะปวดและเจ็บมาก พี่สาวจึงพาคุณแม่ไปตรวจเช็คที่โรงพยาบาลวิภาวดีรังสิต หลังจากตรวจเช็คและเอ็กซ์เรย์ พบว่า คุณแม่เกิดกระดูกขาร้าวบริเวณโคนขาด้านซ้าย ซึ่งรอยร้าวค่อนข้างมาก คุณหมอบอกว่า อีกเพียง ๑ เซนติเมตรกระดูกก็จะหักเป็น ๒ ท่อน คุณหมอแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อดามเหล็ก เพราะกระดูกร้าว มีโอกาสขาดออกเป็น ๒ ท่อน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บและเป็นอันตรายมาก แต่ถ้าไม่ผ่าตัดจะให้กระดูกเชื่อมกันเองก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยถึง ๓-๔ เดือน เนื่องจากผู้ป่วยมีอายุมากแล้ว เนื้อเยื่อกระดูกมีน้อย จะมีโรคกระดูกพรุนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การเชื่อมต่อกระดูกต้องใช้เวลานานมาก และถ้าหากขยับตัวมากก็อาจจะทำให้กระดูกขาดออกเป็น ๒ ท่อนได้ แล้วก็ไม่สามารถเข้าเฝือกได้ เพราะอยู่ตรงบริเวณโคนขาใกล้กับข้อพับสะโพก ถ้าจะเข้าเฝือกก็ต้องเข้าเฝือกตั้งแต่โคนขาข้างขวา สะโพกขวา มายังสะโพกซ้ายจนถึงโคนขาข้างซ้าย ไม่ให้ขยับ ซึ่งในทางการแพทย์จะไม่ทำกัน คุณแม่บอกว่าจะไม่ยอมผ่าตัด เพราะกลัวการผ่าตัดมาก คุณหมอก็ปลอบใจว่า ถ้าคนป่วยนอนแล้วสลับนั่ง นั่งแล้วสลับนอน อย่างนี้โดยไม่ให้กระทบกับขาที่กระดูกมีรอยร้าว กระดูกก็น่าจะเชื่อมได้บ้าง แล้วมาให้คุณหมอเอ็กซ์เรย์ดูเป็นระยะๆ ลูกๆ ทุกคนก็เห็นด้วยกับวิธีนี้ และเพื่อให้คุณแม่สบายใจ หลังจากกลับมาบ้านแล้ว คุณศรัณย์ศักดิ์ก็อยากจะให้คุณแม่หายเร็วๆ โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยลองหาวิธีรักษาอื่นๆ แทนที่จะนอนเฉยๆ อยู่ที่บ้าน จึงนำฟิลม์เอ็กซ์เรย์ไปให้คุณหมอที่โรงพยาบาลอื่นๆ ดู ปรากฏว่า ทั้งคลีนิคและโรงพยาบาลที่มีความชำนาญด้านโรคกระดูก ก็ลงความเห็นเหมือนกับคุณหมอที่โรงพยาบาลวิภาวดีรังสิต และยังบอกอีกว่า คุณหมอที่รักษาคุณแม่ของคุณศรัณย์ศักดิ์เป็นคุณหมอที่เก่งมาก และมีความเชี่ยวชาญด้านโรคกระดูกโดยเฉพาะ คุณหมอที่โรงพยาบาลต่างรู้จักดีทั้งๆ ที่อยู่กันคนละโรงพยาบาล และคุณหมอทุกท่านต่างก็ลงความเห็นเหมือนกันหมดว่า ต้องผ่าตัดอย่างเดียว ถ้าไม่ผ่าตัด โอกาสที่จะหายนั้นยากมาก เพราะผู้ป่วยอายุมากแล้ว และยิ่งการนอนมากๆ ติดต่อกันหลายๆ เดือนเป็นอันตราย อาจมีผลกับปอดทำให้ปอดแฟบได้ และมีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่าย

 

 
 
ภาพฟิล์มเอ็กซ์เรย์ของคุณแม่กิมวา บริเวณโคนขาที่กระดูกร้าว
จะสังเกตเห็นรอยร้าวบนกระดูกที่ยาว จนเกือบจะขาดเป็น ๒ ท่อน
 
   
 
หลังจากที่ได้นำฟิลม์เอ็กซ์เรย์ไปปรึกษาคุณหมอจากโรงพยาบาลหลายแห่ง ก็รู้สึกทั้งดีใจและกลุ้มใจ ที่ดีใจเพราะได้พบกับหมอที่เก่งคือ คุณหมอดำรงค์ ธนะชานันท์ ที่โรงพยาบาลวิภาวดีรังสิตที่ได้มาดูแลคุณแม่ แต่ก็กลุ้มใจเพราะคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับปัญหาต่างๆ ที่ตามมา แล้วหากไม่หาย ทั้งโรคเก่าและโรคใหม่ คุณศรัณย์ศักดิ์บอกว่า "ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี รักก็รักคุณแม่มาก ห่วงก็ห่วงมาก กังวลก็กังวลมากเช่นกัน ทางออกเดียวที่จะช่วยได้ที่นึกออกในตอนนั้นก็คือ บุญ" โชคดีที่คุณแม่ของคุณศรัณย์ศักดิ์ก่อนที่จะหกล้ม ได้ไปร่วมพิธีหล่อพระธรรมกายประจำตัวทุกอาทิตย์ แล้วก็ทำบุญสร้างองค์พระประจำตัวทั้งบนโดม แกนกลาง ทั้งภายในภายนอก ทั้งที่ท่านทำเองและลูกๆ ทำบุญให้รวม ๖ องค์ แล้วท่านก็ได้รับพระมหาสิริราชธาตุรุ่นกรอบพญานาค ๔ สีด้วย ๑ องค์ สิ่งแรกที่คุณศรัณย์ศักดิ์ทำคือ ให้คุณแม่ใส่สร้อยคอที่มีพระมหาสิริราชธาตุ ซึ่งเดิมท่านใส่ๆ ถอดๆ แต่ตอนนี้ ให้ใส่ตลอด จากนั้นก็อาราธนาพระมหาสิริราชธาตุกรอบพญานาคของคุณศรัณย์ศักดิ์เองและรุ่นดรุณนาคะ ๔ องค์ รวม ๕ องค์ ไว้ในแก้วน้ำทั้งคืน แล้วสวดสรรเสริญขอบารมีองค์พระมหาสิริราชธาตุได้ช่วยรักษาคุณแม่ให้หายเจ็บเป็นอัศจรรย์ พอรุ่งเช้าก็ให้คุณแม่ดื่ม ระหว่างที่คุณแม่ นอนรักษาตัวอยู่บนเตียงนอน ท่านก็จะทำสมาธิทั้งเวลานั่งและเวลานอน พอครบ ๓ สัปดาห์ตามที่คุณหมอนัด ก็เรียกรถพยาบาล นำเปลมารับคุณแม่ไปเอ็กซ์เรย์ที่โรงพยาบาล ซึ่งต้องคอยระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นกระดูกอาจจะร้าวมากกว่าเดิมและจะทรมานเป็นอันตราย ผลจากเอ็กซ์เรย์แล้วปรากฏว่า ทุกอย่างยังปกติ กระดูกไม่ร้าวเพิ่มแต่อย่างใด อีก ๓ สัปดาห์ถัดมาก็เรียกรถพยาบาลไปเอ็กซ์เรย์อีก แต่ในครั้งนี้ตกใจมาก เพราะเท้าคุณแม่บวม ลูกๆ ทุกคนกลัวคิดไปต่างๆ นานา ต่างคนต่างภาวนาขอให้ท่านหายอย่าเป็นอะไรมากเลย คุณหมอมาตรวจดูอาการบอกว่า ไม่เป็นอะไรมาก ที่เท้าบวมก็เพราะเท้าไม่ได้ใช้งานนาน ส่วนความดันและการเต้นของหัวใจเป็นปกติ กระดูกที่ร้าวเริ่มเชื่อมกันแล้วและอีกนิดเดียวก็จะเชื่อมกันสนิท ลูกๆ แต่ละคนดีใจมาก พอกลับมาถึงบ้านก็รีบทำน้ำมนต์แก้วที่ ๒ ตามวิธีเดิมแล้วให้ท่านดื่ม พออีก ๓ อาทิตย์ถัดมาก็ไปหาคุณหมออีก ซึ่งแทบไม่น่าเชื่อเลย ทุกอย่างเป็นปกติ ผลการเอ็กซ์เรย์นั้น กระดูกเชื่อมติดกันสนิท ตรวจดูสุขภาพอื่นๆ ทุกอย่างเป็นปกติ ไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อนเลย คุณหมอยังบอกอีกว่า ผู้ป่วยแข็งแรงดี คุณหมอแนะนำให้คุณแม่หัดยืนก่อนในสัปดาห์แรก แล้วให้ใช้เครื่องช่วยเดิน (WALKER) เดินในระยะสั้นๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มระยะการเดินไปเรื่อยๆ คุณหมอสั่งยามาให้อีก ๑ ชุด เป็นยาเพิ่มกระดูก (แคลเซี่ยม) รับประทานหมดแล้วก็ไม่ต้องมาหาหมออีก เพราะหายเป็นปกติแล้ว ลูกแต่ละคนดีใจกันมาก ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อที่คุณแม่หายเร็วกว่าปกติมาก ปัจจุบันนี้คุณแม่เดินได้แล้ว แต่ยังต้องค่อยๆ หัดเดินโดยใช้เครื่องช่วยเดิน (WALKER) พอคุณแม่หายแล้วท่านเล่าให้ฟังว่า มีอยู่วันหนึ่งท่านฝันเห็นผู้ชายหลายคน หน้าตาสะอาดสะอ้าน ขาวๆ อูมๆ หน้าตาดี มายืนล้อมรอบเตียงนอน แล้วพูดกับท่านว่า "ลำบากมาเยอะแล้ว ให้สบายได้แล้ว ยังไม่ถึงคราวตาย" ตอนแรกท่านไม่กล้าบอกเพราะท่านกลัว แต่พอหายท่านก็เล่าให้ลูกๆ ฟัง ลูกๆ ก็ดีใจไปกับท่านด้วย ที่ท่านมีผู้ดูแลมาปรากฏในฝันให้ท่านได้เห็นเพราะบุญแท้ๆ
 
 
คุณศรัณย์ศักดิ์ เชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าคุณแม่หายได้อย่างรวดเร็วด้วยบุญ
 
   
 
นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้ว ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ คุณแม่ ลูกๆ และหลานๆ รวม ๑๐ คน ไปร่วมอธิษฐานจิตที่มหาธรรมกายเจดีย์ร่วมกับเหล่ากัลยาณมิตร ก็ได้เห็น "อัศจรรย์ตะวันแก้ว" กันทั้งหมด ๑๐ คน คุณแม่และลูกหลานต่างก็เชื่อมั่นในบุญ และยังได้พบกับเหตุการณ์ล่าสุดนี้อีก ยิ่งเพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้น คุณศรัณย์ศักดิ์กล่าวในตอนท้ายว่า
"พวกเราทุกคนดีใจมากที่ได้พบเนื้อนาบุญ แล้วยิ่งโชคดีจริงๆ ที่ได้สร้างบุญใหญ่ ด้วยการทำบุญเป็นเจ้าภาพสร้างพระธรรมกายประจำตัวกันทั้งครอบครัวเลย ตอนนี้คุณแม่แข็งแรงเดินได้คล่องขึ้นแล้ว และก็ได้มาร่วมพิธีหล่อพระธรรมกายประจำตัวที่วัดพระธรรมกายทุกอาทิตย์เหมือนเดิมแล้วครับ"

อายุ ๗๔ ปี ในยุคนี้ถือว่าครบอายุขัยของมนุษย์แล้ว แต่ความผูกพันของคนในครอบครัวย่อมไม่มีใครคำนึงถึงเรื่องวัย เรื่องอายุ นับว่าคุณแม่ของคุณศรัณย์ศักดิ์เป็นคนมีโชคดี มีบุญ และก็ต้องเป็นแม่ที่ดีมาก ลูกจึงรักและห่วงใยล้นเหลือ เมื่อแม่เจ็บป่วยก็พากันเป็นทุกข์ เป็นร้อน พาไปรักษาพยาบาลตามแพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะโรค โรงพยาบาลต่าง ๆ
คำพูดที่คุณศรัณย์ศักดิ์กล่่าวว่า "ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี รักก็รักคุณแม่มาก ห่วงก็ห่วงมาก กังวลก็กังวลมากเช่นกัน ทางออกที่จะช่วยได้ที่นึกออกในตอนนั้นก็คือ บุญ" คุณแม่ได้ยินแล้วคงต้องชื่นใจมากแน่นอน เมื่อลูกนึกเรื่องบุญเป็นที่พึ่งก็ย่อมพูดเตือนใจผู้เป็นแม่ได้ ประกอบกับ แม่สร้างบุญไว้หลายเรื่องลูกเตือนเพียงไม่กี่คำก็จำได้

 

เมื่อนึกถึงบุญกุศลออก ความศรัทธาในพระรัตนตรัยย่อมเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ ทำให้น้ำมนต์พระมหาสิริราชธาตุมีความศักดิ์สิทธิิ์ยิ่งขึ้น เหตุอัศจรรย์จึงเกิด กระดูกของผู้ชราวัย ๗๔ ปี เชื่อมติดกันได้สนิทเหลือเชื่อ


ที่น่าประหลาดใจก็ตรง ผู้เป็นแม่เล่าว่า ฝันเห็นผู้ชายหลายคน หน้าตาสะอาดสะอ้าน ขาว ๆ อูม ๆ หน้าตาดี มายืนล้อมรอบเตียงนอน แล้วพูดกับท่านว่า "ลำบากมาเยอะแล้ว ให้สบายได้แล้ว ยังไม่ถึงคราวตาย"

โดยปกติที่มีรายอื่นเล่ากันมา ซึ่งเคยพิมพ์ไว้ในเล่มก่อน ๆ คนเจ็บมักจะฝันเห็นอย่างมาก ๔ รายเป็นชายล้วน หน้าตาดี ทำนองนี้ มาพูดว่า พวกเขาอยู่ในองค์พระ หรืออยู่ในรูปภาพองค์พระ มาช่วยเหลือสำหรับรายนี้เล่าว่า มากันหลายคน เข้าใปในบ้านของคุณศรัณศักดิ์ มีพระมหาสิริราชธาตุแบบต่างๆ หลายองค์ของคุณแม่ทำบุญไว้ ๖ องค์ มีกรอบพญานาคสี่สีอีก ๑ องค์ ของคุณศรัณศักดิ์อีก ๕ องค์ เป็นกรอบพญานาคสีทองและกรอบดรุณนาค เทวดานาคจะไม่ดูแลอยู่กันเต็มบ้านได้อย่างไร
ผู้ป่วยเองยังเคยได้เห็นอัศจรรย์ตะวันแก้วพร้อมลูกหลาน ๑๐ คน ในวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๑ ย่อมเชื่อมั่นในบุญกุศลเต็มเปี่ยม
"แรงอะไร ไม่เท่าแรงกรรม" เป็นความจริงแท้แน่นอน รายนี้เป็นแรงของกรรมดีให้ผล กระแสพลังกรรมดีคือบุญกุศลย่อมมีอำนาจทำให้เซลล์ในร่างกาย ทำงานซ่อมแซมส่วนที่ชำรุดให้คืนสภาพได้โดยเร็ว

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -