อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ

พระมหาสิริราชธาตุ รุ่นดูดทรัพย์ สำหรับ ผู้สร้างพระธรรมกายประจำตัวภายในมหาธรรมกายเจดีย์นั้น จะได้รับของที่ระลึกเป็นพระธรรมกายของขวัญ

อานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ เล่ม 32

เรื่องที่ ๓๔๒ผ่ามิติยูเทิร์น

เรื่องที่ ๓๔๒ผ่ามิติยูเทิร์น



พอไฟเขียวเท่านั้น รถเก๋งสีน้ำเงินเข้มก็วิ่งฝ่าไฟแดงมา และกำลังจะพุ่งเข้ามาชนแล้ว

 

 

คุณศิริจิตต์ ทองประทุม อยู่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เล่าว่า ได้เข้าวัดพระธรรมกายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๕๔๑ และยังได้ทันสร้างองค์พระธรรมกายประจำตัวประดิษฐานภายนอกมหาธรรมกายเจดีย์ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๑ พอดีอีก ๑ องค์ ทั้งๆ ที่มีอุปสรรคมากมายในเรื่องเงิน แต่ก็ได้ทำสมใจ และยังได้ไปปฏิบัติธรรมที่สวนบัวเป็นครั้งแรกและยังเป็นรุ่นพิเศษอีกด้วย คุณศิริจิตต์ได้อธิษฐานตลอดว่า ขอให้ได้สร้างองค์พระให้คุณแม่ สามี และลูกๆ อีกคนละองค์ จากนั้นก็ได้เงินมาสร้างสมใจปรารถนา และยังมีโชคได้ลาภมาอีกก้อนใหญ่ พอดีกับช่วงนั้นหลวงพ่อท่านเมตตาเปิดโอกาสให้ได้สร้างองค์พระบนยอดโดม จึงเกิดความปีติเป็นอย่างมาก ที่ได้มีโอกาสมาสร้างองค์พระบนโดมมหาธรรมกายเจดีย์ เพราะว่าตัวเองเข้าวัดช้ากว่าคนอื่น ทำให้พลาดโอกาสทำบุญใหญ่หลายอย่างไป

 

 

เส้นทางที่รถของคุณศิริจิตต์เลี้ยวกลับรถมา
 

เส้นทางที่รถเก๋งวิ่งฝ่าไฟแดงมา และจะชนรถของคุณศิริจิตต์


จุดที่รถเก๋งเฉียดรถของคุณศิริจิตต์ไปเหมือนกับไม่มีรถของคุณศืริจิตต์อยู่บนถนนเลย

 

 
คุณศิริจิตต์ ทองประทุม ผู้ยึดมั่นพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต  
 

คุณศิริจิตต์ได้พบอานุภาพพระมหาสิริราชธาตุ ๒ เรื่อง

เรื่องแรก เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๒ ตอนเย็นเวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. คุณศิริจิตต์ได้ขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อจะไปร่วมปล่อยปลาที่หนองตะเคียน พอขับไปถึงบริเวณ ๔ แยกไฟแดงกิโลเมตรที่ ๑ ก็ได้ไปคอยไฟแดงเพื่อจะเลี้ยวกลับรถ (ยูเทิร์น) พอไฟเขียวขับรถออก ซึ่งในวินาทีนั้นก็ได้มีรถเก๋ง สีน้ำเงินเข้มวิ่งฝ่าไฟแดงมาจะพุ่งเข้ามาชนรถมอเตอร์ไซค์ของคุณศิริจิตต์ ตอนนั้นตกใจมากทำอะไรไม่ถูก แต่ก็อัศจรรย์มากที่สุดในชีวิต รถคันนั้นกลับวิ่งเฉียดรถของคุณศิริจิตต์ไปเหมือนกับไม่มีรถของคุณศิริจิตต์อยู่บนถนน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก คุณศิริจิตต์บอกว่า "พอรถคันนั้นผ่านตัวไปอย่างรวดเร็ว ดิฉันมีความรู้สึกว่าตัวเองชาไปหมดทั้งร่าง แต่ก็ยังขับรถมอเตอร์ไซค์ ตามรถเก๋งคันนั้นไปอย่างงงๆ" แต่พอรถเก๋งคันนั้นขับผ่านรถของคุณศิริจิตต์ ไปได้เพียง ๓๐-๔๐ เมตร รถคันนั้นก็ได้ไปชนกับรถเก๋งสีแดงที่แซงขึ้นมากันเต็มแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปหมด พอคุณศิริจิตต์ขับรถไปถึงจุดที่เกิดเหตุ ได้เห็นคนขับรถเก๋งสีน้ำเงินที่ขับรถผ่านตัวคุณศิริจิตต์ไปนั้น บริเวณศีรษะมีแต่เลือดเต็มไปหมด คนก็มามุงดูกันเยอะมาก คุณศิริจิตต์บอกว่า "ดิฉันบอกไม่ถูกเลยค่ะว่า ถ้าดิฉันโดนรถฝ่าไฟแดงคันนั้นชนเข้า คงจะไม่เหลือชิ้นดีทั้งรถทั้งคน เพราะรถวิ่งมาเร็วมาก"

หลังจากกลับจากปล่อยปลาแล้วก็ได้เดินทางไปยังจังหวัดสกลนครทันที ในระหว่างเดินทางได้เปิดเทปสวดสรรเสริญพระมหาสิริราชธาตุ แล้วก็คุยกันถึงเรื่องวัดและเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดเมื่อตอนเย็นให้สามีฟัง ในขณะที่รถได้ผ่านแยกอำเภอแกลงมาแล้ว ก็ได้ขับรถตามรถกระบะซึ่งบรรทุกของเต็มคันรถ สักพักรถกระบะคันนั้นเกิดยางระเบิดขึ้นเสียงดังมาก และรถได้หมุนอย่างแรงและพลิกคว่ำอย่างรวดเร็ว คุณศิริจิตต์ในตอนนั้นตกใจอย่างมาก เอามือกุมองค์พระและบอกกับตัวเองในใจทันทีว่า ขออย่าให้คนขับเป็นอะไรเลย ซึ่งรถของคุณศิริจิตต์ก็เบรคได้ทัน หวุดหวิดไม่ชนกับรถกระบะคันข้างหน้า ทั้งๆ ที่รถกระบะกับรถของคุณศิริจิตต์ห่างกันไม่ถึง ๓ เมตร แล้วก็ไม่ปัดหรือเสียหลักมาโดนรถของคุณศิริจิตต์ด้วย


คุณศิริจิตต์บอกว่า "ทั้ง ๒ เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดียวกัน ห่างกันไม่กี่ชั่วโมงเอง ถ้าประสบกับตัวก็คงจะเสียชีวิตหรือทรัพย์สิน แต่ดิฉันได้ผ่านเหตุร้ายนั้นมาด้วยความปลอดภัย ดิฉันปีติในบุญที่ได้สร้างองค์พระและได้รับพระมหาสิริราชธาตุมาบูชา ซึ่งได้นำมาติดตัวสวดสรรเสริญไม่เคยขาด วันหนึ่งๆ ก็จะหยิบองค์พระขึ้นมาดูหลายๆ ครั้ง ใจอยู่กับท่านตลอดเวลาเลยค่ะ"

จุดที่คุณศิริจิตต์วางกระเป๋าสตางค์และลืมเอาไว้ในห้องน้ำที่ห้างสรรพสินค้าที่พัทยา คุณศิริจิตต์ชี้ให้ดูกระเป๋าสตางค์ที่มีรูปสติกเกอร์พระมหาสิริราชธาตุ

เรื่องที่ ๒ วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ คุณศิริจิตต์ได้ไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าที่พัทยา พอเลือกของเกือบจะเสร็จก็ได้เข้าห้องน้ำที่ห้าง พอกลับออกมาก็มาเลือกซื้อของอีก ซึ่งของที่ซื้อนั้นก็จะเป็นของแห้งที่จะใช้ใส่บาตรในเช้าวันมาฆบูชาที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ที่วัดพระธรรมกาย พอเสร็จจากเลือกของแล้วกำลังจะไปให้เจ้าหน้าที่คิดเงิน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาทักว่า "พี่ๆ กระเป๋าสตางค์ของพี่หรือเปล่า" ในตอนนั้นคุณศิริจิตต์ใจหายวาบ นึกถึงว่าต้องหายตอนเข้าห้องน้ำแน่นอน พอมองดูก็ใช่กระเป๋าสตางค์ของตัวเองจริงๆ คิดในใจว่า ลืมได้อย่างไร เพราะปกติจะเป็นคนที่ระมัดระวังมากเรื่องกระเป๋าสตางค์ คุณศิริจิตต์รีบยกมือไหว้ขอบคุณผู้หญิงคนนั้น พอรับเสร็จผู้หญิงคนนั้นก็รีบเดินไปทันที เขาคงจะตามหาเจ้าของมานานมาก เพราะเป็นวันอาทิตย์สิ้นเดือนคนจะเยอะมาก แต่ผู้หญิงคนนั้นก็ตามหาคุณศิริจิตต์จนพบ ซึ่งในกระเป๋าสตางค์ของคุณศิริจิตต์นั้นได้ติดรูปของคุณยายอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง และสติกเกอร์พระมหาสิริราชธาตุพิชิตมารไว้ด้วย คุณศิริจิตต์บอกว่า "ไม่น่าเชื่อเลยว่า กระเป๋าหายในห้างสรรพสินค้าแล้วได้คืน แล้วของในกระเป๋า ก็ยังอยู่ครบทุกอย่าง ยิ่งพอดูรูปของคุณยายอาจารย์ ก็เหมือนท่านกำลังยิ้มให้ด้วย ถ้าไม่เจอกระเป๋าในวันนั้นก็คงซื้อของที่เลือกไว้เต็มรถเข็นเพื่อไปใส่บาตรในวันมาฆบูชาที่วัดพระธรรมกายไม่ได้แน่ ดิฉันรู้สึกปลื้มปีติและอัศจรรย์ ใจจริงๆ ค่ะ"

 

คุณศิริจิตต์ เพิ่งเข้าวัดเมื่อปี ๒๕๔๑ นี้เอง แต่มีศรัทธาปรารถนาทำบุญสร้างองค์พระประดิษฐานไว้บนเจดีย์มาก ไม่เพียงแต่สร้างให้ตนเอง ต้องการสร้างให้มารดา ให้สามีและลูกๆ ด้วย

ความปรารถนา อยากได้บุญกุศล ไม่ใช่ความโลภ โลภะ หรือความโลภนั้น ต้องเป็นความอยากได้ในเรื่องของกามคุณอารมณ์ทั้ง ๕ คืออยากได้ในรูปสวยๆ เสียงเพราะๆ กลิ่นหอมๆ รสอร่อยๆ และสัมผัสทางกายที่นิ่มนวล สุขสบาย

เมื่ออยากได้ในกามคุณอารมณ์ ความอยากชนิดนี้จึงเป็นกิเลส รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ล้วนแต่เป็นอารมณ์ให้กิเลสเกิด ส่วนความอยากได้บุญกุศล เป็นอารมณ์ให้กุศลจิตเกิด เพราะบุญกุศลเมื่อมีมากขึ้นๆ ย่อมกลั่นตัวเป็นบารมี บารมีเมื่อมีมากขึ้นๆ จนครบทั้งสิ้น สามารถสิ้นอาสวกิเลส พ้นจากวัฏสงสาร เลิกเวียนว่ายตายเกิด เข้าพระนิพพาน

ตรงข้ามกามคุณ ๕ ยิ่งได้มายิ่งทำให้กิเลสเพิ่ม เป็นทั้งโลภะ ทั้งราคะ ถ้าไม่ได้ดังใจปรารถนา ก็พาให้ไม่พอใจ กลายเป็นโทสะ

เมื่อคุณศิริจิตต์อยากได้บุญกุศล เท่ากับมีกุศลจิตเป็นพื้นใจอยู่ พอได้ไปร่วมกับหมู่คณะปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ตลอด ๗ วัน ย่อมได้ภาวนามัย กุศลอันเป็นบุญใหญ่ เพิ่มกำลังบุญให้ยิ่งขึ้นเป็นทับทวี

โดยปกติคนเราควรสร้างบุญกุศล ทั้งทำทาน รักษาศีล และเจริญภาวนาอยู่เนืองนิจ การทำทานคือบริจาคความตระหนี่ออกไป ความตระหนี่นั้นเป็นกิเลสชนิดหนึ่ง เรียกว่ามัจฉริยะ อยู่ในตระกูลโทสะ

ผู้ใดบำเพ็ญทานได้บ่อยๆ ย่อมทำให้รักษาศีลได้ง่ายขึ้น เพราะ รักษาศีล ก็คือเว้นจากการทำความชั่วในรูปแบบต่างๆ เมื่อรักษาศีลได้ ย่อมทำให้เจริญภาวนาได้รับผลดี ไม่มีวิปฏิสารเดือดร้อนใจ

บุญกิริยาวัตถุทั้ง ๓ ประการ คือ ทาน ศีล ภาวนานั้น ถ้าจะถามว่าอย่างใดมีอานิสงส์มากน้อยกว่ากัน คงตอบได้ว่า ศีลมีอานิสงส์มากกว่าทาน และภาวนามีอานิสงส์มากกว่าศีล
ในการไปปฏิบัติธรรมที่เชียงใหม่ของคุณศิริจิตต์ตามที่เล่ามา ได้บำเพ็ญบุญกิริยาครบทั้ง ๓ ประการ
เป็นการทำกุศลที่พร้อมด้วยจิตใจ มีปีติโสมนัส มีปัญญา และเต็มใจตั้งใจทำด้วยตนเอง ไม่ใช่ด้วยการชักชวน หรือเกรงใจใคร อานิสงส์ผลบุญจึงเกิดมหาศาลบันดาลความสำเร็จอย่างทันตาเห็น ได้เงินมาก้อนใหญ่ สามารถทำบุญได้สมใจเป็นอัศจรรย์ แม้แต่องค์พระประดิษฐานบนโดม ก็มีโอกาสได้ร่วมสร้าง เมื่อทำบุญแล้ว ได้รับพระของขวัญพระมหาสิริราชธาตุมากราบไหว้บูชาสวดสรรเสริญ ได้พบอานุภาพถึง ๒ เรื่อง

เรื่องแรก ขณะที่กำลังเลี้ยวยูเทิร์นรถเก๋งพุ่งมาเฉีี่ยวรถมอเตอร์ไซค์ของคุณศิริจิตต์แล้วผ่านไปโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เกิดกับคุณศิริจิตต์เป็นรายแรก มีหลายรายประสบด้วยตนเองแล้วเล่ามา เช่น ขับรถเก๋งไปทางนครนายก ด้วยความเร็วสูงมาก รถสิบล้อเปลี่ยนเลน กระทันหันมาขวางหน้ารถ ตนเองไม่สามารถชลอความเร็วได้ทัน คิดว่าต้องชนท้ายรถสิบล้อแน่นอน เพราะป้ายทะเบียนรถสิบล้อแทบจะอยู่บนกระจกหน้ารถของตน จึงหลับตาเตรียมตาย ในใจร้องเรียกให้พระมหาสิริราชธาตุช่วยด้วยตลอดเวลา หลับตาอยู่สักพัก ไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักที จึงลืมตาดู กลับกลายเป็นรถตนเองวิ่งอยู่หน้า รถสิบล้อวิ่งตามหลังในเลนเดียวกัน ไม่ทราบว่าวิ่งผ่านมาได้อย่างไร หรือบางรายถูกรถสิบล้อเบียดมีช่องว่างอยู่นิดเดียว ชลอความเร็วไม่ได้ วิ่งเสี่ยงไปในช่องว่างนั้น คิดว่าคงถูกอัดบี้แบน แต่กลับวิ่งลอดไปได้โดยสวัสดี


ส่วนเรื่องที่สองของคุณศิริจิตต์ เป็นอานุภาพการระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยและตั้งใจที่จะไปทำมหาทานบารมีด้วยการที่จะไปตักบาตรแด่คณะสงฆ์ในวันมาฆบูชา บุญจึงบันดาลให้พบคนดี เก็บกระเป๋าสตางค์มาคืนให้อย่างอัศจรรย์

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -