วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ เลือกคบเพื่อนอย่างไร ทำให้ชีวิตพบแต่สิ่งที่ดี

 

     ถาม หลวงพ่อเจ้าคะ ขณะนี้ลูกศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยเจ้าคะ มหาวิทยาลัยของลูกนี่มีเพื่อนมากมาย บางครั้งต้องทำรายงานด้วยกันเจ้าค่ะ ทีนี้ลูกอยากเรียนถาม หลวงพ่อว่าลูกควรจะวางตัวอย่างไร แล้วก็มีวิธีการเลือกคบเพื่อนอย่างไรเจ้าค่ะ

 

 

          เจริญพรดีแล้วที่ถามเรื่องนี้เพราะไม่เฉพาะ แต่คุณหนูที่ไม่รู้จะเลือกคบเพื่อนอย่างไรแม้แต่เป็น ผู้ใหญ่แล้วก็ยังเลือกเพื่อนยากเลยรัฐบาลจะเลือกคนมาเข้าทีมร่วมรัฐบาลเขาก็ยังคัดยาก ดังนั้นการที่หนูมาถามหามาตรการคบเพื่อนตั้งแต่ตอนนี้ ถูกต้องแล้ว เผื่อต่อไปในภายภาคหน้าอาจจะเป็นนายกหญิงคนแรกของเมืองไทยก็จะได้มี วิธีการที่จะคัดเลือกทีม 

 

         สำหรับเรื่องการคัดเพื่อนสำหรับคบค้าสมาคม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ได้ทรงให้หลักเอาไว้ ดังที่เรามักจะได้ยินกันมาแล้วว่าคบคนเช่นใด ก็เป็นคน เช่นนั้น คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล แต่การที่จะเลือกว่าใครเป็นพาลใครเป็นบัณฑิต ใครเป็นเพื่อนแท้ ใครเป็นเพื่อนเทียม ไม่หมูหรอกลูกแต่ว่าถึงแม้จะไม่หมู ก็มีหลักง่ายๆ อยู่ ๔ ข้อ ด้วยกัน คือ หลักเรื่องความรับผิดชอบ ซึ่งขยายความ ได้ดังนี้


๑. รับผิดชอบตัวเอง ซึ่งสำคัญที่สุดในโลกเลย เพราะไม่มีใครจะมารับผิดชอบตัวเราแทนเรา

๒. แล้วก็รับผิดชอบต่อคนรอบข้าง พูดง่ายๆ ขั้นต้นรับผิดชอบต่อครอบครัวของเรา

๓. รับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ส่วนรวมในที่นี้ของหนู ก็สถาบันการศึกษาที่เรียนอยู่นั่นแหละอย่าเพิ่งรวมไปถึงขนาด
ประเทศชาติบ้านเมืองเลย

๔. รับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ เอาชัดๆ อย่างนี้ก่อน

ข้อแรก รับผิดชอบต่อตัวเอง คุณหนูรู้นะ ว่าหน้าที่ของคุณหนูตอนนี้คือเรียนเป็นหลักเลยเพราะฉะนั้นการเรียนต้องไม่ขาด
ตกบกพร่อง นั่นเป็น หน้าที่ที่รับผิดชอบส่วนตัวเลยทางโลก

ถึงคราวคบใคร ก็ให้ดูว่าเพื่อนคนนั้นรักษาศีล ดีไหม ถ้ารักษาศีลไม่ดีช่วยแก้ไขด้วย ถ้าช่วยแก้ไข แล้วเขาไม่ยอมให้แก้ ถอยไปเถอะเพราะเขาจะถอยหลังจากความเป็นคนไปเป็นอะไรเสียอีกแล้ว
จะไปนั่งนับ ๑ ใหม่ อย่าหลงไปนั่งนับ ๑ ใหม่กับเขา เพราะฉะนั้นถ้าใครศีลไม่ดี ต่างคนต่างไปแหละดี
เดี๋ยวคุณจะดึงฉันไปไหนเสียก็ไม่รู้

 

       แต่ในทางธรรม ต้องรับผิดชอบควบคู่กันไปด้วย ก็คือ ศีล ๕ ข้อ เพราะมันเป็นต้นทุนแห่งความ เป็นมนุษย์ของหนูเอง โชคดีแล้วที่ได้เกิดมาเป็นคน เพราะว่าเกิดมาเป็นคนมีโอกาสที่จะได้ทำความดีสารพัด พูดง่ายๆ สัตว์ในโลกนี้แม้มีเยอะแยะหลาย
ประเภท แต่ไม่ว่าประเภทไหน ตั้งแต่เล็กจนโตกว่าช้างก็ตามที สัตว์เหล่านั้นไม่มีศักยภาพในการทำ ความดี ยกเว้นคน
วันนี้ ชาตินี้ มีบุญได้เกิดเป็นคน ต้องรักษาความมีบุญ ความมีโชคตรงนี้เอาไว้ บุญ พื้นฐานที่ทำให้ได้เกิดมาเป็นคน
ก็คือศีล เพราะฉะนั้นต้องรักษาศีลของตัวเองให้ดี

       ถึงคราวคบใคร ก็ให้ดูว่าเพื่อนคนนั้นรักษาศีล ดีไหม ถ้ารักษาศีลไม่ดีช่วยแก้ไขด้วย ถ้าช่วยแก้ไข แล้วเขาไม่ยอมให้แก้ ถอยไปเถอะเพราะเขาจะถอยหลังจากความเป็นคนไปเป็นอะไรเสียอีกแล้ว จะไปนั่งนับ ๑ ใหม่ อย่าหลงไปนั่งนับ ๑ ใหม่กับเขา เพราะฉะนั้นถ้าใครศีลไม่ดี ต่างคนต่างไปแหละดี เดี๋ยวคุณจะดึงฉันไปไหนเสียก็ไม่รู้ นี่ข้อที่ ๑.

        ความรับผิดชอบข้อที่ ๒. รับผิดชอบต่อครอบครัวของคุณหนูเอง ก็คุณพ่อคุณแม่ของหนู กับน้องอีกคนหนึ่ง รวมทั้งคนใช้ ในบ้านด้วยคุณหนู ต้องรับผิดชอบให้ดี คุณพ่อเหนื่อยไหม เรื่องค่าเทอม เทอมที่ผ่านมานี่เท่าไร มาเบิกจากคุณพ่อแต่ละที
ถอนหายใจเฮือกทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่ทำให้กระทบใจพ่อ หรือจะไปเพิ่มงานให้พ่อต้องทำงานหนักมากกว่านั้นไปอีก พูดง่ายๆ ใช้เงินพ่อ น้อยๆ หน่อยก็ดี แล้วจะช่วยงานอะไรคุณพ่อได้ ก็ช่วยไป ถนอมใจคุณพ่อด้วย เพราะเราโตแล้ว

เรื่องที่สอง ถนอมใจคุณแม่ด้วย คุณแม่อยู่บ้าน ดูเหมือนไม่เหนื่อย แต่จริงๆ นั่นละเหนื่อย แค่ตาม ดูความประพฤติ
ของคุณหนู คุณแม่ก็เหนื่อยแล้ว ไม่รู้นอนไม่หลับบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ นี่เป็นตัวอย่าง แต่จริงๆ
ก็คือ คุณพ่อเมื่อต้องไปลุยโลกภายนอก ก็เป็นธรรมดา คุณแม่ต้องระวังหลัง ต้องช่วยมองอนาคตคุณหนู ต้องดูรายละเอียดต่างๆ เตรียมไว้ ให้คุณหนูในอนาคตอีกสารพัด ดังนั้นต้องถนอมใจคุณพ่อคุณแม่ให้ดี แน่นอน น้องอีกคนหนึ่งก็ต้องถนอมใจกัน
คนใช้อีก ๒ คนในบ้านอย่ามองว่าเป็นคนใช้เลย มองว่าเขาเป็น ๒ คนที่มาช่วยคุณพ่อ เราหาเลี้ยงชีพ เราเองก็มีหน้าที่ต้องรับ
ผิดชอบต่อ ครอบครัวของเรา เพื่อนคนไหนที่เขาไม่รับผิดชอบ พ่อแม่ พี่น้อง ครอบครัวของเขา เตือนได้เตือน เตือนไม่ได้ ถอยเถอะ เดี๋ยวเชื้อไม่รับผิดชอบประเภทนี้มันจะลามมาถึงเรา

       

        ดูใครไม่มีความรับผิดชอบ ต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจเหล่านี้

ก็จำเป็นต้องถอยถ้าช่วยแก้ให้เขาไม่ได้

 คุณหนูมองภาพเหล่านี้แล้วก็จะเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงละเอียดลออ

ขนาดไหนไปฝึกให้ได้ตามพระองค์แล้วเราจะเป็น

 คนดีอยู่ในสายตาของพระองค์ตลอดไปทั้งชาตินี้ ทั้งชาติหน้า

แล้วก็ความตกต่ำจะไม่มีแก่เรา

 

        ความรับผิดชอบข้อที่ ๔. ความรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจ ก็ย้อนกลับมาเรื่องเดิม คืออย่าเข้าไปความรับผิดชอบข้อที่ ๓ เรามีหน้าที่จะต้อง รับผิดชอบสังคมส่วนรวม ตั้งแต่สถาบันที่เราอยู่ ครูบาอาจารย์ที่สอนเรา ชื่อเสียงของสถาบัน ไม่ว่า การกีฬา ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย ทำได้ก็ต้องทำ ทำให้มหาวิทยาลัย
ของเราเครดิตดีเท่าไร ชื่อเสียงดีเท่าไร มันก็ย้อนมาถึงตัวเราเอง

แตะต้องอบายมุขทุกชนิด

๑. พวกสุรา ยาเสพติด บุหรี่ต่างๆ ไม่แตะต้อง

๒. ไม่เข้าเธค หรือเพื่อนๆ ชวนไปเที่ยวคอนเสิร์ต คอนเสิร์ตอะไรก็ดูให้ดี ไม่เหมาะไม่ควร ก็อย่าไป

       เรามองภาพความรับผิดชอบต่อศีลธรรมทางเศรษฐกิจชัดเจนอย่างนี้ ดูใครไม่มีความรับผิดชอบ ต่อศีลธรรมทาง
เศรษฐกิจเหล่านี้ ก็จำเป็นต้องถอย ถ้าช่วยแก้ให้เขาไม่ได้ คุณหนูมองภาพเหล่านี้แล้วก็จะเห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
ละเอียดลออ ขนาดไหนไปฝึกให้ได้ตามพระองค์ แล้วเราจะเป็น คนดีอยู่ในสายตาของพระองค์ตลอดไปทั้งชาตินี้ ทั้งชาติหน้า แล้วก็ความตกต่ำจะไม่มีแก่เรา

       ได้รับความรู้จากหลวงพ่ออย่างนี้แล้ว ช่วย ไปแจกจ่ายให้พรรคพวกที่สถาบันด้วยนะ แล้วก็พยายามถ่ายทอดด้วย ยัดเยียดด้วย ใช้เทคนิคให้ดีก็แล้วกันทำให้เขามีความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ต่อครอบครัวของเขา ต่อสังคม ขั้นต้นคือสถาบันการศึกษา แล้วก็ศีลธรรมทางเศรษฐกิจด้วย ถ้า รับผิดชอบอย่างนี้กันทั้งบ้านทั้งเมืองตั้งแต่สมัยเป็น นิสิตนักศึกษาเราพอหวังได้ว่าอนาคตของ
ชาติไทย ต้องรุ่งแน่นอน เศรษฐกิจกับจิตใจไปด้วยกัน

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ 61 พฤศจิกายน ปี 2550

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร