วารสารอยู่ในบุญ ธรรมะออนไลน์

พระธรรมเทศนา ปุจฉา-วิสัชนา บทความข่าว ผลการปฏิบัติธรรม ตักบาตรพระ บาลีน่ารู้ กฏแห่งกรรม ฝันในฝัน case study ตักบาตรพระ บวชพระ

บทความอยู่ในบุญ อานุภาพ “สัมมา อะระหัง” ศักดิ์สิทธิ์นัก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

อานุภาพ “สัมมา อะระหัง”
เรื่อง : พระบริบูรณ์ ธมฺมวิชฺโช

 

 

อานุภาพ “สัมมา อะระหัง” ในอดีต...
พระอภิรูโปตายแล้วฟื้น...


    คุณครูไม่ใหญ่เคยเล่าเรื่องราวของพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อพระอภิรูโปว่า ในปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ก่อนที่พระอภิรูโปจะมาบวช ท่านทำอาชีพเผาปูนขาย แต่เผาไปเผามาผงปูนเข้าไปกัดในคอ กัดจนเลือดออก รักษาอย่างไรก็ไม่หาย แถมล้มป่วยหนักจนเข้าขั้นโคม่า ทำให้พระลูกชายของท่านที่บวชอยู่ที่วัดปากน้ำเป็นห่วงมาก จึงเขียนจดหมายบอกคาถาดีกับโยมพ่อว่าให้ท่อง“สัมมา อะระหัง” ไปเรื่อย ๆ ซึ่งพอท่องไปท่องมา อยู่ ๆ ก็เกิดปาฏิหาริย์ขึ้น คือได้เห็นหลวงปู่วัดปากน้ำมายืนอยู่ตรงหัวนอน ตอนที่เห็นนั้น ท่านยังไม่เคยรู้จักและไม่เคยเห็นหน้าหลวงปู่   มาก่อนเลย แต่ก็อธิบายลักษณะได้ชัดว่า เป็นพระภิกษุที่มีสง่าราศีมาก และมีจุดเด่นคือมีไฝขนาดใหญ่ ๒ เม็ด ในวันนั้นหลวงปู่ท่านบอกว่า “เอ็งเอาขมิ้นกินเข้าไปสิวะ เดี๋ยวก็หาย”


    แต่เนื่องจากสภาพร่างกายของพระอภิรูโปตอนนั้นร่อแร่เต็มที หลังจากเห็นหลวงปู่แล้ว กายมนุษย์ละเอียดก็หลุดจากกายมนุษย์หยาบทันทีโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าใช้ศัพท์ชาวบ้านก็คือ วิญญาณหลุดออกจากร่าง หรือพูดง่าย ๆ ว่าตายแล้วนั่นเอง และด้วยความที่พระอภิรูโปไม่รู้ว่าตัวเองตาย จึงคิดไปว่าทำไมหลังจากท่อง “สัมมา อะระหัง” แล้ว ร่างกายสบาย ไม่เจ็บปวดทรมานเหมือนเก่า แถมยังมีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้น คือลุกเดินออกจากร่างตัวเองได้ด้วย คือแทนที่ท่านจะคิดว่าตัวเองตายแล้ว แต่กลับมี Positive Thinking คือ คิดบวก ถึงขั้นว่าคงเป็นเพราะอานุภาพที่ได้ท่องคาถาวิเศษ คือ “สัมมา อะระหัง” 


    พอคิดอย่างนี้ ท่านก็รีบท่อง “สัมมา อะระหัง” ใหญ่เลย คือท่องไป เดินไป ทึ่งไป เพราะสามารถเดินเหนือพื้นได้ เดินไปในอากาศได้ เหมือนมีอากาศเป็นแผ่นดิน แถมเดินได้เร็วกว่าปกติอีก ซึ่งพอทำได้อย่างนี้ก็คิดบวกต่อไปอีกว่า ท่อง “สัมมา อะระหัง” ช่างดีอะไรขนาดนี้ ท่องแล้วทำให้เหาะได้ด้วย


    จากนั้น ท่านก็เดินเหาะ ๆ ลอย ๆ ไปเรื่อย ๆ อย่างเบิกบานใจ จนกระทั่งไปเจอคนรู้จัก ๒ คน คนแรกเดินอยู่ข้างหน้า ส่วนคนที่สองเดินอยู่ข้างหลัง อยู่ห่างกันแค่ ๒ เมตร ก็เลยดีใจ คิดจะไปบอกเขาว่าเจอคาถาเด็ดเข้าแล้ว คือถ้าได้ท่อง “สัมมา อะระหัง” แล้ว จะเหาะได้ 
เพราะอยากจะให้เขาเหาะได้เหมือนตัวท่านเอง แต่ทันทีที่ท่านตะโกนเรียก ทั้งสองคนนั้นกลับไม่มีใครโต้ตอบหรือหันมามองเลยสักคน เพราะเขาไม่ได้ยิน เมื่อเป็นอย่างนี้ก็เลยทำให้ท่านไม่พอใจว่าทำไมเรียกแล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรกันบ้างเลย 


    ด้วยเหตุนี้ทำให้กายละเอียดของท่านเกิดอาการหงุดหงิดขัดใจ จึงลองเปลี่ยนมาใช้วิธีใหม่ คือเดินไปในอากาศแล้วเอาเท้าไปเหยียบบ่าคนที่อยู่ข้างหน้าเสียเลย เพราะอยากไม่หันมามองดีนัก ทำให้คนที่อยู่ข้างหน้าเซจนหน้าคะมำไปเลย และเกิดอาการไม่พอใจอย่างแรงจนต้องหันขวับมาดู พร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจว่า ใครกันบังอาจมาผลักเรา และพอหันมาเจอคนข้างหลัง ก็เลยคิดว่า ต้องเป็นไอ้หมอนี่ผลักแน่ ๆ ก็เลยทำให้ทะเลาะกันยกใหญ่


    เมื่อท่านเห็นดังนั้น ก็รีบห้ามว่า “อย่าทะเลาะกัน ฉันเป็นคนทำเอง” แต่ไม่ว่าจะพยายามบอกอย่างไร สองคนนั้นก็ไม่ได้ยินอยู่ดี เลยทำให้ท่านเปลี่ยนมาใช้วิธีการใหม่ คือ เดินไปเขย่าต้นพุทราที่อยู่ข้างหน้าให้สั่นอย่างแรง เมื่อสองคนนั้นเห็นต้นพุทราสั่นโดยไม่เห็นคนเขย่า ก็ตะลึงตาค้าง หยุดทะเลาะกันทันที 


    ขณะที่สองคนนั้นกำลังตาค้างอยู่ กายละเอียดก็เข้าใจไปเองว่า เจ้ามนุษย์สองคนนี้สามารถมองเห็นตนได้แล้ว จึงเกิดกำลังใจขึ้นมาใหม่ว่า งั้นเราควรรีบบอกคาถาดีให้เขาท่อง “สัมมา อะระหัง” แล้วเขาจะได้เหาะได้ดีกว่า 


    แต่ที่ไหนได้ ขณะที่กำลังจะอ้าปากบอก สองคนนั้นเผ่นอ้าว วิ่งหนีป่าราบ พร้อมกับตะโกนว่า “ผีหลอก!”


    เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนั้น กายละเอียดก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงเดินเรื่อยเปื่อย และไปเจอยายแก่ที่รู้จักกันอีก จากนั้นก็ใช้วิธีการเดิมอีก คือเดินไปเขย่าต้นไม้ที่อยู่ข้างหน้า เพราะคิดว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่จะทำให้ยายแก่หันมามองได้ แต่ที่ไหนได้ ยายแก่คนนี้เจนโลก คือไม่เหมือนชายสองคนที่แล้ว เพราะแกไม่กลัวผี พอแกเห็นต้นไม้สั่นเองได้ แกก็ด่ากราดเลยว่า “ไอ้ผี มาหลอกได้แม้กระทั่งคนแก่ หลอกแม้กระทั่งกลางวัน” ด่าอย่างนั้นอย่างนี้ โวยวายยกใหญ่ จนทำให้กายละเอียดหมดอารมณ์ เกิดอาการไม่พอใจ พลางคิดว่าอุตส่าห์หวังดี กะจะเอาคาถาดี “สัมมา อะระหังเหาะได้ มาบอก ทำไมมาด่ากันถึงขนาดนี้ พอคิดอย่างนี้ก็เลยเดินเข้าไปใกล้ยายแก่ กะว่าจะเอาเท้าเหยียบบ่าแกเหมือนที่เหยียบชายคนเมื่อกี้ แต่คิดไปคิดมาก็บอกกับตัวเองว่าอย่าดีกว่า เพราะเมื่อกี้เหยียบบ่าผู้ชายคนนั้นเบา ๆ เขายังหน้าคะมำไปถึงขนาดนั้น แต่นี่ยายแกแก่แล้ว เดี๋ยวเกิดล้มแล้วตายขึ้นมาจะบาปเปล่า ๆ เมื่อคิดดังนั้นแล้ว กายละเอียดก็เลยถอยทัพกลับบ้านตัวเองดีกว่า


    ทันทีที่เข้าบ้านก็ต้องตกใจ เพราะเห็นคนในบ้านร้องไห้กันระงม อีกทั้งพอเห็นสัปเหร่อจับร่างของตัวเองมัดตราสังข์ เอาดอกไม้ใส่มือ ก็เลยรู้ว่าตัวเองตายไปแล้ว 


    พอรู้อย่างนี้ ก็เกิดความรู้สึกอยากจะกลับเข้าร่างตัวเองใหม่ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงรีบท่อง “สัมมา อะระหัง” ใหญ่เลย และคิดในใจว่าอยากจะเข้าร่างให้ได้ จากนั้นมันปรื๊ดเข้าไปอย่างไรก็ไม่ทราบ คือกายละเอียดวื้ดเข้าร่างเดิมได้ 


    พอสัปเหร่อเห็นร่างที่ตายแล้วกระดุกกระดิกขึ้นมาใหม่ได้ ก็นึกว่าผีหลอก เผ่นอ้าวหนีไปเลย แต่สักครู่ก็มีผู้กล้าคนหนึ่งเข้าไปแกะเชือกที่มัดมือออก และพูดจากันจนเกิดความเข้าใจ และมั่นใจว่าไม่ใช่ผีแล้ว ท่านก็เลยบอกให้คนข้าง ๆ ช่วยไปเอาขมิ้นมาให้กิน ตามที่
หลวงปู่วัดปากน้ำบอกเอาไว้ จนสุดท้ายก็หายป่วยเป็นอัศจรรย์จริง ๆ
 

อานุภาพ “สัมมา อะระหัง” ในปัจจุบัน

 


เพลี้ยไม่ลงนา 
คุณบุญสืบ ขนอนคราม
ชาวนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


    “เมื่อก่อนผมไม่เคยทำนาปรังหรอก ทำแต่นาปี เหตุที่ไม่กล้าทำนาปรัง ก็เพราะว่าเพลี้ยมันกินหมด เขาเจ๊งกันปีหนึ่งเป็นแสน ๆ เลยไม่กล้าทำ ตอนหลังไปวัดพระธรรมกาย ได้คำแนะนำจากพระอาจารย์ให้ท่อง ‘สัมมา อะระหัง’ จะได้กันหนูกินข้าวในนา กันเพลี้ยก็ได้ ก็เลยเอามาท่อง ผลปรากฏว่า เพลี้ยก็ไม่ค่อยกิน มีเพลี้ยน้อยมาก งูก็ไม่มี เพราะเดินท่อง ‘สัมมา อะระหัง’ ไปรอบนา ท่องทุกวัน ท่องไปเรื่อย ๆ ตอนกลางคืนก็นั่งสมาธิภาวนาตลอด แล้วก็แผ่เมตตา เพลี้ยก็ไม่ลงนา หนูก็ไม่กินข้าวข้างนา ปกติข้าง ๆ คันนาจะไม่มีต้นข้าว เพราะหนูมันเยอะ มันกินข้าวข้างคันนาหมด พอเริ่มท่อง ‘สัมมา อะระหัง’ หนูไม่กินข้าว เราก็ท่องไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าดี พูดอะไรกับใครก็ง่าย ตอนหลังก็เลยเอาป้ายมาปัก คือท่องด้วยและปักป้ายให้รู้ด้วยว่านานี้ ‘สัมมา อะระหัง’ ปักต้นนาอันหนึ่ง ท้ายนาอันหนึ่ง และกลางใจนาก็ปัก รถที่มาบรรทุกข้าว ปกติเขาเคยบรรทุกได้เต็มที่ประมาณ ๙ เกวียน ๕๐ ถัง แต่พอมาเกี่ยวข้าวที่นาผม คนขับรถบอกว่าคงได้ไม่ถึง ๙ เกวียนหรอก แต่ปรากฏว่าได้ทั้งหมด ๙ เกวียน ๘๒ ถัง คนขับรถเขาก็ตกใจ ทำไมได้ข้าวเยอะจัง ข้าวมาได้อย่างไร ‘สัมมา อะระหัง’ อัศจรรย์อย่างนี้”

 

คุณประจักษ์ ลิ่มบุตร ชาวนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา


    “ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำนาปรัง พอดีมาเห็นหมอตุ๊ (คุณบุญสืบ ขนอนคราม) ทำนาได้ผลผลิตดี ก็อยากทำตาม จึงขอป้าย ‘สัมมา อะระหัง’ ของหมอตุ๊มาทำบ้าง ทำแล้วได้ผลครับ รวงข้าวมันใสดีหนาดี ผมยืนยันได้นะครับ เพราะหมอตุ๊เขาทำได้ดีมาก ผมเคยไปเกี่ยวข้าวที่นาของเขามา ได้ไร่ละเป็นเกวียน เขาใช้อะไรผมไม่รู้ แต่เขาบอกว่า ‘สัมมา อะระหัง’ แน่นอนเลย เพลี้ย แมลงต่าง ๆ ไม่ลงนา ที่นาข้าง ๆ ยังมีนะครับ ยังมีเพลี้ย มีแมลงมากิน ถึงขนาดต้องไถทิ้งกันไปเลย แต่ของหมอตุ๊เขาไม่ต้องไถทิ้งครับ หลังจากที่ผมขอป้ายมาทำตามได้สองเดือนกว่า ๆ ผลผลิตตอนนี้สภาพดี คาดว่าจะได้เป็นเกวียนเหมือนกัน ผมก็พยายามท่อง ‘สัมมา อะระหัง’ ตลอดเลยครับ และอยากให้ชาวนาทุกคนใช้ป้ายที่หมอตุ๊ให้ผมไปปักในนา จะได้เป็นนา ‘สัมมา อะระหัง’ เผื่อเพลี้ย แมลง หนู จะได้ไม่มากวนอีกต่อไป 


    “อยากให้พี่น้องเกษตรกรทุกท่านท่อง ‘สัมมา อะระหัง’ เวลาทำนา ตั้งแต่เริ่มหว่านข้าวลงไปเลย หนูก็จะไม่กิน นกก็จะไม่กวน เพลี้ยจะไม่กินด้วย และถ้าเดินท่องไปรอบ ๆ นาเรื่อย ๆ จิตใจก็ดีด้วยครับ”

 


ผ่าตัดปอด แต่ภาวนาแล้วไม่เจ็บ 
คุณธัญพร เอี่ยมกำชัย
เจ้าของโรงพิมพ์ธาตุทอง กรุงเทพมหานคร


    “เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเช้าวันนั้น ปรากฏว่าคุณหมอศัลยกรรม บอกว่าดูฟิล์มเอกซเรย์คุณแล้ว ไม่ได้การ ต้องรีบเจาะปอดด่วน เราก็ตกใจเหมือนกันว่าเจาะปอดคืออะไร หมอก็จะลงมือเจาะปอดในทันที ช่วงจังหวะนั้นครอบครัวก็เดินทางมาถึงแล้ว พระลูกชายก็บอกว่า โยมแม่ ‘สัมมา อะระหัง’ นะ เราก็ภาวนา ‘สัมมา อะระหัง’ ช่วงที่หมอฉีดยาชา   ก็เจ็บนิดหน่อย แต่หมอเขาฉีดถึง ๓ เข็ม ผิวมันก็ชา แต่ตอนที่หมอ       แทงท่อเข้าไปทะลุซี่โครง ทะลุปอด เรารู้สึกตัวทุกอย่าง ผิวหนังไม่เจ็บ   แต่ข้างในเจ็บมาก หมอบอกว่า ‘อดทนอีกนิดหนึ่งนะ’ พระลูกชายก็ยืน       ที่ปลายเตียง ท่านให้เราภาวนา ‘สัมมา อะระหัง’ ไป กว่าจะผ่านวิกฤตตรงนั้นได้เหมือนจะขาดใจ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี แล้วก็ย้ายขึ้นไปห้องพิเศษ ตอนนั้นเจ็บมาก ฤทธิ์ยาชาหมดแล้ว ‘สัมมา อะระหัง’ ไม่ออกมันลืม เพราะว่าทุกขเวทนาเข้าครอบงำ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ตัวเองเป็นคนปฏิบัติธรรมเจ๋งจริง ๆ ชั่วโมงการปฏิบัติธรรมเยอะมาก องค์พระ   ชัดใส กลางของกลางได้ตลอด ทำงานก็ทำได้ แต่เมื่ออยู่บนเตียงคนป่วย ลืมหมดเลยค่ะ ถึงเข้าใจว่าเราต้องมีกัลยาณมิตร เราจะต้องทำบุญถี่ ๆ นึกถึงบุญให้ได้สม่ำเสมอ เข้าใจคำสั่งสอนของหลวงพ่อเลย  


    “จนกระทั่งวันหนึ่งพระอาจารย์มาเปิดเรื่องของคุณหมอ ‘สัมมา อะระหัง’ ๕๐๐ ครั้ง ในขณะที่ฟังบรรยายธรรมของพระอาจารย์ไป ก็ตรึกเข้ากลางไป ‘สัมมา อะระหัง หนึ่ง’ ‘สัมมา อะระหัง สอง’ จนถึง ‘สัมมา อะระหัง หนึ่งร้อยแปด’ นิ่งมากเลยค่ะ เสียงของพระอาจารย์ท่านเข้าไปในกลางตลอด แล้วไม่ปวดแผล เหมือนกับเราไม่ได้เป็นอะไรเลย ปลื้มมาก ๆ ก็ผ่านไปด้วยดีในแต่ละวันแต่ละคืน ตื่นมาแต่เช้า วันนั้นมีความสุขมาก เห็นพระเดชพระคุณหลวงพ่อในกลางกายใสมาก เราก็เลยอธิษฐานจิตว่า ขอให้ลูกแข็งแรง วันนั้นทั้งวันมีความสุขมาก ไม่อยากพูดคุยกับใคร พระลูกชายก็เข้าใจว่าโยมแม่เจ็บ ไม่อยากคุยกับใคร แต่เราอยากอยู่นิ่ง ๆ ในกลางหลวงพ่อ มีความสุขมาก จนตกบ่ายก็เล่าให้พระลูกชายฟัง ท่านก็สาธุ ‘ดีแล้ว โยมแม่ทำไปนะ’ กลางในกลางหลวงพ่อไปเรื่อย ๆ มีความสุขจริง ๆ ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลมา วันนั้นมีความสุขมาก ก็เลยเข้าใจว่า ‘สัมมา อะระหัง’ ให้ใส ๆ ไม่ว่าจะเห็นดวง เห็นองค์พระ หลวงปู่ หลวงพ่อ คุณยาย ช่วยเราได้จริง ๆ”

 

‘สัมมา อะระหัง’ ทุกลมหายใจ
เพื่อความสดใสทั้งในปัจจุบันและอนาคต

 

    เมื่อการภาวนา “สัมมา อะระหัง” มีอานุภาพมากมายถึงเพียงนี้ วันนี้เราจะปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ทำไม ตั้งจิตตั้งใจ ทำใจนิ่ง ๆ ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แล้วภาวนา “สัมมา อะระหัง ๆ” กันเลยดีไหม ภาวนา “สัมมา อะระหัง” ทุกลมหายใจ เพื่อความสดใสทั้งในปัจจุบันและในอนาคต..

 

 

 

บทความนี้ ถูกใจคุณหรือไม่ + -

บทความอยู่ในบุญทั้งหมด ฉบับที่ ๑๓๖ เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

สิ่งดีๆมีไว้แบ่งปัน อะไรดีๆมีอีกเยอะ กด Like facebook กัลยาณมิตร