วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ ลูกสาวของผมเป็นคนรักบุญกลัวบาป ควรจะอบรมอย่างไร เพื่อให้เขาได้คิด ?

 

 

 

ตัวอย่างนี้จะได้บุญหรือไม่ และควรจะอบรมอย่างไร เพื่อให้เขาได้คิด ?

 

       ลูกสาวของผมเป็นคนรักบุญกลัวบาป ตื่นขึ้นมาก็สวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วนอนต่อ ตื่นอีกทีเกือบเที่ยงวัน ตอนเย็นก็สวดมนต์ทำวัตรเย็น แล้วก็นั่งดูทีวีจนดึกดื่น การงานทางโลกไม่เคยมีความรับผิดชอบ พ่อแม่ต้องคอยดูแลให้ ทั้งที่อายุก็มากแล้วไม่ทราบว่าการทำ

 

         เรื่องนี้ฟังเผินๆ เหมือนเป็นความผิดของลูกสาว แต่ว่าความจริงแล้วเป็นความผิดของตัวคุณเองนั่นแหละ ที่เลี้ยงลูกไม่เป็น ปล่อยให้เป็นคนเอาแต่ใจตัวเอง มาตั้งแต่เด็กๆ

        เพราะคุณคงไม่เคยสอนให้เขามีความรับผิดชอบต่อตัวเอง ไม่เคยสอนให้เขาช่วยเหลือตัวเอง ไม่เคยสอนให้เขาเป็นคนมีวินัย ทั้งในเรื่องเวลา ทั้งในเรื่องการเงินและการงาน เพราะฉะนั้น ความผิดที่เล่ามาทั้งหมดนี้ จึงเป็นความผิดของคุณ
        ส่วนการที่ลูกสาวของคุณมีนิสัยอย่างนั้น ก็เป็นผลแห่งความผิดพลาดที่คุณทำเอาไว้นั่นเอง
        ที่หลวงพ่อพูดอย่างนี้ ไม่ใช่จะมาซ้ำเติม แต่อยากจะให้คุณรู้ตัวเสียก่อนว่า นี่เป็นความผิดของคุณ เพราะความที่ไม่รู้ว่าคนเรานั้นจะต้องประกอบด้วย

ความเก่ง และ ความดี


        ประการที่ ๑ จะต้องมีความรู้ มีความสามารถ ที่จะรับผิดชอบเลี้ยงตัวเองให้ได้ ซึ่งจะเรียกว่าเป็น ความเก่ง ก็ได้
        ประการที่ ๒ จะต้องมีความดีอยู่ในตัว หรืออย่างน้อยต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร โดยการไม่ผิดศีล ไม่เอาเปรียบใคร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ความดี
        ในเมื่อคุณมองความเก่งและความดีของคนไม่ออก และเลี้ยงลูกแบบปล่อยปละละเลย วันนี้คุณจึงต้องมารับกรรมนั้น ส่วนลูกสาวของคุณอาจจะลอกเลียนความดีบางอย่างมาจากคุณได้บ้าง
        เช่น การสวดมนต์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่การสวดมนต์ของลูกสาวของคุณ เป็นการสวดแบบไม่รู้คำแปล ไม่รู้ความหมาย ไม่รู้ถึงวัตถุประสงค์ของการสวดมนต์ที่แท้จริง
        เพราะฉะนั้น การสวดมนต์ที่คุณและลูกสาวคิดว่าได้บุญ คงเป็นเพียงแค่การบ่นไปเท่านั้นเอง ไม่แน่นักว่าจะได้บุญหรือไม่
        ส่วนที่คุณบอกว่าลูกของคุณเป็นคนรักบุญกลัวบาปนั้น หลวงพ่อชักไม่แน่ใจ เอาเป็นว่า แกพอจะมีความเมตตากรุณาอยู่ในใจบ้างที่ไม่ฆ่ามด ไม่ฆ่าปลวก แต่ว่าในความเมตตากรุณานั้น ยังมีสิ่งอื่นแฝงอยู่ด้วย
        เช่น อาจจะเป็นแค่การแสดงความเมตตากรุณาเป็นฉากหน้า แต่ลึกๆ ก็คือขี้เกียจทำงาน แล้วมาบอกว่า นั่นก็บาป นี่ก็บาป ก็เลยไม่ทำอะไร
        เพราะฉะนั้น ต้องบอกว่า วันนี้คุณกำลังได้รับผลกรรม จากการปล่อยปละละเลยในการเลี้ยงลูก หรือได้รับผลกรรม จากการที่ไม่สนใจว่าการเลี้ยงลูก ที่ถูก ที่ควร นั้นเขาทำกันอย่างไร และความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์นั้นอยู่ที่ตรงไหน
        วิธีเลี้ยงลูกที่ถูกต้อง ในขั้นต้นจะต้องรู้ว่า คุณสมบัติของคนดี จะต้องมีความรับผิดชอบอย่างน้อย ๓ ประการด้วยกัน คือ
        ๑. มีความรับผิดชอบต่อความเป็นมนุษย์ของตนเอง ด้วยการรักษาศีล ๕
        ๒. มีความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ หรือความเป็นอยู่ของตัวเอง ด้วยการที่นอกจากตั้งใจทำมาหากิน มีอาชีพแล้ว ยังต้องไม่จมอยู่ในอบายมุขอีกด้วย
        สำหรับอบายมุขข้อที่มีโทษกับมนุษย์มากที่สุด แต่มักมองกันไม่ออก ได้แก่ ความเกียจคร้านทำการงาน
        เพราะว่ามนุษย์ยังต้องกินต้องอยู่ เมื่อขี้เกียจทำการงาน ก็เลยไปเอาเปรียบคนอื่นเขา พูดง่ายๆ เป็นคนแต่ว่าชอบทำตัวเป็นกาฝาก ชอบทำตัวเป็นปลิง ไปเกาะและดูดเลือดคนอื่นนั่นเอง
        ๓. มีความรับผิดชอบต่อสังคม คือ ไม่ยอมให้เกิดความลำเอียงขึ้นมา
        ไม่ว่าจะไปอยู่บ้านไหน หมู่บ้านไหน อยู่ตำบลไหน อำเภอไหน จังหวัดไหน ประเทศไหน ก็ไม่ยอมให้เกิดความลำเอียงในบ้าน ในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัด ในประเทศนั้น เห็นความลำเอียงเกิดขึ้นที่ไหน รีบหาทางแก้ไขทันที
        แต่ว่าตั้งแต่ลูกสาวของคุณยังเล็กๆ คุณคงมองภาพคนดีไม่ออก ว่าคนดีจะต้องมีความรับผิดชอบอย่างน้อย ๓ ประการนี้ แล้วหลวงพ่อก็ไม่แน่ใจว่า คุณประพฤติปฏิบัติตนอย่างไรกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณเอง
        ถ้าคุณประพฤติปฏิบัติตนกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณได้ดีจริงๆ เช่น ดูแลท่านอย่างดี รับใช้ท่านอย่างดี ลูกสาวของคุณก็น่าจะได้ตัวอย่างที่ดีเหล่านั้นมาจากคุณบ้าง
        แต่เท่าที่เล่ามา ลูกสาวของคุณไม่มีแววอย่างนั้นเลย ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า เป็นไปได้ไหม ว่าตัวคุณเองนั่นแหละ ที่มีเชื้อของความไม่รับผิดชอบต่อพ่อแม่ ไม่รับผิดชอบต่ออาชีพการงาน อย่างเท่าที่ควรจะเป็นมาก่อน
        จะอย่างไรก็ตาม วันนี้คุณเองก็เริ่มได้คิดแล้ว เพราะฉะนั้น เรามาช่วยกันแก้ไขก็แล้วกัน
        สำหรับวิธีแก้ไขเพื่อให้เป็นคนที่มีความรับผิดชอบทั้ง ๓ ประการนั้น ไม่ว่ากรณีใด ก็มีหลักง่ายๆ อยู่ ๒ ประการด้วยกัน คือ
        ๑. ต้องควบคุมเวลาให้ได้ คือ ฝึกให้มีวินัยเรื่องเวลา เช่น เวลาในการกิน การนอน การตื่น การทำงาน เป็นต้น ต้องควบคุมให้ได้ ถ้าลูกสาวของคุณไม่ทำตามนั้น บทลงโทษก็ต้องมี
        ๒. ต้องควบคุมการเงินให้ได้ คือ ฝึกให้มีวินัยเรื่องการเงิน เช่น ถ้าไม่ทำงานก็ไม่ได้เงิน เป็นต้น
        ถ้าสามารถควบคุมให้มีวินัยทั้ง ๒ ประการนี้ได้ ก็จะแก้ไขนิสัยลูกสาวของคุณได้ เพราะการที่เรากำหนดให้มีวินัยเรื่องเวลากับเรื่องการเงิน ก็เท่ากับเป็นการกำหนดความรับผิดชอบต่อตัวเองและรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจในเบื้องต้น ซึ่งก็จะกลายเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมไปด้วยในตัว
        เพราะฉะนั้น คุณต้องรีบกำหนดมาตรการบริหารเวลาให้กับตัวของคุณเอง และให้กับลูกสาวของคุณ ที่จะต้องมาร่วมในกำหนดเวลาเหล่านี้ด้วย เดี๋ยวคุณก็จะสามารถแก้ไขนิสัยลูกสาวของคุณได้ ไม่อย่างนั้นแม้แต่เทวดาก็ช่วยคุณไม่ได้

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 43 พฤษภาคม ปี 2549

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร