วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ รวมพลังเด็กดี V star ผู้นำฟื้นฟูศีลธรรมโลก

ข้อคิดรอบตัว
เรื่อง : พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ (M.D.; Ph.D.) จากรายการข้อคิดรอบตัว ออกอากาศทางช่อง DMC

 

ข้อคิดรอบตัว

 

รวมพลังเด็กดี V star
ผู้นำฟื้นฟูศีลธรรมโลก

โครงการเด็กดีวีสตาร์ดำเนินการมานานหรือยัง?

       เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย)ดำริว่า จริง ๆ แล้วเด็กทุกคนอยากเป็นคนดี ดังคำพูดที่ว่า เด็กเหมือนผ้าขาว ถ้าเอาสีอะไรไปแต้มก็จะเป็นสีนั้น คือ พื้นฐานเดิมของเด็กอยากจะดีทั้งนั้น แม้กระทั่งคนที่เกเร ลึก ๆ แล้วเขาก็อยากจะเป็นคนดี อยากได้รับการยอมรับจากผู้คนรอบข้าง

          ดังนั้น ถ้าอยากจะให้สังคมดี ต้องเริ่มที่เยาวชน ด้วยการฟื้นฟูศีลธรรมโลกขึ้นมา ต้องปลูกฝังให้พลังความดีของเขาเข้มแข็ง จนกระทั่งเป็นสีขาวที่มีภูมิต้านทานชนิดที่สีอะไรมาเคลือบก็ไม่ติดนี่คือที่มาของโครงการนี้ เริ่มที่เยาวชน ให้พลังแห่งความดีเขาแข็งแกร่งขึ้นมาเป็นจุดเริ่ม แล้วเราก็มีการจัดกิจกรรม โดยมีเป้าหมายว่าจะต้องสามารถปลูกฝังศีลธรรมในใจของเยาวชนได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่เป็นกิจกรรมตามกระแส แต่ต้องให้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็กในทางที่ดีขึ้นจริง ๆ แล้วก็มารวมพลังกันให้พร้อมเพรียง

โครงการฟื้นฟูศีลธรรมโลกมีกิจกรรมอะไรบ้าง?

     เด็กที่จะเข้าโครงการต้องสมัครเข้าร่วมโครงการกับทางโรงเรียนก่อน แล้วเรามีกิจกรรมให้ทำ เช่นสวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน จับดีคนรอบข้าง กราบเท้าคุณพ่อคุณ แม่ทุกวัน ช่วยงานบ้าน เก็บที่นอน ฯลฯเราอาจจะนึกว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่บางทีเด็กเขาไม่ได้ทำ พอเข้าโครงการเขาก็จะได้ทำ 

          การสอนคนให้เป็นคนดีคนเดียวเป็นเรื่องยาก แต่สอนคนให้เป็นคนดีทีละแสนทีละล้านคนสอนง่าย เวลาสอนคนเดียว บางทีคุณพ่อคุณแม่สอนบ่อย ๆ เด็กเบื่อ บอกว่าคุณพ่อคุณแม่จุกจิกน่ารำคาญ แต่พอทำทีละแสนทีละล้านคน กลายเป็นกระแส เพราะเพื่อนในโรงเรียนเขาทำกัน และเป็นกติกาที่รู้ว่าทั้งประเทศเขาก็ทำกันเป็นแสนเป็นล้านคน ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจอยากจะทำบ้างบางคนตอนแรกเขิน ๆ ไม่เคยไหว้คุณพ่อคุณคุณแม่ พอวันที่ ๒ เริ่มหายเขิน ถ้าผ่านไป ๓ วันเป็นธรรมชาติแล้ว เก็บที่นอนวันแรกขัด ๆ เขิน ๆ แต่พอได้ทำหลายวันผ่านไปเริ่มอยู่ตัว พอ ๒๑วัน เริ่มเป็นนิสัยแล้ว ทำไปทุกวัน ๆ ๓ เดือนเริ่มเข้าเนื้อเลย

          นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมพิเศษที่แต่ละโรงเรียนสามารถพลิกแพลงประยุกต์ได้ เช่น ช่วยกันทำความสะอาดห้องน้ำโรงเรียน ซึ่งถือเป็นจุดที่โหดที่สุด แต่พอเป็นกระแสที่ทุกคนมาช่วยกันคนละไม้คนละมือมันสนุกไปด้วย แล้วอะไรก็ตามที่ได้ทำด้วยตัวเอง ก็อยากจะรักษาไว้ พอขัดจนเอี่ยมไม่มีกลิ่น เด็กทุกคนรู้สึกภูมิใจ ต่อไปเขาก็อยากจะรักษาความสะอาด หรืออาจจะมีกิจกรรมช่วยกันเก็บขยะทั้งโรงเรียนอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง สุดท้ายขยะในมือไม่อยากทิ้งเกลื่อนกลาด เจอขยะแล้วอยากจะเก็บ หรืออาจจะจัดกิจกรรมเสริมสร้างศีลธรรมและกิจกรรมที่หลากหลายเสริมขึ้นมา สุดท้ายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการทุกคนจะมีภูมิต้านทานทางศีลธรรมที่ดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เท่ากับว่าพลังความดีกำลังเริ่มเกิดขึ้นในสังคมไทยแล้ว และค่อย ๆ เติบใหญ่ นี้คือสิ่งที่น่าปลื้มปีติมาก ๆ

การจับดีคนรอบข้างเป็นกิจวัตรที่ช่วยส่งเสริมและฟื้นฟูศีลธรรมโลกอย่างไร?

            ตรงนี้สำคัญมาก เราจะเห็นว่าปัญหาสังคมไทยขณะนี้หรือสังคมโลกก็ตาม เกิดจากการที่คนเราชอบมองออกนอกตัว คือมองจับผิดชาวบ้าน คนนั้นก็ไม่ดี คนนี้ก็ไม่ดี คนนั้นก็ไม่ถูกแต่ที่ลืมมองคือตัวเอง ลืมมองว่าเราบกพร่องอย่างไร จะแก้ไขตัวเองอย่างไร การมองโดยจับผิดคนอื่นมันก่อให้เกิดปัญหา เริ่มตั้งแต่ในบ้าน ถ้าสามีภรรยา พี่น้อง ต่างฝ่ายต่างจับผิดคนอื่น บ้านแตกแน่แต่ถ้าทุกคนมองความดีของคนอื่น สำรวจข้อบกพร่องของตัวเอง แล้วปรับปรุงแก้ไข อย่างนี้สงบร่มเย็น เจริญก้าวหน้า ทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะสำรวจข้อบกพร่องของตัวเองแล้วเราจะพยายามแก้ซึ่งทำให้ปัญหาลดลง มีแต่จะดีขึ้น แล้วคนอื่นเขามีข้อเสียไหม ทุกคนมีหมด ไม่มีใครสมบูรณ์พร้อมทุกคนมีทั้งข้อเสียข้อดี ถ้าเรามานั่งดูแต่ข้อเสียของเขา ซึ่งอาจจะมีสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้วถือเป็นประเด็นใหญ่ โดยลืมมองข้อดีของเขา ปัญหาเกิดแน่ แล้วคนเราพอไปสังเกตแต่ข้อเสียคนอื่น มันจะเกิดการเลียนแบบโดยไม่รู้ตัว ในใจจะมีแต่เรื่องเสีย ๆ ทั้งนั้น กลายเป็นว่าตัวเราเป็นที่รวมของเรื่องเสีย ๆ หาย ๆ เรื่องแย่ ๆ ทั้งหลาย สุดท้ายเราจะแย่ แต่ถ้าเราฝึกจับความดีของคนอื่น แล้วเอามาฝึกให้เกิดในตัวเอง ว่าคนนั้นเขาดีอย่างนั้น คนนี้เขาดีอย่างนี้ เราจะเป็นคนที่มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต คนอย่างนี้ไปที่ไหน ที่นั่นสงบร่มเย็น เจริญรุ่งเรือง

จะฝึกจับดีคนได้อย่างไร?

          พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านให้บันทึกความดี โดยแต่ละวันให้เด็กบันทึกว่า วันนี้เห็นความดีของคุณพ่อคุณแม่อย่างไรบ้าง เห็นความดีครูบาอาจารย์อย่างไรบ้าง เห็นความดีของเพื่อนฝูงรอบข้างอย่างไรบ้าง แล้วบันทึกเอาไว้ ไม่บันทึกไม่ได้คะแนน เวลาจะบันทึกก็ต้องคิด เช่น ให้จับดีคุณพ่อคุณแม่ พอบันทึกไปข้อมูลจะเริ่มซ้ำ เด็กต้องเริ่มนั่งคิดแล้วว่า คุณพ่อคุณแม่ดีอย่างไร แล้วเขาจะพบว่า ความดีของท่านเขียนปีหนึ่งยังไม่หมดเลย แล้วเขาจะเกิดความซาบซึ้งในพระคุณของคุณพ่อคุณแม่ เกิดความเคารพ ความกตัญญู ครูบาอาจารย์ก็เช่นกัน ท่านดีกับเราอย่างไรบ้าง พอค่อย ๆสังเกตจะเห็นชัดเจนลึกซึ้งมากขึ้น จะไม่มองอะไรอย่างผ่าน ๆ สังเกตเพื่อน ๆ แต่ละคนเขามีดีอย่างไรบ้าง จะเห็นความดีคนรอบข้างชัดขึ้น แล้วพอทำทุกวัน ๓ เดือนผ่านไป ลองคิดดูสิว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้น เขาจะกลายเป็นคนที่มองใครแล้วจับดีโดยอัตโนมัติ นี่คืออานุภาพของการจับดีนี่แค่กิจกรรมข้อเดียวยังเกิดผลขนาดนี้ แล้วเด็กต้องทำกิจกรรมถึง ๑๐ ข้อ แล้วยังมีกิจกรรมพิเศษเสริมอีก ลองคิดดูสิว่า วีสตาร์นับล้านคนจะก่อให้เกิดพลังแห่งศีลธรรมขึ้นในสังคมไทยอย่างไร

กิจกรรมดี ๆ อย่างนี้ส่งผลอย่างไรกับคุณพ่อคุณแม่และสังคมโดยรอบบ้าง?

            เรื่องบางเรื่องสอนผู้ใหญ่ยาก แต่ถ้าเริ่มจากเด็ก แล้วเด็กสอนผู้ใหญ่ บางทีได้ผลดี คือเด็กไม่ได้ไปสอนคุณพ่อคุณแม่โดยตรง แต่การที่เด็กเปลี่ยนพฤติกรรม แล้วผู้ใหญ่ในบ้านเห็น เช่น ตอนนี้ลูกแต่งตัวเรียบร้อย จากเดิมเอาเสื้อออกนอกกางเกง ผมเผ้าดูไม่ค่อยได้ ตกเย็นกลับมาจับไม้กวาดกวาดบ้าน เช้าเก็บที่นอน จะไป โรงเรียนไหว้คุณพ่อคุณแม่ คุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าลูกดีขึ้น ก็รู้สึกทั้งทึ่งทั้งชื่นใจ เสร็จแล้วต้องเริ่มดูตัวเอง ลูกเราดีอย่างนี้แล้ว เราจะอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร ต้อง ปรับปรุงตัวเองบ้าง ลูกเราสวดมนต์ก่อนนอน นั่งสมาธิ วันอาทิตย์ไปวัด แล้วเราจะอยู่เฉย ๆ ได้อย่างไร เห็นไหมคลื่นความดีจากเด็กไปถึงคุณพ่อคุณแม่แล้ว เดี๋ยวก็ไปถึงคนอื่น ๆ ในครอบครัว แล้วเริ่มขยายวงกว้างออกไป เพราะเด็กในโครงการไม่ใช่คนเดียว แต่มีนับล้านคน ล้านครอบครัวเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อน บ้านก็เห็น คลื่นความดีเริ่มขยายตัวกว้างออกไป แล้วถ้าทุกคนช่วยกันอย่างนี้สังคมไทยเราจะกลายเป็นสังคมคุณธรรม พลังแห่งศีลธรรมจะขยายวงกว้างเป็นระลอกคลื่นออกไปแล้วจะขยายเต็มประเทศไทย ล้นประเทศไปถึงสังคมโลกในที่สุด

มีการติดตามประเมินผลอย่างไรบ้าง?

             การติดตามไม่ได้ติดตามหลังจากเสร็จโครงการแล้ว เพราะเราตั้งธงไว้ว่าจะต้องทำให้เกิดผลได้จริง เด็กมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจริง ดังนั้นการออกแบบกิจกรรมตั้งแต่การเข้าร่วมจึงดำเนินเป็นขั้นเป็นตอน มีกิจกรรมให้ทำตั้ง ๓ เดือน แล้วแต่ละข้อผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ แต่ส่งผลเปลี่ยนแปลงทางจิตใจของเด็กได้จริง พฤติกรรมของเขามีการเปลี่ยนแปลงจริง ถามว่าใครติดตาม คนติดตามคือพ่อแม่ของเด็ก คุณครูของเด็กที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก ดังนั้นพอเด็กมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร พ่อแม่เป็นคนที่ประเมินเซ็นรับรองด้วย ครูด้วย แล้วก็จะมีเป็นขั้น ๆ การให้คะแนนมีทั้งระดับบุคคลและระดับทีมคือทั้งโรงเรียน เราให้ศึกษานิเทศก์ของเขตการศึกษาประเมินว่าโรงเรียนต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เช่น ดูว่าโรงเรียนสะอาดขนาดไหน ห้องน้ำห้องส้วมสะอาดหรือเปล่า ฯลฯ แล้วทางชมรมพุทธศาสตร์สากลฯ ก็เป็นผู้ประเมินรวมทั้งประเทศอีกครั้งหนึ่ง โรงเรียนไหนดีเด่นก็จะมีโล่รางวัลมอบให้เป็นเครื่องเชิดชูเกียรติ เป็นต้น

การมารวมตัวกันมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

          การทำความดี ถ้าทำคนเดียวบางทีอาจจะเหงา แต่พอมีกระแสก็จะเกิดการเลียนแบบกัน ถ้าอย่างนี้ทำไมเราไม่สร้างกระแสแห่งความดีล่ะ สร้างกระแสว่าถ้าใครไม่ทำความดี เชย เด็กกลัวเชยพอเห็นใคร ๆ เขาทำกันก็ทำบ้าง ถ้าไม่ทำเดี๋ยวเชย ใคร ๆ เขาก็สวดมนต์กัน ใคร ๆ เขาก็แต่งตัวเรียบร้อย ใครไม่เรียบร้อยคนอื่นจะมองแปลก ๆ ใคร ๆ เขาก็ไหว้คุณพ่อคุณแม่ ใคร ๆ เขาก็ทำการบ้าน ใคร ๆ เขาก็ดูแลความสะอาดสะอ้านของตัวเอง ของโรงเรียน ของส่วนรวม ทำให้เป็นกระแสคลื่นความดีกันไปเลย

              เพราะฉะนั้น พอเด็ก ๆ สมัครเข้าร่วมโครงการ ทำกิจกรรมครบ แล้วมาประชุมรวมกัน เขาจะเกิดความคึกคักมากว่า โอ้โฮ เพื่อน ๆ ที่ทำความดีมีเยอะขนาดนี้เลยหรือ ต้องบอกว่าการรวมพลังของเด็กดีวีสตาร์เป็นการรวมพลังความดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ไม่เคยมีครั้งใดในโลกที่เยาวชนมารวมตัวกันเพื่อทำความดีครั้งหนึ่งถึง ๕ แสนคน ล้านคน ในสถานที่เดียวกันอย่างนี้เป็นครั้งแรกไม่ใช่ของประเทศไทย แต่เป็นครั้งแรกของโลก เยาวชนที่มารวมกันจริง ๆ แล้วมากกว่า๑๔ ตุลา ที่เราเห็นภาพเต็มสนามหลวง เต็มถนนราชดำเนิน แต่เด็ก ๆ ที่มาทำความดีเหล่านี้มีจำนวนมากกว่า เพราะพื้นที่ในการรวมตัวของเขา ทั้งที่ลานธรรม ในมหารัตนวิหารคด ในพื้นที่โดยรอบรวมแล้วเกือบ ๑ ล้านตารางเมตร ใหญ่กว่าสนามหลวงประมาณ ๘ เท่าตัว เพราะฉะนั้นนี่คือการรวมเยาวชนที่มากที่สุด ไม่เคยมีครั้งใดในโลกที่เด็ก ๆ มารวมตัวกันทำความดีมากขนาดนี้ แล้วเป็นเด็กที่ตั้งใจทำความดีด้วย น่าชื่นใจไหม ขณะที่เรารู้สึกว่าสังคมไทยเราแย่ลง ศีลธรรมเสื่อมลง แต่บัดนี้พลังแห่งความดี พลังแห่งศีลธรรมได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว แล้วกำลังจะขยายตัวออกไป เด็กมารวมกันอย่างนี้ เขาจะเกิดกำลังใจ แล้วเกิดเป็นกระแส เป็นคลื่นแห่งความดีท่วมท้นทั้งสังคมไทยและสังคมโลกอย่างที่กล่าวไปแล้ว การกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่แต่ละแห่งก็มีผล แต่เป็นผลเหมือนกับเป็นสายน้ำน้อย ๆ เหมือนเม็ดฝนแต่ละเม็ด แต่พอมารวมกันเข้าเป็นแม่น้ำใหญ่ที่เกิดกระแสทรงพลัง ทำให้คนส่วนอื่นในสังคมเกิดความตื่นตัวไปด้วย เป็นคลื่นแห่งความดีออกไปอย่างนี้ การมารวมตัวกันจึงมีความจำเป็นอย่างนี้

เริ่มต้นจากนักเรียนประถมและมัธยม อนาคตจะไปถึงอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยด้วยหรือเปล่า?

         ครั้งแรกเราเริ่มที่เด็กประถมปลายก่อน ต่อมาประถมต้นบอกเอาบ้าง ก็เลยต้องขยับมา ป.๓ตอนหลัง ม.๑ ม.๒ บอกเอาบ้าง อนุบาลก็ไม่ยอม บอกเอาบ้าง สุดท้ายตอนนี้มีตั้งแต่อนุบาลขึ้นไปถึงมัธยม อุดมศึกษาก็บอกเอาด้วยสิ อาชีวะเอาด้วยสิ การรวมพลังตั้งแต่ครั้งที่ ๒ จึงมีตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงอุดมศึกษาเลย แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นระดับประถมและมัธยม ส่วนประชาชน คือ คุณพ่อคุณแม่ คุณลุงคุณป้า คุณน้าคุณอาทั้งหลาย มาเป็นกองเชียร์ โดยเรารับสมัครมาทำหน้าที่เป็นวีไกด์เด็ก ๆ เป็นวีสตาร์ ดาวแห่งความดี ผู้ใหญ่ทั้งหลายเป็นวีไกด์ มาคอยต้อนรับเด็ก ๆ มาคอยอำนวยความสะดวกให้ ถ้าใครสนใจสมัครมาเลยมาช่วยกัน มาเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมสร้างความสำเร็จสร้างคลื่นแห่งความดีให้ท่วมท้นสังคมไทยในครั้งนี้ได้ด้วยตัวของเราเอง

โรงเรียนที่อยากเข้าร่วมโครงการนี้ในครั้งต่อไปต้องทำอย่างไรบ้าง?

     หารายละเอียดได้ในเว็บไซต์ kru.in.th (ครูอินไทย) ในนั้นมีข้อมูลทั้งหมด แล้วมาเตรียมเข้าโครงการเด็กดีวีสตาร์ครั้งต่อไปกันเถิด ครั้งนี้ลองมาสังเกตการณ ก่อน มาศึกษารายละเอียดแล้วคราวหน้าเข้าร่วมเลย จะได้ช่วยกันขยายคลื่นความดีออกไปยิ่ง ๆ ขึ้น..

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๓๓ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๖

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร