วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ เทพธิดาแผงลอย ผู้รื้อผังความลำบากยากจน

สัมภาษณ์พิเศษ
เรื่อง : ร.ลิ่วเฉลิมวงศ์ e-mail : r.luck072@gmail.com ภาพ : เจริญ เพ็ชรกิจ

 

 

 

       "ความไม่มี..มันบีบคั้นให้เราต้องกินน้ำก๋วยเตี๋ยวถ้วยเล็กๆกับข้าวเปล่า แถมต้องแบ่งกันกินถึง ๒ คน สภาพเราตอนนั้นคงไม่มีใครคิดหรอกว่า หลังจากนั้นอีก ๓ ปี จะมีเงินทำบุญถึงล้านห้า แถมมีเงินสดซื้อที่อยู่เป็นของตัวเองอีกล้านห้า

      สมเพียร ปราบศัตรู และ จันทนา ศรีเมือง ..แม่ค้าแผงลอย ที่เร่ร่อนขายของอยู่แถวประตูน้ำ เราเคยเป็นเด็กข้างถนนที่ยืนขายลูกเหม็นห่อเล็กๆ เดินขายพวงมาลัยตามทางเท้า วิ่งหนีตำรวจเทศกิจมาตั้งแต่ ๑๐ ขวบ ชีวิตเราไม่เหมือนเด็กคนอื่น ที่ได้เล่น ได้ดูการ์ตูน ความลำบากติดตัวเราจนโต แม้ตอนมาเป็นลูกจ้างแล้ว ก็ต้องยืน ขายของ ยกของ ขนของเป็นเด็กวิ่งส่งกาแฟ ทำงาน ตั้งแต่ ๘ โมงเช้า จรด ๖ โมงเย็น ต้องทำทุกอย่างที่ นายจ้างสั่ง เพื่อแลกกับเงินเดือนขั้นต้น๔,๕๐๐ บาท พอสิ้นเดือนเงินก็แทบไม่เหลือ เพราะต้องจ่ายค่าเช่า ห้อง ค่าของกิน ของใช้‚

         จนต่อมาได้มารู้จักเพื่อนที่เป็นลูกจ้างร้านเยื้อง กัน เรามีสภาพที่ไม่ต่างกันมากนัก คือ เรียนมาน้อย ต้องเริ่มต้นทำงานตั้งแต่เป็นเด็กวิ่งซื้อกับข้าวในร้าน ตัดเย็บจนขยับมาเป็นลูกจ้างหน้าร้าน ต้องเข็นผ้า ขนกระสอบหนักกว่า ๓๐ กิโลกรัม บางทีก็ต้องเลิกงานดึกกว่าเราคือ ๒ ทุ่ม เพราะต้องรอส่งของลูกค้าเราจึงมีความคิดตรงกันว่า อายุเราก็มากขึ้นทุกวัน หากยังต้องทำงานหนัก แล้วสุดท้ายเงินเดือนไม่ เหลือแบบนี้ อนาคตคงแย่แน่ๆ เราจึงปรึกษากันว่าหลังจากเลิกงานแล้ว กลางคืนจะไปหารายได้พิเศษ ขายของแผงลอย แต่เนื่องจากไม่มีทุน จึงตัดสินใจเอาเสื้อผ้า รองเท้ากระเป๋าในตู้ของพวกเรากันเองมาขายเป็นสินค้ามือสอง ขายตัวละ ๓๐ บาทบ้าง ๒๐ บาทบ้าง ขายจนมีเหลือสำหรับใช้จริงๆ ไม่กี่ตัวพอเสื้อผ้าหมดก็ต้องหาของอื่นมาขาย เอาหนังสือนิตยสารที่เขาให้มาขายเล่มละ ๕ บาทบางทีก็ต้องไปเก็บของจาก
กองขยะที่เขาทิ้งแล้ว เช่น รองเท้า ผ้าใบมาซักให้สะอาดแล้วขาย แม้จะพอขายได้ แต่ก็ได้เงินแค่หลักร้อย ซึ่งก็เอาเงินหลักร้อยนี่แหละ เป็น ทุนไปซื้อกระเป๋าใบละ ๑๐ บาทมายืนขาย จากนั้นก็ตัดสินใจไปขายยังตลาดวัยรุ่นแถวสะพานพุทธ แต่พอขายๆ ไปก็เข้าเนื้อ เพราะค่ารถ ค่ากิน ค่าที่ พอหักค่าใช้จ่ายแล้วแทบไม่เหลืออะไรเลยแถมยังต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่าเพราะต้องทำงานทั้งเช้า ทั้งกลางคืน แต่ก็ต้องทน เพราะเราอยากหลุดพ้นจากความเป็นลูกจ้าง เราไม่อยากเป็นลูกจ้าง
เขาไปตลอดทั้งชีวิต

         ชีวิตที่ต้องดิ้นรน แต่พวกเธอดิ้นเท่าไรก็ยิ่งไม่หลุด เหมือนยิ่งดิ้นความเหนื่อย ความสาหัสของชีวิตก็ยิ่งเพิ่มขึ้น

         เราก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ทำงานมาก กว่าเดิม เหนื่อยหนักกว่าเดิมมาก จนนอนไม่พอ ใจสั่น เวลายืนมีอาการโคลงเคลงตลอด แต่ก็ไม่ได้รวยขึ้นเลยแถมบางครั้งโชคยังไม่เข้าข้างเพราะเวลาไปตั้งแผงขายที่ไหน ก็โดนขับไล่กลั่นแกล้ง กระทบกระเทียบด่าว่า ว่าอย่ามาเกะกะขวางทาง บางทีก็โดนเอาเชือกมาผูกล้อมไม่ให้ขาย ทั้งๆ ที่เรากำลังขายอยู่เห็นๆ บางทีก็โดนตำรวจรื้อค้นดูว่าสินค้าเราเป็นของลิขสิทธิ์หรือเปล่า คือ ต้องขายกันอย่างหวาดระแวง เพราะเราไม่มีทุนเปิดร้านเป็น ของตัวเอง แม้ในช่วงที่ได้ลาออกจากงานทั้งคู่ มาขาย แผงลอยเร่ร่อนเต็มตัว สภาพเราลำบากกันสุดๆ เพราะต้องนั่งรถไปซื้อผ้ามือสองจากโรงเกลือที่ติดชายแดนขมรมาขาย บางวันไปถึงด่านปิดแล้วเขา เก็บร้านไปแล้ว เราก็ต้องนอนกันที่ศาลาข้างถนน กลัวก็กลัว ยุงก็กัดจนพรุนไปหมด พอตื่นมาก็รีบไปเลือกผ้าตั้งแต่เช้าจน ๔ โมงเย็น พอขนเสื้อผ้ากลับมาที่ห้องก็ไม่มีที่เก็บอีก เพราะห้องที่เช่าอยู่กัน มันกว้างแค่ ๒ คูณ ๒ เมตรเท่านั้น แต่ก็ต้องยัดผ้าเข้าไปในห้องให้ได้ กลางคืนเราต้องทำงาน ทำให้กลางวันเราเหนื่อยกันมากแต่พอกลับมาห้องก็ไม่มี ที่จะนอน ต้องไปเช่าเสื่อนอนกลางวัน ๒-๓ ชม. กันที่สวนลุมฯ อย่าว่าแต่ไม่มีที่จะนอนเลยที่จะกินข้าวก็ไม่มีต้องออกมายืนกิน เดินกินนอกห้อง บางที ก็ไปอาศัยที่นั่งตามศูนย์อาหารแถวประตูน้ำนั่งกินข้าว เราทนอยู่กันในห้องเช่าที่สภาพแวดล้อมแย่มากๆ เพราะนอกจากห้องเล็กแล้ว เวลาใช้ห้องน้ำก็ต้องใช้ ด้วยความหวาดระแวง เพราะเป็นห้องน้ำรวมที่มีพวกโรคจิตเอากระจกมาติดเพื่อแอบดูเสมอๆ แถมขโมยก็ชุม เสื้อผ้าซักตากไว้ ก็หายไปทั้งเปียกๆ จะมองไปทางไหน ก็เจอแต่พวกนิโกรค้ายา ติดยา แม้จะไม่อยากอยู่ก็ต้องอยู่ เพราะค่าเช่ามันถูกที่สุดแล้ว

        เราทำงานแบบไม่มีวันพัก ป่วยก็ยังต้องทนทำ ช่วงที่ไม่ใช่เวลาขาย ก็ต้องกลับมาเย็บ มาซ่อมผ้าตัวที่มีตำหนิ เอาผ้าแช่ไฮเตอร์ ซักกันจนน้ำยากัดมือแดงถลอกแสบไปหมด ลำบากถึงขนาดนี้ แต่ก็ไม่รวยขึ้นเลยเพราะในช่วงที่เราขายไม่ได้ มันขายไม่ได้จริงๆ บางวันขายกันถึง ๔ ทุ่ม ก็ยังขายไม่ได้ ขายไม่ได้ติดๆ กัน ๓-๔ วันก็มีโดยเฉพาะในช่วง เกิดสึนามิตลาดเงียบมาก บ่อยครั้งที่เราหมดตัว ไม่มี เงินกันเลย แม้เงินจ่ายค่าเช่าห้องวันละ ๕๐ บาทก็ยังไม่มี ต้องขอผัดจ่าย โดยจะจ่ายเพิ่มอีกวันละร้อย เพื่อไม่ให้เขาไล่เราออก เพราะเงินไปจมอยู่ในเสื้อผ้า ที่ขายไม่ได้ ความไม่มีเงินทำให้เราต้องเดินไส้แห้ง ไปขอซื้อน้ำก๋วยเตี๋ยว ๑๐ บาท เพื่อเอามาคลุกกับข้าวเปล่าที่พอเหลืออยู่หน่อยหนึ่ง กินกับเพื่อน ๒ คน แต่คนขายก็มองเราด้วยสายตาแปลกๆ ไม่ยอมขายให้ เพราะกลัวว่าเราจะขโมยสูตรไปทำขายแข่งกับเขาจนต้องอ้อนวอนให้เขายอมขายให้ แต่ก็ตักให้น้อยมากๆ ซึ่งดูแล้วเราไม่พอแบ่งกินกับเพื่อน จึง ต้องไปซื้อมาม่าเพิ่มอีก ๑ ห่อการกินมาม่าตอนมีเงินเรารู้สึกว่ามันอร่อย แต่กินตอนไม่มีอะไรจะกิน มันจุกอยู่ที่คอหอย มันกลืนแทบไม่ลงทั้งๆ ที่หิวเราไม่คิดว่า ชีวิตจะตกต่ำจนถึงขนาดนี้

 

        จนกระทั่งช่วงปีพ.ศ. ๒๕๔๗ มีคนที่ศูนย์ปฏิบัติธรรมประตูน้ำเดินกลับจากนั่งสมาธิผ่านมาถามเราว่า น้องๆ ขายดีไหมเราตอบไปว่า ไม่ดีเลยพี่ž เขาก็เลยบอกกลับมาว่า ถ้าอยากขายดีให้ไปนั่งสมาธิสิ ตอนนั้นพวกเราหันมามองหน้ากัน แล้วต่างรำพึงแกมสนใจว่า นั่งสมาธิแล้วจะขายดีจริงหรือ หากจริงก็น่าลองดู เพราะจะอดตายกันอยู่แล้ว เราสองคนขายมาหลายอย่างแล้ว ยังมองไม่เห็นเงิน มองไม่เห็นอนาคตว่ามันจะดีขึ้น ก็เลยตัดสินใจพากันไปนั่งสมาธิที่ศูนย์กัลยาณมิตรประตูน้ำ พอเรา ก้าวเข้าไป ก็เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองอย่างแรง เพราะคนที่มานั่งสมาธิกันที่นี่มีแต่เจ้าของกิจการ เจ้าของร้าน และนายห้าง ละแวกประตูน้ำที่รวยๆ กันทั้งนั้น ส่วนเราสองคนเป็นแค่แผงลอยแบกะดินเร่ร่อน เรากลัวเขาจะว่าเราว่า เป็นพวกไม่เจียมไม่มี จะกินแล้วยังมานั่งสมาธิอีก ตอนนั้นเราจะชอบ เวลาที่เจ้าหน้าที่เขาปิดไฟให้นั่งสมาธิมากๆ เพราะความมืดทำให้ไม่มีใครมองเห็นเรา ไม่รู้ว่าเราเป็นใคร ซึ่งตอนเลิกนั่งสมาธิเขามีการใส่ซองทำบุญนายห้าง แต่ละคน เขาใส่แบงค์ ๑๐๐ แบงค์ ๕๐๐ ส่วนเรารู้สึกอายที่เรา ๒ คนมีทำบุญคนละแค่ ๑๐ บาท แต่ก็ยอมทนอายมาศูนย์ทุกวันศุกร์ ด้วยความที่อยาก ฟังธรรมะจากพระอาจารย์ เพราะยิ่งมาก็ยิ่งทำให้เราเข้าใจเรื่องบุญมากขึ้นๆ รู้ว่าสาเหตุที่ชีวิตเราต้อง มาเจอแบบนี้ก็เพราะเราไม่ได้ทำบุญมา พอรู้และเข้าใจอย่างนี้ทำให้เราพยายามทำบุญเรื่อยๆจนกระทั่งชีวิตเริ่มดีขึ้น คือวันที่เราขายของไม่ได้ถี่ๆ ติดต่อกันนั้นไม่มีอีกเลย หากวันที่ขายไม่ดีจริงๆ ก็จะขายได้อย่างน้อย ๑ ตัว

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร